เมื่อวันที่ 23 ก.ค. ที่รัฐสภา นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยภักดี กล่าวถึงกรณีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ว่า ตนมองว่ารัฐบาลชุดนี้ใช้เงินเยอะมาก มีการกู้เงิน 4 แสนล้านบาท มากระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ทำไมมาเข้มงวดกับคนจนจัง ทั้งนี้ตนไม่ปฏิเสธว่าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่มีกว่า 13 ล้านคนนั้น อาจมีคนที่มีฐานะผสมเข้ามา แต่กฎเกณฑ์ที่ตั้งขึ้นมานั้นมันไปตัดถึง 6 ล้านคน ที่ส่วนใหญ่ก็เป็นคนจน วันนี้แม้แต่คนทำความสะอาด ล้างห้องน้ำสภา ก็ร้องเรียนตนหลายคนว่าถูกตัดสิทธิ และตนทราบว่ารัฐบาลกำลังเปิดโอกาสให้อุทธรณ์ แต่มีหลายคนออกมาพูดจนทำให้เกิดความสับสน แม้กระทั่งนายกรัฐมนตรียังระบุว่า จะขยายเวลาอุทธรณ์ถึงวันที่ 20 ก.ย. ล่าสุด รมช.มหาดไทย ก็ออกมาชี้แจงว่าจะให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ไปสำรวจตามบ้าน ถ่ายรูปเพื่อแยกแยะคนจน

“ประเด็นคือ วันนี้พี่น้องคนจนต้องการคำตอบจากรัฐบาลว่าต้นเดือนที่จะถึงนี้เขาจะได้ไปเบิกของด้วยบัตรคนจนหรือไม่ แค่นี้เอง เราต้องการความชัดเจนจากรัฐบาลเพื่อแจ้งต่อพี่น้องคนจนที่ถูกตัดสิทธิกว่า 6 ล้านคนนั้น ต้นเดือนหน้า และต้นเดือน ก.ย. ท่านต้องรีบให้คำตอบกับเขาหน่อยว่า เขาจะใช้บัตรคนจนไปเอากะปิ น้ำปลา ข้าวสารหรือไม่ ตามปกติที่เขาเคยได้รับ เพราะนี่คือความชัดเจนที่คนจนเขาเครียด อยากบอกรัฐบาลว่า เงิน 300 บาทนั้น คนจนเขาเครียดมาก เรียกร้องนายกฯ บอกเขาให้ชัดเจน เพราะตอนนี้บอกแค่ว่าจะอุทธรณ์ มีการออกไปสำรวจ แต่ไม่ได้บอกว่า เขาจะได้ของไหม ดังนั้นขอความชัดเจน” นพ.วรงค์ กล่าว

นพ.วรงค์ กล่าวต่อว่า ตนขอยืนยันว่า เราไม่ปฏิเสธถ้ารัฐบาลจะตัดคนรวยออกจากสิทธิคนจน ดังนั้นในการปรับเกณฑ์อุทธรณ์นั้น แต่ขอให้ท่านวางกฎเกณฑ์ให้ชัด ให้นิ่ง และเมื่อเทียบกับฐานข้อมูลแล้ว ต้องตัดคนรวยออกได้จริงๆ ถ้าปรับกฎเกณฑ์ใหม่แล้วยังเอาคนจนอีกกลุ่มหนึ่งออกไปอีก แบบนี้รัฐบาลอยู่ลำบาก อย่างไรก็ตาม เบื้องต้น ท่านประกาศให้ชัดเจนเลยว่า เดือน ส.ค.-ก.ย. นี้ ยังสามารถใช้บัตรคนจนไปเอากะปิ น้ำปลาได้ แค่นี้เขาก็สบายใจ และฝากถึงนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รมว.คลัง ที่บอกว่าจะคืนสิทธิให้ไปใช้ไทยช่วยไทยพลัสนั้น ตนย้ำว่า เงิน 300 บาทสำหรับคนจนนั้นมีความหมายมาก กับประชาชนอีกระดับถือว่าต่างกันมาก

เมื่อถามว่า เหตุที่เกิดขึ้นเป็นเพราะรัฐบาลใกล้ถังแตกหรือไม่ นพ.วรงค์ กล่าวว่า ตนไม่อยากไปตำหนิเขาขนาดนั้น แต่เห็นว่าเขาพังมา 2 รอบแล้ว รอบแรกเรื่องลูกนำค่าเลี้ยงดูพ่อแม่ไปหักภาษี พ่อแม่จะถูกตัดสิทธิ แต่รอบสองคือหนักกว่านั้น ดูแล้วพยายามรีดไขมัน ถ้ามองลบคือรัฐบาลถังแตก แต่ถ้ามองด้วยความปรารถนาดีคือการจะเอาคนรวยออกจากคนจน แต่กลับทำมั่วมาก ในเมื่อกู้เงิน 4 แสนล้านบาท ศาลรัฐธรรมนูญก็บอกว่าให้ใช้ได้แล้ว ถ้าจำเป็นจริงๆ ก็เอาเงินนั้นไปช่วยคนจนก่อน ดังนั้นอยากให้เห็นใจคนจน อย่าเข้มงวดกับคนจนเกินไป เมื่อถามต่อว่ามองอย่างไรต่อเงื่อนไขที่ทำให้คนจนหลุดสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐคือเบี้ยประกัน 12,000 บาทต่อปี ถือเป็นคนรวยหรือไม่

นพ.วรงค์ กล่าวว่า นี่คือความไร้ประสบการณ์ของเทคโนแครต คนกระทรวงการคลัง กระทรวงการคลังภายใต้นายเอกนิติ เป็นนักวิชาการ อยู่บนหอคอยงาช้าง ไม่เหมือน สส. ที่ไปเจอคนยากคนจน ดังนั้นกฎเกณฑ์ที่สร้างมาก็เป็นการสร้างบนโต๊ะบนห้องทำงาน บนคอมพิวเตอร์ ซึ่งจากที่ตนพูดคุย การส่งเบี้ยประกันนั้นส่วนใหญ่ลูกทำให้ แต่ชีวิตเขาก็ลำบาก ดังนั้น หลายสิ่งหลายอย่างเป็นการกระทำของคนไม่มีประสบการณ์สัมผัสคนจน หลายกฎเกณฑ์ที่ออกมาเพราะเขาไม่ได้ไปดูชีวิตคนยากคนจน ทราบข่าวว่ากระทรวงมหาดไทยให้คนไปสำรวจ ซึ่งช้าไปนิด แต่ก็ไม่เป็นไรให้เขาตั้งหลัก หลังจากที่ทุกอย่างลงตัวแล้วค่อยประกาศอีกครั้ง.