จากกรณี เมื่อวันที่ 13 ก.ค.69 คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ คดีซื้อขายฟอเร็กซ์ (Forex) โดยไม่ได้รับอนุญาต ได้รวบรวมพยานหลักฐานขอศาลอาญารัชดาภิเษกพิจารณาออกหมายจับบุคคลและนิติบุคคล ในฐานความผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 ซึ่งมีรายชื่อนักการเมืองและนักแสดงที่สังคมให้ความสนใจ 2 ราย คือ 1.นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ หรือป้อม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน 2.นายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ หรือฟิล์ม รวมอยู่ด้วย
แต่ปรากฏว่าในช่วงเย็นวันเดียวกันนั้น ศาลมีคำสั่งยกคำร้องการขออนุมัติออกหมายจับ และให้พนักงานสอบสวนไปออกหมายเรียกผู้ถูกกล่าวหารวม 22 รายแทน โดยศาลให้เหตุผลว่า ผู้ต้องหากลุ่มนี้ยังมีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง และอยู่ในวิสัยที่สามารถออกหมายเรียกตัวมาดำเนินคดีตามขั้นตอนปกติได้ พร้อมกำชับตรวจพยานหลักฐานละเอียดเพื่อป้องกันไม่ให้กระบวนการยุติธรรมตกเป็นเครื่องมือทางการเมือง และศาลได้พิจารณาคำร้องพร้อมหลักฐานอย่างละเอียดแล้วจึงอนุมัติออกหมายจับผู้ต้องหาให้เพียง 2 ราย คือ 1.น.ส.มัลลิกา มากสลุด ผู้บริหารและกรรมการบริษัท และ 2.นายธีรพงษ์ คงแก้ว หรือ “โค้ชเจมส์” ที่มีผู้เสียหายและพยานหลักฐานชัดเจน
ทั้งนี้ สำหรับการออกหมายจับดังกล่าว ศาลได้พิจารณาพยานหลักฐานอย่างละเอียดเพื่อป้องกันไม่ให้ตกเป็นเครื่องมือทางการเมือง รวมถึงผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 2 รายนี้ พนักงานสอบสวนคดีพิเศษก็ได้มีการนำตัวขอฝากขังศาลเรียบร้อยแล้ว โดยศาลไม่อนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว ทั้งคู่จึงอยู่ระหว่างการฝากขังระหว่างภายในเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร และทัณฑสถานหญิงกลาง ตามที่มีการรายงานข่าวไปแล้วนั้น

เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 24 ก.ค. ที่ ศูนย์ราชการฯ อาคารซี (C) ชั้น 2 โถงดีเอสไอ ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากที่คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ ได้พิจารณาออกหมายเรียกผู้ต้องหาทั้ง 22 ราย คดีซื้อขายฟอเร็กซ์ (Forex) โดยไม่ได้รับอนุญาต ในความผิดฐาน ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์โดยไม่ได้รับอนุญาต ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้าโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่ได้จดทะเบียน ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกันและร่วมกันฟอกเงินนั้น
ล่าสุดพบว่านายภิรัช ตรีเพชร ทนายความประจำตัวของนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ ได้เดินทางเข้าพบคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ เพื่อยื่นเอกสารขอเลื่อนหมายเรียกผู้ต้องหาครั้งที่ 1
ต่อมาเวลา 10.20 น. ทนายภิรัช ออกมาเปิดเผยหลังเข้ายื่นหนังสือขอเลื่อนหมายเรียกผู้ต้องหาครั้งที่ 1 ของนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ หรือ สส.ป้อม ว่า วันนี้ตนได้รับมอบหมายจากลูกความให้เข้ายื่นหนังสือขอเลื่อนหมายเรียกรับทราบข้อกล่าวหากับดีเอสไอ เนื่องด้วยลูกความได้รับหมายเรียกกระทันหันอย่างมาก และวันนี้ยังติดภารกิจอื่นอีกด้วย โดยลูกความได้รับหมายเรียกเมื่อช่วงบ่ายวานนี้ (23 ก.ค.69) จึงขอให้มาเลื่อนหมายเรียกวันนี้ออกไปเป็นช่วงต้นเดือน ส.ค.69 แทน ซึ่งพนักงานสอบสวนก็อนุญาต อีกทั้งลูกความยังคงอยู่ระหว่างการเตรียมเอกสารให้ครบทุกประเด็น
ทั้งนี้ เรายืนยันว่ามีความพร้อมที่จะเข้ามาชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาในทุกประเด็น รวมไปถึงเอกสารหลักฐานไม่ว่าจะเป็นเรื่องรายการเดินบัญชีธนาคารย้อนหลัง (Statement) ที่ได้มีการประสานขอกับสถาบันการเงิน หรือการทำธุรกรรมต่าง ๆ ตามที่พนักงานสอบสวนตั้งประเด็นไว้ จะได้นำมาประกอบการชี้แจงกับพนักงานสอบสวน อย่างไรก็ดี ในเรื่องของพฤติการณ์การเทรดทองคำที่ลูกความถูกดีเอสไอแจ้งข้อเท็จจริงนั้น เราก็สามารถชี้แจงได้ และมีคำชี้แจงไว้ให้อยู่แล้ว แต่รายละเอียดเชิงลึก ตนต้องขอสงวนไว้ให้เป็นเรื่องของคดีและข้อกฎหมาย
ทนายภิรัช เผยอีกว่า ตนขอยืนยันว่าลูกความไม่เคยรู้จักหรือสนิทสนมกับใครที่ปรากฏในแผนผังการสืบสวนของดีเอสไอ รวมไปถึงกรณีของนักแสดงชายชื่อดังด้วย (นายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ หรือฟิล์ม) หรือแม้กระทั่งกรณีของ นายมานิตย์ (ผู้แนะนำโบรกเกอร์ หรือไอบี) ลูกความของตนก็ไม่ได้รู้จักหรือสนิทด้วย ถึงแม้ว่าข่าวที่ปรากฏในหน้าสื่อก่อนหน้านี้ จะมีการระบุว่าลูกความของตนเคยมีการเดินทางไปเที่ยวประเทศฝรั่งเศส (ปารีส) ด้วยกัน หรืออ้างว่ามีภาพร่วมงานประชุมสัมมนากันนั้น ยังคงยืนยันว่าลูกความไม่รู้จักกับนายมานิตย์ แม้แต่น้อย

ส่วนที่อ้างว่าได้มีการเดินทางไปเที่ยวประเทศฝรั่งเศส หรือมีภาพร่วมงานประชุมสัมมนากัน ก็อาจเนื่องด้วยทั้งคู่ถือเป็นผู้เทรดเหมือนกัน แต่ที่สำคัญ คือ ลูกความของตนก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าในวันนั้น นายมานิตย์ ได้ไปประเทศฝรั่งเศสด้วยหรือไม่ เพราะว่าพวกเขาไม่ได้รู้จักกัน แต่การไปนั้นก็เพราะบริษัท (บริษัท QRS) มีการจัดงานการแลกของสมนาคุณสำหรับผู้เทรด จึงได้ไปร่วมงานดังกล่าว ซึ่งก็เป็นไปตามที่ลูกความเคยได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนไปก่อนหน้านี้แล้ว
ทนายภิรัช ยังยอมรับว่า ลูกความค่อนข้างได้รับผลกระทบจากการเป็นข่าว และการเป็นคดี แต่อย่างไรแล้วระหว่างนี้ ก็ต้องไปรวบรวมพยานหลักฐานและเอกสาร เพื่อใช้ชี้แจงตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป พร้อมเน้นย้ำว่า เราจะนำเอาพยานหลักฐานทุกอย่างมาชี้แจงแก้ข้อกล่าวหากับพนักงานสอบสวนทุกประเด็น
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า นอกจาก นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ หรือ สส.ป้อม ที่คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ ได้นัดหมายให้เข้ารับทราบข้อกล่าวหาแล้วนั้น ยังมีกรณีของ นายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ หรือฟิล์ม ดาราชายชื่อดัง ที่พนักงานสอบสวนนัดหมายในช่วงบ่ายโมงวันนี้(24 ก.ค.69) โดยล่าสุดมีเพียง นายภาวุธ ที่ส่งทนายความขอเลื่อนหมายเรียกผู้ต้องหาในช่วงเช้า ส่วน นายรัฐภูมิ ยังไม่มีทนายความมาประสานขอเลื่อนหมายเรียกแต่อย่างใด นอกจากนี้ คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้มีการออกหมายเรียกผู้ต้องหาแก่ทั้ง 22 ราย ครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว โดยนัดหมายให้แต่ละรายเข้าพบตามกำหนด หรือหากผู้ใดต้องการขอเลื่อนหมายเรียกผู้ต้องหาครั้งที่ 1 ก็สามารถส่งเอกสารขอเลื่อนการรับทราบข้อกล่าวหาได้เช่นเดียวกัน.



