เมื่อวันที่ 24 ก.ค. ที่รัฐสภา น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะกรรมาธิการ (กมธ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 กล่าวถึงการพิจารณางบของกระทรวงมหาดไทยว่า จากข้อสังเกตของนายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะ กมธ. พบว่าโครงการที่เหลืออยู่ของกรมโยธาธิการและผังเมือง มีการจัดรูปแบบโครงการในลักษณะพยายามเกลี่ยงานให้กับผู้รับเหมาชั้นพิเศษ โดยไม่มีการเว้นช่องว่างให้ผู้รับเหมาชั้นรองลงมาได้มีโอกาสแข่งขันเพื่อเลื่อนชั้น ซึ่งถือเป็นความผิดปกติในการจัดสรรงาน

นอกจากนี้ ยังพบปัญหาการใช้เงินนอกงบประมาณและงบฯ ซ้ำซ้อน โดยเฉพาะหลักสูตรผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย ที่เปิดรับการอบรมปีละประมาณ 300 คน แล้วก็มีการของบประมาณในส่วนกลางด้วย เก็บค่าหลักสูตรนักปกครองชั้นสูงถึง 200,000 บาทต่อคน ซึ่งมีคนมาเข้าร่วม 200-300 คน ก็ได้งบประมาณมาค่อนข้างมากหลายสิบล้าน แต่ก็ยังมาขอสนับสนุนงบประมาณอยู่อีก

“หลักสูตรเหล่านี้หลายคนเรียนไปเพื่อขยับตำแหน่งเป็นรองอธิบดีหรืออธิบดี แต่ตำแหน่งมีน้อย สุดท้ายจ่ายหัวละสามแสนแล้วก็เกษียณก่อนได้เลื่อนชั้น ถือเป็นความสิ้นเปลือง และเหมือนการเอาเงินกระเป๋าซ้ายจ่ายกระเป๋าขวา” น.ส.ศิริกัญญา กล่าว

เมื่อถามถึง กรณีปัญหาการก่อสร้างศูนย์ราชการของมหาดไทยแห่งใหม่ น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า การก่อสร้างศูนย์ราชการกระทรวงมหาดไทยแห่งใหม่ ซึ่งเป็นงบประมาณผูกพัน โดยพบปัญหาความล่าช้ามาตั้งแต่ระยะแรก เนื่องจากผู้รับเหมามีการเสนอราคาต่ำกว่าราคากลางถึง 500 ล้านบาท จนประสบปัญหาสภาพคล่อง ไม่สามารถส่งมอบงานได้และติดค้างค่าจ้างแรงงาน และปัจจุบัน บริษัทผู้ควบคุมงานยังประสบปัญหาสภาพคล่องเพิ่มเติม ส่งผลให้โครงการซึ่งเดิมมีกำหนดแล้วเสร็จภายในปี 2569 ต้องถูกยืดระยะเวลาสัญญาออกไปอีก 1 ปี แต่ความคืบหน้างานปัจจุบันกลับทำได้เพียง 1 ใน 3 เท่านั้น จึงไม่น่าสร้างเสร็จได้ทันตามสัญญาใหม่แน่นอน

น.ส.ศิริกัญญา กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ เมื่อดูความเสียหายที่เกิดขึ้น ก็อาจจะเกิดจากการที่ตัวหน่วยงานต่างๆ ที่ยังอยู่ที่เดิม ก็จำเป็นที่จะต้องของบในการปรับปรุงอาคารสถานที่ของตัวเองไปก่อน ในระหว่างที่ศูนย์ราชการจะยังไม่เสร็จสิ้น

น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า ในการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี บางรายการที่สูงผิดปกติและมีการขอซ้ำซ้อนกัน เช่น กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ที่ได้รับงบฯ สูงขึ้น 30% โดยที่ส่วนใหญ่เป็นคลาวด์กลางภาครัฐ ซึ่งเจตนาคือการรวบรวมการเช่าซื้อ การจัดเก็บข้อมูล มาไว้ที่ส่วนกลางเพียงส่วนเดียว ทำให้งบฯ ปีนี้เพิ่มขึ้น 5,000 ล้านบาท เมื่อไปดูแต่ละหน่วยงานก็พบว่าซื้อหรือเช่าระบบคลาวด์แยกกันอยู่ จึงเกิดความซ้ำซ้อนกัน ดังนั้น อนุกรรมาธิการที่พิจารณาแผนบูรณาการรัฐบาลดิจิทัลจะแขวนหน่วยงานที่เข้ามาซื้อหรือเช่าคลาวด์เพิ่มเติม และขอให้มีการรับรองจากกระทรวงดีอี ก่อนว่าไม่มีการซ้ำซ้อนกัน

ส่วนกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ได้รับงบฯ น้อยลง พบว่าสวัสดิการที่จะถึงมือประชาชนถูกตัดออกไปเยอะ แต่ไปได้งบประมาณที่เกี่ยวกับการบริหารจัดการในหน่วยงานของของตัวเอง เช่น กรมส่งเสริมคุณภาพชีวิตคนพิการ เงินที่จะถึงมือคนพิการถูกปรับลดลง แต่จะตั้ง Data Center ทำฐานข้อมูล และพบว่าการทำห้อง Data Center มีการซื้อของที่แพงเกินจริง เช่น ประตูหนีไฟ 200,000 บาท ชุดสำรองไฟ 800,000 บาท เก้าอี้สำนักงานตัวละ 15,000 บาท ซึ่งส่วนนี้ก็ต้องมีการตัดกันไปตามระเบียบ

เมื่อถามถึงงบกลาง น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า การอนุมัติงบกลางเพื่อเตรียมรับมือภัยแล้ง วงเงิน 6,500 ล้านบาท ทั้งที่อยู่ในสถานการณ์ที่ทุกฝ่ายทราบดีว่างบประมาณมีไม่เพียงพอ จนรัฐบาลต้องโอนงบประมาณของปี 2569 มาสำรองไว้ประมาณ 10,000 ล้านบาท แต่กลับยังมีการใช้งบเพิ่มเติมสำหรับโครงการด้านน้ำอีกกว่า 6,000 ล้านบาท โดยครั้งนี้เป็นโครงการจัดหาน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค และที่สำคัญไม่ใช่เพียงโครงการน้ำบาดาลทั่วไป แต่เป็นโครงการโซลาร์บาดาล

น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า มีความกังวลว่าโครงการดังกล่าวอาจซ้ำรอยกรณีในปี 2568 ที่มีการอนุมัติงบประมาณสำหรับการจัดการภัยแล้งและน้ำท่วม วงเงินประมาณ 7,500 ล้านบาท ซึ่งต่อมา สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ตั้งข้อสังเกตว่ามีความผิดปกติและสุ่มเสี่ยงต่อการทุจริตคอร์รัปชัน จนรัฐบาลตัดสินใจยกเลิกโครงการเหล่านั้น

ครั้งนี้อยากให้ทุกฝ่ายช่วยกันจับตา เพราะขณะนี้กำลังเปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่างทีโออาร์ หากผู้ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญเห็นว่ามีประเด็นเรื่องการล็อกสเปก ก็ขอให้เข้าไปแสดงความคิดเห็น เนื่องจากโครงการโซลาร์บาดาลต้องมีทั้งเครื่องเจาะ ระบบโซลาร์เซลล์ อุปกรณ์ไฟฟ้า อินเวอร์เตอร์ และอุปกรณ์อื่น ๆ จึงต้องติดตามว่าจะมีการเอื้อประโยชน์ให้บริษัทเอกชนรายใดรายหนึ่งหรือไม่

“เงินมีอยู่อย่างจำกัด แล้วเจ้าหนี้ก็ส่งใบแจ้งหนี้กันถ้วนหน้า ไม่ว่าจะเป็นรถไฟฟ้าสายสีส้ม ค่าโง่คลองด่านเองก็ดี หรือว่าในเรื่องที่เราจำเป็นที่จะต้องช่วยเหลือประชาชนอื่น ๆ แต่ว่าทางรัฐบาลเองก็อดไม่ได้จริง ๆ ที่จะต้องมีโครงการในลักษณะนี้ โดยอ้างการจัดการภัยแล้งเกิดขึ้น ก็ตลกดีเหมือนกันว่าเราเอางบกลางไป 6.5 พันล้าน แต่กรมชลประทานโดนตัดงบไปประมาณ 7 พันล้าน ก็ไม่รู้ว่าตกลงมันแล้งหรือว่ามันอะไร ถึงมันจะต้องมาใช้งบกลางอย่างเร่งด่วนในช่วงปลายปีงบประมาณ 2569 แบบนี้” น.ส.ศิริกัญญา กล่าว