อย่างกรณีที่ว่า “โกเกี๊ยะ”พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และ รมว.คมนาคม ชักจะไม่ถูกกับ “ครูใหญ่โอ้ง”เนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ยูไนเต็ดซะแล้ว “ว่ากันว่า”เพราะขัดแย้งกันเรื่องการแต่งตั้งโยกย้าย มีผู้โยงให้เกี่ยวข้องกับการทุจริตสอบมหาดไทยด้วย อ้างว่า หลังจากนายรัชพงศ์ ชูแก้ว เลขานุการ รมว.คมนาคม มีชื่อเข้าไปเกี่ยวข้อง  เลยมีคนไม่ชอบ ว่า ทำพรรคภาพลักษณ์แย่

ต่อมา สองคนสยบข่าวร้าว บอกว่า “รักกันดีเหมือนเดิม” ถ่ายภาพร่วมสามคน มี “นายกฯหนู”อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยร่วมเฟรมด้วย พร้อมโพสต์ “สัมพันธ์ นนพ. ( เน หนู พิพัฒน์ ) ร้าวฉานปานแครมบูเล่” ..ซึ่งอีแครมบูเล่ มันก็คือคัสตาร์ดชนิดหนึ่ง ที่เอาแผ่นน้ำตาลไหม้ปิดหน้าไว้ จะกินคัสตาร์ดหวานเนียนได้ต้องทุบหน้ามันให้แตก ..ไม่รู้ว่า เสี่ยหนูนึกไงเอาความสัมพันธ์ไปเปรียบกับแครมบูเล่ ..คอการเมืองเดากันไปใหญ่ แบบว่า หน้าฉากร้าว ข้างในเป็นเนื้อเดียวกันหรืออย่างไร ? หรือยอมรับอ้อมๆ ว่ามันร้าวจริงๆ ..ยุคนี้คนชอบตีความเยอะ โคนันโซเชี่ยลก็เยอะ พูดอะไรไปเอาไปเดากันสนุกสนานได้หมด บางทีเผลอๆ เสี่ยหนูกวนตามปกติก็ได้

ดูตามเรื่องความเข้มแข็งพรรค ก็เป็นไปได้ยากที่ขั้วบุรีรัมย์จะไม่เอากลุ่มโกเกี๊ยะ ..โกเกี๊ยะกับ “เจ๊เปี๊ยะ”นาที รัชกิจประการ ภริยา นั้นเป็นหัวหมู่ทะลวงฟันแม่ทัพภาคใต้ กวาด สส.มาได้ร่วม 30 คน ..หักกันให้โง่..

แต่ขาเดายิ่งตาลุกกันไปใหญ่ เมื่อซ้อต่าย กรุณา ชิดชอบ ภรรยานายเนวินไม่รู้โผล่มาจากไหน ไปโพสต์รีพลายต่อ “คิดว่าแหลกเหลวเหมือน eton mess”  มันก็เป็นขนมชนิดหนึ่ง เอาเมอแรง ( คุกกี้ไข่ขาว ) มายำรวมๆ กับวิปปิ้งครีม แยมสตรอว์เบอรี่ ก็เลยตีความกันว่า “จริงๆ แล้วในพรรคภูมิใจไทยเละกันหมดแล้วหรือไม่ ? ที่เห็นสยบขัดแย้งแค่สร้างภาพ” ทั้งที่จริงๆ อาจตีความได้ว่า พรรคภูมิใจไทยเปรียบเหมือนวัตถุดิบที่ผสมเคล้ากันเป็นขนมที่กลมกล่อม.. ก็ได้ แต่ด้วยธรรมชาติวิสัยทางการเมือง อะไรเป็นข่าวร้ายมักจะถูกตีให้ดังไว้ก่อน + มีฝ่ายค้านคอยขย่มด้วย และในทางการเมือง คนเชื่อว่า ความขัดแย้งเรื่องอำนาจและแย่งชิงผลประโยชน์นั้น เกิดขึ้นได้เสมอ

สภาพซ้อต่ายเลยกลายเป็นว่า เล่นเองงงเอง ถูกเอาไปตีความใหญ่โตว่า “นี่แหละคนใกล้ชิดเนวินของจริง ยืนยันว่าข้างในเละ” แล้วก็เลยเถิดเกิดข่าวไปว่า “มีปฏิญญาโมนาโก” ว่า ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคกล้าธรรม จะจับมือกับ “อดีตนายกฯแม้ว” ล้มรัฐบาลหนูซะ !! โดยเมื่อไรที่มีอภิปรายไม่ไว้วางใจ ทั้งเขียวทั้งแดงจะรวมหัวกันโหวตคว่ำเสี่ยหนู ให้ตายคาเวทีสภานี่แหละ จากที่เคยยุบสภาหนีอภิปราย และบอกว่า ไม่ยอมเป็นนายกฯ ที่โดนลงมติไม่ไว้วางใจ

ที่ชวนให้ตาลุกคือ ถ้าเป็นจริง เราก็จะได้มีนายกฯชื่อเท้ง ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ จากพรรคประชาชน ( ปชน.) สิ เพราะถ้าสองพรรคคะแนนเกินห้าสิบจะเทพรรคภูมิใจไทย คะแนนเกือบสองร้อยจริง ก็ต้องไปจับกับพรรคที่มีร้อยกว่าเสียง ซึ่งก็มีพรรคส้ม ( บวกพรรคประชาธิปัตย์ ) รออยู่แล้ว การเมืองอะไรก็เกิดขึ้นได้..เคยมีคนไม่เชื่อวลีนี้ แล้วหน้าหงายมาแล้วจากการที่พรรคส้มไปโหวตภูมิใจไทยเป็นรัฐบาลสมัยอนุทิน 1 ..ดังนั้น รอลุ้นกันเฉพาะหน้าดีกว่า เสียงทางการเมืองมันย้ายกลุ่มย้ายก๊วนกันได้ ถ้าผลประโยชน์ถึง เสียงไม่พอก็เกิดงูเห่าภูมิใจไทยได้

ร.อ.ธรรมนัส ออกมาสยบกระแสข่าวเอง บอกว่า ไม่มีปฏิญญง ปฏิญญาโมนาโกอะไรทั้งนั้น มาเที่ยวโมนาโกจริง แต่ไม่ได้เจออดีตนายกฯ แม้ว ..ด้านอดีตนายกฯ แม้วก็คงครวญอยู่ในใจอะไรก็กู .. อย่างไรก็ตาม ยังมีคนประเภท “ร้อยไม่เชื่อ พันไม่เชื่อ ว่า พรรคประชาชนจะเอาสูตรนี้” ด้วยสาเหตุว่า “ถ้าพรรคส้มเอานี่ เสียฐานกองเชียร์ครั้งมโหฬารเลยนะ เพราะพรรคเคยประกาศจุดยืนไม่เอา ร.อ.ธรรมนัสตั้งแต่ก่อนเลือกตั้ง” พอพูดกันเช่นนี้แล้ว คิดว่า ปฏิญญาโมนาโกคงยากแล้วล่ะ พรรคส้มเป็นพรรคที่ห่วงเสียงกองเชียร์ แคร์กระแส คงไม่ทำอะไรหักหาญกัน

เรื่องที่สะเทือนเสถียรภาพรัฐบาล ณ ขณะนี้ มีอะไรบ้าง ? ตัดเรื่อง TH-AI Passport ออกไปได้อันดับแรก เนื่องจากนั่นมุ่งฟาดลูกเทพ ไม่เกี่ยวกับเสี่ยหนู ถ้าจะชนเสี่ยหนูจั๋งๆ ก็คือเรื่องฮั้ว สว.ที่ตอนนี้พรรคประชาชนตีปี๊บถึงความไม่ชอบมาพากลทุกวัน ทั้งเรื่องการฮั้ว ทั้งเรื่องทำไม กกต.ไปรับรองคุณสมบัติบางคน ? กระทุ้งไปเรื่อยเพราะเรื่องนี้ กกต.บอกว่า ใกล้จะมีมติส่งศาลฎีกาแล้ว “ว่ากันว่า” ถ้าอิงตามสำนวน กก.ไต่สวนชุดที่ 26 คือ มีมติชี้มูลคดีฮั้ว สว. 427 คน เป็นผู้สมัคร สว. 382 คน สส.ภูมิใจไทยและเครือข่าย 45 คน ซึ่งใน 45 คนนี้ จะมีผลถึงตัดสิทธิ์ทางการเมือง 16 คน

อย่างไรก็ตาม ที่เขากระพือข่าวลืออยู่ขณะนี้คือ “จะไม่ส่งฟ้องตามสำนวนนี้” เพราะมีการตั้งอนุฯ ชุดที่ 36 ขึ้นมาทบทวนอีก และคงมีคนหายไปจากที่คิดเยอะ พรรคส้มกลัวว่า สุดท้ายจะปรากฏเฉพาะคนที่ปรากฏในคลิป ..แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าส่งศาล ก็มีกระบวนการในศาลอีกยาว ถ้าไม่ส่งศาล พรรคส้มก็ตีกระแส  กกต.ไม่ชอบธรรม แล้วดันวาระแก้รัฐธรรมนูญต่อ หรือไม่ก็เริ่มกระบวนการเข้าชื่อถอดถอน กกต. หรือเอาผิดทางอาญา อะไรก็แล้วแต่เขาต้องหาช่องทางกฎหมายก่อน ดูทรงคดีฮั้ว สว. ยังกระทบไปที่เสี่ยหนูยาก ลดความน่าเชื่อถือภูมิใจไทยพอได้ แต่ยังไม่ล้มรัฐบาล

ขณะที่รัฐบาลเดินหน้าทำงานสร้างความนิยม ตอนนี้เรื่องที่น่าสนใจคือปฏิรูปราชการ ไม่รู้ว่า เขาเล่นโยนหินถามทางอะไรกันหรือเปล่า ที่เลือกนายวีระ ธีระภัทรานนท์ สื่อมวลชนชื่อดังในเรื่องความกล้าชน เอามาเป็น กมธ.งบประมาณในส่วนของ ครม. กลายเป็นว่า รัฐบาลวางแผนจะ“ขจัดไขมันส่วนเกิน” เลิกหน่วยงานไหนที่ไม่จำเป็น ก็เหมือนจะให้นายวีระอภิปรายในเวที กมธ.งบประมาณนำไปก่อน แล้วทางนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รับลูก ..เหล่านี้เพื่อลดภาระรายจ่าย

ผลงานต่อมาที่เร่งทำ ช่วยกระแสชาตินิยม คือการจัดการกับต่างประเทศที่เข้ามารุกคืบ แอบกัดกินทรัพยากรไทยหน้าด้านๆ ไล่จับพวกพ่อทิพย์ แม่ทิพย์ รับชาวต่างชาติเป็นบุตรเพื่อให้คนพวกนี้ได้สัญชาติไทย  ซึ่งต้องเอาให้หมดเพราะน่ากลัวขนาดจะกลืนชาติ และต่อมาคือไล่ทุบ ไล่จัดการพวกใช้นอมินีมาถือครองกิจการในไทย ถ้าทำให้ดี รัฐบาลแสดงผลงานให้ชัดด้วยว่า ยึดทรัพยากรคืนมาได้เท่าไร ยึดอะไรมาได้บ้าง เชื่อเถอะว่า ที่คนอยากรู้มาก คือ เอาไงกับมณฑลไท่กั๋วแถวห้วยขวาง  ..และเรื่องชาตินิยม ที่ต้องย้ำเลย คือ อย่าทำพลาดให้ตัวเองเสียเปรียบเรื่องเขมร

ถ้าจะให้รัฐบาลแข็งแรงขึ้น ก็ต้องเร่งเปิดเครื่องมือเศรษฐกิจตัวใหม่ อย่าให้ข่าวย้ำวนอยู่แค่ว่า ทำไมสิทธิบัตรคนจนมีปัญหา ..ไทยช่วยไทยพลัสมาครึ่งทางแล้วเตรียมแย้มตัวใหม่ได้ จะสู้กระแสข้อมูลข่าวสาร ต้องเอาข่าวสารสู้

ไม่มีประโยชน์หรอกที่จะอ้างพูดไม่เก่ง ทำงานอย่างเดียว เพราะมีแต่คนเขาหัวเราะเอา.

………………………………………………………
คอลัมน์ : ที่เห็นและเป็นอยู่
โดย “บุหงาตันหยง”

คลิกอ่านบทความทั้งหมดได้ที่นี่