เมื่อวันที่ 23 ก.ค. 69 ที่ สำนักงานกฎหมายทนายรัชพล ศิริสาคร ต.ตลาดขวัญ อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี นางนัยรัตย์ (สงวนนามสกุล) อายุ 49 ปี ได้นำเอกสารพร้อมหลักฐานเข้าร้องเรียนกับนายรัชพล ศิริสาคร ทนายความ หลังถูกชายฉกรรจ์ 3 คน บุกบ้านทำร้ายร่างกายขณะตั้งครรภ์ ทำให้ได้รับบาดเจ็บสาหัส นอกจากนี้ยังมีทรัพย์สินสูญหายหลายรายการ รวมมูลค่ากว่า 2 ล้านบาท โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 6 พ.ย. 56 ภายในบ้านหลังหนึ่ง ต.บางแม่นาง อ.บางใหญ่ หลังเกิดเหตุเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ผ่าน 13 ปี คดีไม่คืบ หวั่นเรื่องเงียบ วอนขอความเป็นธรรม
นางนัยรัตย์ กล่าวว่า วันเกิดเหตุตนกำลังตั้งท้องลูกสาวคนเล็ก ได้มีชายฉกรรจ์ 3 คนเดินเข้ามาในบ้าน ซึ่งตอนนั้นตนอยู่กับแม่บ้านแค่ 2 คน จึงถามพวกเขาว่า มาหาใคร เขาบอกมาหาสามีของตน จากนั้นคนร้าย 2 คนที่ใส่ไอ้โม่ง ได้เดินปรี่เข้ามาต่อยที่ท้องตนคนละ 10 กว่าครั้ง หลังจากต่อยเสร็จเขาก็เอาสกอตเทปพันรอบปากประมาณ 4 รอบ แล้วเอามือไพล่หลังแล้วให้พาเดินขึ้นไปบนชั้น 2 ตนจึงตะโกนร้องขอความช่วยเหลือ ตอนนั้นแม่บ้านได้วิ่งเข้ามาถามว่าตนเป็นอะไรมั้ย แม่บ้านจึงโดนต่อยท้องไป 1 ที จากนั้นคนร้ายได้ใช้ผ้าม่านมัดขาของตนกับขาของแม่บ้านติดกัน หลังจากนั้นคนร้ายได้พูดขึ้นมาว่า จะปากดีอีกมั้ย แล้วทำท่าจะชักอาวุธออกมา ซึ่งตนก็ไม่แน่ใจว่าเป็นอาวุธอะไร เพราะถูกจับมัดเอาหน้าซุกอยู่บนที่นอนจึงทำให้มองไม่เห็น ขณะเดียวกันคนร้าย 2 คนได้เดินไปหาของมีค่าในบ้าน ซึ่งทราบภายหลังว่ามีทรัพย์สินหายไปหลายรายการ มูลค่ารวมกว่า 2 ล้านบาท และอีกคนก็ค่อยๆ เดินออกจากห้องไป

นางนัยรัตน์ กล่าวต่อไปว่า พอคนร้ายหายออกไปสักพัก ตนจึงพยายามแกะสกอตเทปที่มัดมือมัดเท้าออก ตอนนั้นได้ยินเสียงเอะอะโวยวายดังขึ้น จึงให้แม่บ้านกระโดดหน้าต่างหนีออกไปก่อน แล้วตนก็กระโดดตามลงไป ทำให้ได้รับบาดเจ็บกระดูกขาหักเดินไม่ได้ประมาณ 1 ปี 3 เดือน กระดูกหลังร้าว แต่เอ็กซเรย์ไม่ได้เพราะตอนนั้นตั้งครรภ์อยู่ ในใจก็กลัวว่าลูกกลับจากโรงเรียนแล้วจะมาเห็นภาพแม่ถูกจับมัดมือมัดเท้า มันจะกลายเป็นภาพจำที่ไม่ดีของลูก พอวันรุ่งขึ้น รปภ. หมู่บ้านก็โดนไล่ออก หลังเกิดเรื่องก็รอให้ตำรวจมาสอบปากคำที่บ้าน เพราะไปไหนไม่ได้ แต่ก็ไม่มีใครมาสักคน ทำได้แค่ถามสามีว่าเรื่องคืบหน้าไปถึงไหนแล้ว สุดท้ายเรื่องก็เงียบ และที่ทำให้ช็อกซ้ำสองคือ หลังเกิดเหตุวันที่ 11 ส.ค. 57 ตนไปที่ สภ.บางใหญ่ เพื่อตามความคืบหน้าเรื่องคดี แต่ตำรวจแจ้งว่าสามีได้ถอนแจ้งความไปแล้ว วันนี้จึงอยากให้ทนายรัชพล ช่วยตามเรื่องคดีให้ด้วย

ทนายรัชพล กล่าวว่า ในส่วนของข้อกฎหมาย คดีนี้ถือเป็นการลักทรัพย์โดยใช้กำลัง ถ้าร่วมกัน 3 คน ก็เข้าข่ายปล้นทรัพย์ ซึ่งคดีนี้ยอมความไม่ได้ ต่อให้มีคนไปถอนแจ้งความ ตำรวจก็จะต้องดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป โดยมีอายุความ 15 ปี อยากให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งรัดคดี เพราะตอนนี้ผ่านมา 13 ปีแล้ว เบื้องต้นตอนนี้ขอรับเรื่องร้องเรียนไว้ก่อน ถ้าจำเป็นจริงๆ อาจจะขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนกลางเข้ามาดูแลคดีนี้อีกทีนึง หรืออาจจะเข้าไปที่กองปราบ ต้องดูความเหมาะสมก่อน
“ส่วนเรื่องระยะเวลาเกิดเหตุผ่านไป 13 ปี มีปัญหาต่อต่อการดำเนินหรือไม่นั้น คดีนี้ยังอยู่ในอายุความ ยังสามารถดำเนินคดีต่อได้ ส่วนข้อกล่าวหา ยังต้องดูเพิ่มเติมอีกสักนิด เนื่องจากในเรื่องปล้นทรัพย์แล้วยังมีการเอาสกอตเทปรัดปาก รัดคอ มัดมือ มัดเท้า อาจจะต้องดูเรื่องกักขังหน่วงเหนี่ยวด้วย สุดท้ายนี้ฝากถึงท่านผู้กำกับการ สภ.บางใหญ่ อยากให้ช่วยติดตามคดีสักนิด เพราะคดีนี้ถือเป็นเรื่องอันตรายอย่างมาก โชคดีที่ผู้เสียหายรอดชีวิตมาได้จนถึงวันนี้ แต่ก็ยังใช้ชีวิตแบบไม่เป็นสุข ตำรวจเป็นที่พึ่งของประชาชน ถ้าพึ่งตำรวจไม่ได้ ประชาชนก็ไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใคร” ทนายรัชพล กล่าว.



