เมื่อวันที่ 22 ก.ค. ที่ สน.พหลโยธิน นายกนกพล สังสัมพันธ์ อายุ 38 ปี การ์ดโรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส จากเหตุการณ์ไฟไหม้ เป็นหนึ่งในเคสสีแดง ถูกส่งตัวไป รพ.พญาไท พหลโยธิน ก่อนย้ายไปรักษาตัวตามสิทธิที่ รพ.ราชวิถี และออกจาก รพ.มาเมื่อวันที่ 20 ก.ค. ที่ผ่านมา โดยนายกนกพล มีบาดแผลถูกไฟคลอกตามร่างกายหลายแห่ง เช่น แขนทั้งสองข้าง หูทั้งสองข้าง และบริเวณต้นคอ เพื่อมาลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานกับ พ.ต.ท.กฤษฎภาส สังสิมมา รอง ผกก.(สอบสวน) สน.พหลโยธิน

ภายหลัง นายกนกพล เปิดเผยว่า หลังจากออกจากโรงพยาบาลได้เข้ามาให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน ส่วนในวันเกิดเหตุขณะที่ตนเองนั่งอยู่จุดตรวจบัตรประตู 1 ติดกับฝั่งร้านหมูกระทะ สังเกตเห็นไฟป้ายโรงเบียร์ ที่อยู่บนประตูทางเข้าเกิดดับ ซึ่งยังคุยกับเพื่อนอยู่ว่ามีใครไปปิดไฟป้ายเล่นหรือไม่ จู่ ๆ สังเกตเห็นมีกลุ่มควันออกมาจากไฟป้ายดังกล่าว ซึ่งตนเองยังคิดว่าเกิดไฟช็อต จึงวิ่งเข้าไปภายในร้านเพื่อจะสับคัตเอาต์ แต่เข้าไปไม่ถึง

“… เมื่อวิ่งเข้าไปเจอพี่ไนน์ เจ้าของร้าน ซึ่งนั่งอยู่กับหัวหน้าวงไนน์ตี้ไนน์ ซึ่งเตรียมที่จะขึ้นเล่นดนตรีวงถัดไป จึงพูดว่าป้ายไฟน่าจะช็อต เมื่อพูดจบปรากฏว่ากลุ่มควันทะลักจากบนเพดาน ลงมาที่หน้าเวทีแล้วตามมาด้วยไฟ ซึ่งจุดดังกล่าวอยู่ใกล้กับถังดับเพลิง ตนจึงคว้าถังเคมีดับเพลิง ฉีดไปที่ไฟพร้อมกับฉายไฟฉาย ตะโกนเรียกกลุ่มลูกค้าในร้าน ให้หลบหนีเพราะจุดนั้นเป็นห้องน้ำ ซึ่งมีประตูทางออก ทำให้แขนขวาที่ถูกไฟคลอกหนักสุด เนื่องจากตนถือถังดับเพลิงพยายามฉีดไปเรียกลูกค้าไป ให้วิ่งตรงไป..”

นายกนกพล เผยอีกว่า จากนั้นนักท่องเที่ยวได้หลบหนีออกจากประตูหนีไฟหลังร้านที่เป็นประตูขายลูกอมได้ประมาณ 10 กว่าคน ประกอบกับกลุ่มควันเริ่มหนาแน่นขึ้น ทำให้ตนเองต้องวิ่งหนีเอาตัวรอด ขณะตนเองหันหลังวิ่งทำให้เปลวไฟคลอกไปที่ต้นคอจนได้รับบาดเจ็บด้วยเช่นกัน และตนเองก็เกือบเอาชีวิตไม่รอด เพราะหันกลับมาก็มองไม่เห็นทาง แต่อาศัยมีความชินกับเส้นทางในร้าน เพราะตนทำงานอยู่ในร้านนั้นทุกวัน

พร้อมยืนยันว่า ประตูหลังร้านที่วางโต๊ะขายลูกอม ที่ถูกอ้างว่ามีการปิดไม่ให้นักท่องเที่ยวออกจากร้านไม่เป็นความจริง ประตูดังกล่าวมีเพียงลูกบิดสามารถหมุนแล้วผลักออกมาได้ทันทีเพราะเปิดไว้ ตนเองกับกลุ่มลูกค้าก็วิ่งหนีออกจากประตูดังกล่าว หากไม่มีประตูนั้นคงไม่มีชีวิตรอด

ส่วนประเด็นที่มีการอ้างว่าต้องเคลียร์บิลก่อนออกจากร้าน นายกนกพล ยืนยันว่าไม่จริง ทุกคนก็รักชีวิตตัวเอง แล้วพนักงานในร้านจะยอมอยู่เคลียร์ก่อนได้อย่างไร เพราะเห็นอยู่แล้วว่าไฟกำลังโหมมา ต่อให้เจ้าของร้านพูดจริงว่าให้เคลียร์บิลก่อน ก็ไม่มีใครจะกล้าเก็บเงินก่อนเพราะควันไฟโหมมา ก็ต้องเอาตัวรอดกันทุกคน

ตอนเกิดเหตุตนได้ยิน.. ‘พี่ไนน์ เจ้าของร้าน’ พูดอยู่คำเดียวว่า “ให้ไปเอาถังดับเพลิง” และตัวเจ้าของร้านเองก็จะวิ่งไปเอาถังดับเพลิงมาช่วยดับไฟด้วย และยืนยันว่าไม่มีการให้ลูกค้าต่อแถวออกจากร้านขณะไฟไหม้ด้วย ซึ่งตนเองก็อยากรู้ว่าใครพูดว่า “ประตูหนีไฟล็อกตาย” เพราะมีทั้งแม่บ้าน และอีกหลายคน รวมถึงกลุ่มการ์ดก็หลบหนีออกจากประตูดังกล่าวด้วย ส่วนสาเหตุที่มีการปิด เพราะมีกลุ่มนักดนตรีคอยเข้าออก ถ้าเป็นบุคคลอื่นแม่บ้านก็ไม่รู้ด้วยว่าใครเป็นใคร จึงต้องปิดไว้และถ้าเปิดอาจจะถูกร้องเรียนเรื่องเสียงด้วย

“.. ยอมรับว่า ถ้าจะหนีก็หนีได้ แต่ไม่อยากทิ้งร้าน เพราะในวันเกิดเหตุมีแต่ลูกค้าประจำของร้านที่มาเที่ยว จึงต้องกลับเข้าไปช่วยเหลือ…” นายกนกพล กล่าว.