ภายหลังจากเหตุการณ์เพลิงไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว จนวันนี้สังคมไทยยังไม่ได้คำตอบกระจ่างชัดว่าระบบการตรวจสอบเกิดขึ้นจากเพิกเฉยหรือละเลยของเจ้าหน้าที่รัฐหรือไม่ เหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดซ้ำๆในสังคมไทยเบื่อหน่ายคำว่าถอดบทเรียนแล้ว

มูลนิธิสื่อเพื่อสุขภาวะครือข่ายสื่อมวลชนขับเคลื่อนสุขภาวะเพื่อสังคมไทยยั่งยืน  เครือข่ายองค์กรงดเหล้า มูลนิธิเด็กเยาวชนและครอบครัว เครือข่ายชุมชนลดปัจจัยเสี่ยง  เครือข่ายสื่อสร้างสรรค์เพื่อการขับเคลื่อนสังคมและเครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพเยาวชน สนับสนุนโดยกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดงานเสวนาเรื่อง “ความปลอดภัยในสถานบริการร้านเหล้า-ผับบาร์ : ปัญหาและทางออก” กรณีศึกษาเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว มีข้อเสนอที่น่าสนใจ  

นายธีระ วัชรปราณี ผู้อำนวยการเครือข่ายองค์กรงดเหล้า กล่าวว่า ขณะนี้กระทรวงมหาดไทย และกทม. ได้เร่งตรวจสอบสภาพของสถานบริการ และ ร้านที่คล้ายสถานบริการใน 30 วัน จุดนี้ถ้าจะให้ดีและเป็นที่ยอมรับ ควรมีภาคประชาสังคมในพื้นที่เข้าร่วมสังเกตการณ์ด้วย และครบกำหนดก็ต้องเปิดเผยต่อประชาชน ผ่าน Open data เข้าไปในเว็บไซต์ ทุกคนสามารถตรวจสอบได้ทุกจุดทั่วประเทศ และสามารถร้องเรียนได้เมื่อเกิดปัญหา ซึ่งหากไม่มีตรงนี้สุดท้ายแล้วเรื่องก็จะเงียบหายไป

นายธีระ กล่าวต่อว่า การแก้ไขกฎหมาย ทั้งกระทรวงมหาดไทย พรรคการเมือง มีการยกร่าง และศึกษาไว้ แต่ในมุมมองจากภาคประชาชน เห็นว่าเนื่องจากกฎหมายเกี่ยวข้องกับผลกระทบทางสังคมอย่างมาก และอีกด้านเป็นการเพิ่มการท่องเที่ยวสร้างรายได้ ซึ่งความย้อนแย้งนี้ หากไม่มีมุมมองจากภาคสังคมมาถ่วงดุลอาจทำให้กฎหมายอาจเอื้อไปทางมิติเพื่อสร้างการท่องเที่ยวเป็นหลัก เสียสมดุลในการลดผลกระทบความรุนแรงลงได้

ดังนั้น ภาคประชาสังคมจึงเตรียมยกร่างการแก้ไขกฎหมายและรวบรวมรายชื่อ 1 หมื่นรายชื่อ เพื่อยื่นต่อสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งกรอบเนื้อหา ประกอบด้วย นิยามขอบเขตของสถานบริการ และคล้ายสถานบริการ เงื่อนไขการขออนุญาตด้านรูปแบบอาคารที่ใช้ สถานที่ที่สามารถขอใช้ การรับฟังความเห็นจากประชาชน นายทะเบียนที่จะให้อนุญาต หน้าที่ของผู้ประกอบการต่อความปลอดภัยประชาชน อำนาจของเจ้าพนักงาน และการมีส่วนร่วมของประชาชนในการประเมินผล  รวมไปถึงการปิดช่องในการทุจริตเรียกรับของเจ้าหน้าที่รัฐ  เป็นต้น

  “ย้อนบทเรียนจากเหตุการณ์ เมื่อปี 2552 เกิดเหตุการณ์ไฟไหม้ซานติก้าผับ 25529ต่อมาในปี 2565 เกิดเหตุลักษณะเดียวกับบ เมาน์เทนบี จ.ชลบุรี  กฎหมายอาคารปี 2555 มีความเข้มงวดเรื่องวัสดุทนไฟอยู่แล้ว แต่ปัญหาคือการบังคับใช้,ดังนั้นจึงต้องใช้ระบบ Open Data ให้ประชาชนรีวิวให้คะแนนความปลอดภัยของร้าน เพื่อให้นักท่องเที่ยวเลือกร้านที่ได้มาตรฐาน”ผู้อำนวยการเครือข่ายองค์กรงดเหล้า ย้ำ

  ขณะที่ นายภัณฑิล น่วมเจิม สส.กทม.พรรคประชาชน กล่าวว่า ในสมัยประชุมสภาที่แล้ว ได้มีญัตติแก้ไขกฎหมายสถานประกอบการ ทางกรรมาธิการได้มีการศึกษาพบว่ามีปัญหาหลายมิติ ทั้งการเรียกรับส่วย การดูแลโซนนิ่งไม่ชัดเจน ปัญหาร้องเรียนจากประชาชนจำนวนมากคือเรื่องเสียงรบกวน ปัญหาการจราจรติดขัด ปัญหายาเสพติด เมาทะเลาะวิวาท ก่ออาชญากรรม ค้ามนุษย์ รวมถึงค้าประเวณี จึงเสนอให้แก้ พ.ร.บ.สถานบริการซึ่งใช้มานานตั้งแต่ปี 2509 เพื่อให้มีความสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ซึ่งพบว่า กว่า 90 % มีการเปิดคล้ายสถานบริการ โดยให้มีการปรับคำนิยาม จากที่เขียนว่า โรงน้ำชา รองเง็ง ซึ่งปัจจุบันคนไม่เข้าใจแล้ว แต่จริงๆ องค์ประกอบสถานบริการคือ มีดนตรี มีแอลกอฮอล์ และมีผู้ให้บริการ หากมีครบ 2 ใน 3 นี้ก็จะเข้าเกณฑ์ต้องขออนุญาตจากท้องถิ่นเพื่อเปิด ซึ่งจะมีหลักเกณฑ์การดำเนินการ มาตรฐานความปลอดภัยของอาคารสถานที่ โดยให้เป็นเบ็ดเสร็จที่ส่วนเดียว ไม่ต้องไปหลายหน่วยงาน

“สิ่งสำคัญควรมีการจัดโซนนิ่งอยู่ห่างจากชุมชน และเวลาเปิด ปิด เพราะยิ่งดึกยิ่งเสี่ยง มีโอกาสทำกิจกรรมเสี่ยงผิดกฎหมาย และคุมยาก กระทบกับประชาชนที่ต้องออกมาทำมาหากินปกติ ตั้งแต่ช่วงเช้าตรู่ ตีสี่ ดังนั้นการมีกิจกรรมดึกๆ เสี่ยงกระทบกับสาธารณะ ดังนั้น 2 ปัจจัยหลัก คือสถานที่ที่ควรเปิด กับเวลา เปิด ปิด ต้องให้ท้องถิ่นอนุญาต เพราะเขาจะรู้จักพื้นที่ และเรื่องค่าใบอนุญาตต้องผันแปรไปตามความเสี่ยงด้วย เช่น เปิดดึก พื้นที่ใหญ่รับลูกค้าเยอะ ต้องยิ่งแพงขึ้น แล้วจ่ายกับรัฐหน่วยเดียว ไม่ต้องไปถูกรีดไถ กฏหมายปัจจุบันล้าสมัยมาก ปัจจุบันร้านค้า 80-90% ในย่านดังอย่างทองหล่อ-เอกมัย อยู่นอกโซนนิ่งและจดทะเบียนเป็นร้านอาหารแต่ประกอบกิจการคล้ายสถานบริการ ทำให้เกิดปัญหาเรื่องส่วยและการตรวจตราที่ไม่เป็นธรรม”

 นายภัณฑิล ระบุว่า ในบางพื้นที่ผู้ประกอบการต้องจ่ายเงินให้กับเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงาน เช่น ตำรวจรถไฟ ตำรวจม้า หรือตำรวจน้ำ ซึ่งบางรายต้องเสียเงินถึงหลักแสนบาทต่อเดือนขึ้นอยู่กับยอดขายและพื้นที่ร้าน นอกจากนี้ยังมีกรณีที่ผู้จัดการร้านถาม สส. ที่ลงพื้นที่ตรวจสอบว่า “อยากให้ช่วยอะไร” ซึ่งสะท้อนถึงความคุ้นชินในการเคลียร์ปัญหาด้วยผลประโยชน์ อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่มักอ้างว่ามีการลงพื้นที่ตรวจตราทุกวัน แต่ในความเป็นจริงกลับไม่มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังจนกว่าจะเกิดเหตุสะเทือนขวัญ ตัวอย่างเช่น กรณีร้านที่เกิดเหตุที่ลาดพร้าวซึ่งจดทะเบียนเป็นร้านอาหารแต่ประกอบกิจการกึ่งผับ หากเจ้าหน้าที่ตรงไปตรงมาแต่แรกย่อมไม่สามารถเปิดในลักษณะนั้นได้

อย่างไรก็ตามกฎหมายปัจจุบันให้อำนาจสิทธิ์ขาดในการออกใบอนุญาตแก่กระทรวงมหาดไทยและตำรวจ ซึ่งเป็นหน่วยงานส่วนกลางที่ไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากปัญหาในพื้นที่ ทำให้เกิดช่องว่างในการรับส่วย บางครั้ง เจ้าหน้าที่บางกลุ่มพยายามกดดันให้ผู้ประกอบการต้องทำผิดกฎหมายหรืออยู่นอกระบบ เพื่อที่จะสามารถเรียกรับผลประโยชน์ได้ต่อไป แม้ผู้ประกอบการจะอยากทำให้ถูกกฎหมายเพียงใดก็ตาม ซึ่งการขอใบอนุญาตทุกอย่างไว้ที่จุดเดียวเพื่อลดช่องว่างการทุจริต

สส.กทม.พรรคประชาชน กล่าวด้วยว่า สำหรับร่างกฎหมาย ฉบับพรรคประชาชนยกร่างนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างรับฟังความคิดเห็น ซึ่งเป็นร่างการเงินด้วยเพราะมีการเก็บเงินค่าธรรมเนียมต่างๆ ทั้งนี้ หากมีการเปิดสภาอีกครั้งก็จะมีการทวงถามอีกครั้ง โดยเฉพาะเมื่อเกิดเหตุขึ้นกับโรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว

  ด้าน ผศ.ดร.เจริญ เจริญชัย ที่ปรึกษาสมาคมสุราท้องถิ่นไทย กล่าวว่า สถานบริการในต่างประเทศ มีกฎหมายแตกต่างกันไป เช่น ญี่ปุ่น และไต้หวัน ร้านอิซากาย่าที่จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ไม่มีการตรวจบัตรผู้เข้าใช้บริการ แต่ประชาชนที่เข้าใช้บริการมีวินัย ผู้ที่อายุไม่ถึงเกณฑ์ดื่มแอลกอฮอล์จะไม่เข้าใช้บริการ เคารพกฎหมาย ส่วนผับบาร์ไนท์คลับ ที่เป็นสถานที่ปิด บางแห่งสามารถตั้งอยู่ชั้นบนของอาคารสูงได้ โดยมีระบบความปลอดภัย และไม่เปิดในย่านที่อยู่อาศัยที่น่าสนใจคือ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด ผู้ประกอบกิจการและ ประชาชนก็เคารพกฎหมาย มีการปลูกฝังค่านิยมที่ถูกต้องตั้งแต่เด็ก

  นายวิเชษฐ์  พิชัยรัตน์ กรรมการกองทุน สสส. กล่าวว่า ประเทศยังมีช่องว่างด้านมาตรฐานความปลอดภัย การบังคับใช้กฎหมาย ดังนั้นแค่คำว่าถอดบทเรียนคงไม่เพียงพอ ควรมีมีมาตรการที่เข้มข้นในการแก้ไขและบังคับใช้กฎหมาย อาทิการบังคับติดตั้งระบบสปริงเกอร์ เพื่อดับไฟอัตโนมัติเมื่อเกิดควัน ห้ามใช้วัสดุที่ติดไฟง่าย โดยเด็ดขาด การติดตั้งป้ายเรืองแสงและห้ามตั้งสิ่งกีดขวางทางหนีไฟ จำกัดจำนวนผู้เข้าใช้บริการ ให้เหมาะสมกับขนาดพื้นที่ ไม่ควรให้เกิดความแออัด หรือตั้งโต๊ะกีดขวางหน้าเวทีและทางไปห้องน้ำ ควรสุ่มตรวจเป็นประจำโดยไม่แจ้งล่วงหน้า หากพบการกระทำผิดจะมีการลงโทษเพิ่มทันที