เมื่อวันที่ 22 ก.ค. พันเอกธลัด พูลสวัสดิ์ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 23 พร้อมด้วย พันเอกสุรกิจ กาฬเนตร ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจที่ 1 กองกำลังสุรนารี นำกำลังพลทหารและประชาชนในพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา ร่วมพิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศล เนื่องในโอกาสครบรอบ 1 ปี เหตุการณ์ปะทะบริเวณชายแดน ณ สถานีบริการน้ำมัน ปตท.บ้านผือ ต.หญ้าลาด อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ โดยมี พระราชมงคลวัชราจารย์ (หลวงตาเยื้อน ขนฺติพโล) เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นำเจริญพระพุทธมนต์เพื่อรำลึกถึงผู้เสียชีวิต

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2568 ฝ่ายกัมพูชาได้ยิงจรวดหลายลำกล้อง BM-21 เข้ามายังฝั่งไทย โดยกระสุนตกใส่สถานีบริการน้ำมันดังกล่าว ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตทันที 8 ราย บาดเจ็บ 13 ราย อาคารและทรัพย์สินเสียหายเป็นวงกว้าง

นางกมนรัตน์ พลเศรษฐเลิศ เจ้าของปั๊ม ปตท.บ้านผือ เปิดเผยว่า ทุกวันนี้ยังคงขวัญผวากับเสียงดัง และแม้เหตุการณ์จะผ่านไปนานกว่า 1 ปี รวมถึงเคยเข้ายื่นเรื่องกับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล และมีเจ้าหน้าที่ ปภ. ติดต่อมาว่าจะอนุมัติเงินชดเชย แต่จนถึงปัจจุบันยังคงได้รับการช่วยเหลือเพียงแค่จากภาคเอกชนเท่านั้น ส่วนภาครัฐยังไม่มีเงินเยียวยาตกถึงมือแม้แต่บาทเดียว ล่าสุดจึงต้องทำหนังสือยื่นร้องเรียนตรงถึงสำนักนายกรัฐมนตรีเพื่อขอความชัดเจน

นอกจากนี้ เจ้าของปั๊มยังเสนอให้รัฐบาลเร่งกำหนดแนวเขตชายแดนให้ชัดเจน และพัฒนาเทคโนโลยีการสื่อสารในพื้นที่ เพื่อความปลอดภัยของประชาชน เนื่องจากกัมพูชายังคงตรึงกำลังประชิดแนวชายแดนอย่างต่อเนื่อง

ด้าน นางบุษบา คำวัง อายุ 42 ปี แม่น้องซีเกมส์ ผู้เสียชีวิต เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า แม้จะได้รับเงินเยียวยาครบถ้วนแล้ว แต่ยังทำใจกับการสูญเสียลูกชายไม่ได้ อยากให้รัฐบาลปิดด่าน และยุติความสัมพันธ์ทางการค้ากับกัมพูชาอย่างสิ้นเชิง

ขณะที่นายคมสัน ประชัน อายุ 41 ปี เผยว่า เป็นครั้งแรกในรอบ 1 ปีที่รวบรวมความกล้ากลับมาย่ำจุดเกิดเหตุอีกครั้ง ยอมรับว่าสะเทือนใจอย่างมาก พร้อมฝากถึงรัฐบาลว่า ไม่อยากให้เกิดการปะทะรอบที่ 3 แต่หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ ก็ขอให้ดำเนินการให้จบสิ้นอย่างเด็ดขาด ไม่ยืดเยื้อ โดยขณะนี้ชาวบ้านในพื้นที่ต่างเตรียมพร้อมแพ็กกระเป๋าเดินทางไว้ตลอดเวลา หากเกิดเหตุฉุกเฉินก็พร้อมอพยพทันที