แถมอยากเอาให้เละด้วย ค่าที่ล้อบ่อยนักว่า พรรคส้มนั่นแหละทำให้ “นายกฯหนู”อนุทิน ชาญวีรกูล ส้มหล่นได้เป็นนายกฯหลังจาก “นายกฯอิ๊งค์”แพทองธาร ชินวัตร โดนวิบาก “อังเคิลอยากได้อะไร” เข้าไป เพราะพรรคส้มไปเทคะแนนให้ภูมิใจไทยเป็นแกนนำตั้งรัฐบาล

ในครั้งนั้น กองเชียร์ส้มปวดร้าวกันเป็นแถว “ทำไมทำงี้??” ก็ต้องบอกว่า ..สักวันความจริงจะกระจ่างใจ ..ว่าจะเป็นไปตามเสียงลือเสียงเล่าอ้างหรือไม่ว่ามี “โปลิตบูโร” บางคนในพรรคเป็นคนล็อบบี้ เพราะคิดว่า “เสี่ยหนูน่าจะคุมง่ายกว่าเอาคนของเพื่อไทยขึ้นเป็นนายกฯอีกคน” กลายเป็นว่า รัฐบาลหนูได้คะแนนจากกระแสชาตินิยมไทย-เขมร ช่วย ภาพลักษณ์ของรัฐมนตรีนักบริหาร ประกอบกับผลการตัดสินใจของพรรคประชาชนทำให้มีคน“คายส้ม”..ภูมิใจไทยได้คะแนนสูงสุดเป็นพรรคตั้งรัฐบาลได้ ปล่อยพรรคส้มอยู่กับรอยบาปที่ลบไม่ออกไป

การอภิปรายไม่ไว้วางใจก็เหมือนการไถ่บาป สอยรัฐบาลไม่ได้เพราะอย่างไรก็เสียงไม่พอ แต่ชี้ให้เห็นถึงการทำหน้าที่พิทักษ์ผลประโยชน์ประชาชน เอาไว้เป็นคะแนนเก็บก่อน จนวันที่มีเลือกตั้งใหม่ ไม่ว่าเพราะสาเหตุใด แล้วพรรคส้มจะกลับมาผงาด ด้วยภาพคนตั้งใจทำงาน พยายามเปลี่ยนแปลง ล้างไพ่อำนาจเก่าที่ฝังแน่นอยู่ในแวดวงการเมือง

ตอนนี้ จังหวะอะไรมันได้มาก โชะเด๊ะจริงๆ เมื่อ “สส.ไหม” ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เกาะติดการใช้เงินตาม พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาทอยู่ตลอด ส่วนแรกพูดง่ายๆ คือกู้มาแจกตามโครงการไทยช่วยไทยพลัส ส่วนที่สอง อ้างว่า “เพื่อเปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้พลังงานสะอาด” ปรากฏว่า สส.ไหมไปสืบค้นพบว่า “มีแคตตาล็อคให้ท้องถิ่นเตรียมชอปปิ้งสินค้าประหยัดพลังงานแล้ว” แบบนี้แสดงว่า เงินกู้อีก 2 แสนล้านนี่จะเอามาใช้เป็นเบี้ยหัวแตกนี่หว่า 

“ มาดูโครงการเพื่อเปลี่ยนผ่านพลังงานที่ให้ทำเป็นแคตตาล็อกให้ท้องถิ่นเลือก  รถเก็บขยะ EV ระบบผลิตออกซิเจนติดโซลาร์ รถทำความสะอาดถนน EV ระบบประปาหมู่บ้าน EV ไฟถนนติดโซลาร์ แผงโซลาร์เซลล์ ลานกีฬาและทางเดินออกกำลังกายติดโซลาร์ จะไม่ให้คิดว่าเป็นการสอดไส้โครงการ เอาความเดือดร้อนประชาชนบังหน้ายังไงไหว บอกว่าเป็นโครงการ ประหยัดพลังงาน ยังพอทน  แต่บอกว่าจะเปลี่ยนผ่านพลังงาน พอเลย”  นี่คือที่ สส.ไหมโพสต์

ปรากฏว่า คืนวันที่10 ก.ค.  นายบุญประสงศ์ นวลสายย์ รองอธิบดี รักษาราชการแทนอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น  (สถ.) ส่งหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ยกเลิกการจัดทำข้อเสนอแผนงานหรือโครงการ ภายใต้ พ.ร.ก.กู้เงิน  ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 สำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ( อปท.) จากที่ว่า ให้ส่งตามขั้นตอน จนจะมาถึง สถ.วันที่  31  ก.ค. แล้วส่งต่อมหาดไทย เพื่อเข้าคณะกรรมการกลั่นกรองฯ นั้น ให้ยกเลิกไปก่อน 

พอเขาตั้งข้อสังเกตว่า เตรียมแคตตาล็อคให้ท้องถิ่นชอป แล้ว สถ.ชะลอการใช้เงิน มันก็มองได้ว่า “ที่พูดมายิงเข้าเป้า” สส.ไหมได้ทีขี่แพะไล่ พูดในงานแฮคงบประมาณปี 70 ของวิปฝ่ายค้าน เมื่อวันที่ 11 ก.ค. “การชิงด่วนยกเลิกโดยที่ไม่มีคำอธิบายใดๆ ทำให้ข้อสันนิษฐานส่วนตัวที่ว่ามีการยัดไส้ล็อกสเปกก็น่าจะมีความเป็นจริง ไม่มีการการันตีว่าภายใน 1 ปี เราจะเปลี่ยนผ่านไปเป็นประเทศที่ใช้พลังงานสะอาดในสัดส่วนที่สูงขึ้น เพราะไม่มีทางเป็นไปได้อยู่แล้วตั้งแต่ต้น

และตอนนี้กลายเป็นโครงการเบี้ยหัวแตกที่ขึ้นชื่อว่าประหยัดพลังงานไฟฟ้าตามปกติ ก็ถือว่าเป็นการเปลี่ยนผ่านพลังงาน กู้ 2 มาโดยที่ไม่มีเป้าหมายว่าจะเปลี่ยนผ่านพลังงานอย่างไร อย่าให้มันต้องหมดเปลืองไปกับการทุจริตคอร์รัปชันอีกเลย ยังมีโครงการโซลาร์รูฟทอปกับหน่วยราชการทั่วประเทศ ถ้ามีบริษัทใดบริษัทหนึ่ง แต่งตัวมารับงานนี้โดยเฉพาะ ก็น่าจะได้รับประโยชน์จากโครงการนี้เต็มๆ หลายหมื่นล้าน ยังไม่ต้องพูดถึงโครงการอื่นๆอีกที่มีช่องทางทำกิน เพราะโครงการส่วนใหญ่เป็นโครงการซื้อของ ไม่ได้เป็นการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่“ น.ส.ศิริกัญญา กล่าว  

เมื่อเกิดเหตุการณ์นี้ พรรคประชาชนได้ซีนเต็มๆ และได้ประเด็นใหญ่ไปเกาะติดว่า “การจัดซื้อในโครงการเปลี่ยนผ่านพลังงาน จัดซื้อสิ่งที่ไม่จำเป็นเพื่อเอื้อเอกชนหรือไม่” เช่น บางครั้งจัดซื้อของที่ท้องถิ่นใช้ไม่ได้ ใช้ไม่เป็น แต่ตัวหัวๆ มันจะเอาค่าคอมมิชชั่น พอสั่งมาแล้วให้ตัวเล็กตัวน้อยในท้องถิ่นรับผิดชอบ ตัวเล็กตัวน้อยก็กลัวไม่กล้าใช้งาน เพราะเป็นครุภัณฑ์ เกิดพังเกิดหายขึ้นมาทำอย่างไรล่ะ? ขี้เกียจชดใช้ เหมือนเนื้อไม่ได้กิน หนังไม่ได้รองนั่ง เอากระดูกมาแขวนคอ .. “ถ้าเราปล่อยให้ล็อคสเปกซื้อของ” อาจเจอของพวกนี้ใส่ตู้ปิดตายแทนนำมาใช้ก็ได้

การใช้เงินกู้จะถูกจับตาเข้มมาก พรรคประชาชนจับประเด็นเล่นเรื่อง“ภาษีกู”หนักๆ เรามาดูกันว่า เรื่องไหนที่จะเป็นโจทย์ที่พรรคส้มเก็บข้อมูลหนักๆ เพื่อใช้อภิปรายไม่ไว้วางใจบ้าง นอกจากใช้เงินกู้

เรื่องแรก เชื่อได้เลย ที่จะตีถล่มให้เละ คือเรื่องแลนด์บริดจ์ รัฐบาลก็พยายามเดินหน้าต่อ เพราะคณะทำงานศึกษาฯ ชุดของ “รมต.เอก”เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.คลัง ก็ยังศึกษาอยู่ เพียงแต่กระแสอาจซาไปเพราะ “โกเกี๊ยะ” พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และ รมว.คมนาคม บอกว่า “ยกเลิกกฎหมายระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ ( SEC )”  ฝ่ายค้านก็ยังกัดไม่ปล่อยว่า “มีการเอื้อประโยชน์นายทุนหรือไม่” เพราะ “ลิซา” ภคมน หนุนอนันต์ โฆษกพรรคส้มออกมาปูดว่ามี“อาม่า” กว้านซื้อที่ดินทำโครงการอยู่  ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์นั้นถล่มเละเรื่องความคุ้มทุนโครงการ

ต่อมาคือราคาพลังงาน การขึ้นราคาช่วงมีวิกฤตสงคราม มีการกักตุนน้ำมันแล้วใครได้ประโยชน์หรือไม่ โดยเฉพาะเกี่ยวพันกับนักการเมืองในขั้วรัฐบาลหรือเปล่า

อีกเรื่องที่น่าสนใจ คือ อีกเรื่องคือสัญญารถไฟฟ้าไฮสปีดเชื่อม 3 สนามบิน ที่อยู่ในโครงการระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก ( อีอีซี ) คณะกรรมการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก ( กพอ.) จะมีมติยกเลิกสัญญาให้เอกชนหรือไม่ โดยจะประชุมวันที่ 15 ส.ค.ประเด็นนี้อาจถูกตีว่า เอื้อเอกชนจนทำประเทศชาติเสียโอกาสหรือไม่ รอดู

ถ้าจะฟาดนายกฯ หนูโดยตรง พรรคฝ่ายค้าน ( ที่ไม่ได้มีแค่พรรคส้ม ) คงจะช่วยกันเขียนญัตติด้านจริยธรรม โดยเฉพาะต้องขุดคดีเก่ามาเล่นงาน คือ เรื่องเป็น รมว.มหาดไทยแต่จะยื้อการคืนที่เขากระโดงให้การรถไฟแห่งประเทศไทย ( รฟท.) เพราะเอื้อใครบางคนในภูมิใจไทยหรือไม่ แม้ว่า นายกฯ จะตอบว่า เป็นเรื่องที่ รฟท.ต้องฟ้องรายแปลง แต่ให้รอดูลีลาการอภิปรายทิ่มแทงนายกฯ หนู อีกเรื่องคือฮั้ว สว. สองเรื่องนี้เขียนญัตติดีๆ หวังฟาดไปถึงกล่องดวงใจพรรค

เผลอๆ เรื่องกัญชาก็อาจถูกเอามาเป็นโจทย์ และลูกเทพบางคนก็โดนอภิปรายด้วย.

………………………………………………………
คอลัมน์ : ที่เห็นและเป็นอยู่
โดย “บุหงาตันหยง”

คลิกอ่านบทความทั้งหมดได้ที่นี่