สภาการไฟฟ้าแห่งประเทศจีน ระบุว่า จนถึงสิ้นเดือนมิถุนายน 2026 จีนมีกำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบรวมแสง (Concentrated Solar Power: CSP) ที่เดินเครื่องเชิงพาณิชย์แล้วรวม 2.1 กิกะวัตต์ ซึ่งมากเป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากประเทศสเปน

ปัจจุบัน จีนมีโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบรวมแสงที่เดินเครื่องแล้วจำนวน 24 โครงการ ขณะเดียวกันยังมีอีก 26 โครงการ ซึ่งมีกำลังการผลิตรวม 3.2 กิกะวัตต์ ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง โดย Yang Kun รองประธานบริหารสภาการไฟฟ้าแห่งประเทศจีน กล่าวว่า จีนได้กลายเป็นกำลังหลักของโลกในการเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าพลังงานความร้อนจากแสงอาทิตย์

สำหรับหลักการทำงาน โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบรวมแสงจะใช้กระจกสะท้อนเพื่อรวมแสงอาทิตย์ให้เกิดเป็นพลังงานความร้อน จากนั้นจึงทำการกักเก็บความร้อนเอาไว้ และนำมาใช้ผลิตกระแสไฟฟ้าเมื่อต้องการ ข้อดีคือระบบนี้สามารถจ่ายไฟได้อย่างมีเสถียรภาพและควบคุมช่วงเวลาการผลิตได้ จึงเข้ามาช่วยให้โครงข่ายไฟฟ้ารับมือกับความผันผวนของการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมและระบบเซลล์แสงอาทิตย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ในด้านการพัฒนาเทคโนโลยี ปัจจุบันจีนก้าวขึ้นสู่ระดับแนวหน้าของโลกในด้านเทคโนโลยีผลิตไฟฟ้าพลังงานความร้อนจากแสงอาทิตย์รุ่นที่ 4 โดยประสบความสำเร็จด้านนวัตกรรมหลายด้าน เช่น เทคโนโลยีกักเก็บพลังงานความร้อนด้วยเกลือหลอมเหลว และระบบรวมแสงอาทิตย์เพื่อผลิตความร้อนประสิทธิภาพสูง ขณะเดียวกัน เทคโนโลยีด้านการเดินเครื่องและบำรุงรักษาโรงไฟฟ้าก็ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเช่นกัน

ส่งผลให้ในปัจจุบัน จีนสามารถผลิตอุปกรณ์สำหรับโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบรวมแสงได้เองมากกว่าร้อยละ 95 ขณะที่ต้นทุนการก่อสร้างเฉลี่ยลดลงครึ่งหนึ่งตลอดช่วง 10 ปีที่ผ่านมา

Yang Kun กล่าวเพิ่มเติมว่า จีนมีความเชี่ยวชาญในเทคโนโลยีหลักของการผลิตไฟฟ้าพลังงานความร้อนจากแสงอาทิตย์ ทั้งระบบแบบหอคอย (Tower), แบบรางพาราโบลา (Trough) และแบบเฟรสเนล (Fresnel) พร้อมทั้งสามารถสร้างห่วงโซ่อุตสาหกรรมผลิตไฟฟ้าพลังงานความร้อนจากแสงอาทิตย์ที่อยู่ในระดับแนวหน้าของโลก

ทั้งนี้ เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา จีนได้ประกาศแผนเพื่อพัฒนาการผลิตไฟฟ้าพลังงานความร้อนจากแสงอาทิตย์ โดยตั้งเป้าเพิ่มกำลังการผลิตติดตั้งเป็นประมาณ 15 กิกะวัตต์ภายในปี 2030 พร้อมผลักดันต้นทุนการผลิตให้ใกล้เคียงกับโรงไฟฟ้าถ่านหินต่อไป

เครดิต China Media Group (CMG)