ที่ต้องดูคือ กกต.สั่งฟ้องใคร กี่คน และเมื่อเอา “สำนวนที่ว่ากันว่ามาจากคณะกรรมการสอบสวนชุดที่ 26” มากางดู ว่ามีผู้เกี่ยวข้องรวมนักการเมือง 229 คน มี สว. 138 คน มีใครบ้างที่โดนสั่งฟ้อง ใครบ้างที่หลุด ดูมติ กกต. ว่า เอาผิดนักการเมือง , สว.ได้ถึงระดับไหน
กกต.จะมีมติไม่เอกฉันท์หรือเปล่า และคดีส่วนที่เป็นอั้งยี่ คดีการเงิน กรมสอบสวนคดีพิเศษ ( ดีเอสไอ ) จะเอาไปสอบต่อหรือไม่ ..มันมีรายละเอียดที่ค่อนข้างมาก อย่างไรก็ตาม ที่เขาหวั่นๆ กันอยู่คือ “สำนวนไม่เพียงพอที่จะสาวให้ถึง” ทำให้“ผู้ที่ถูกเชื่อว่าเกี่ยวข้อง” หลายคนหลุดไป ..ท่าทีของ กกต.ที่น่าสนใจ คือท่าทีของนายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 22 ก.ค. ว่า ว่า “ไม่น่าจะขยายเวลาแม้ข้อมูลไม่พอ แต่ถ้ากกต.ไปสั่งให้สอบเพิ่มก็เกรงว่าจะเกิดความล่าช้า ทั้งนี้อยู่ที่มติของกกต.ว่ามีความคิดเห็นอย่างไร บางเรื่องคณะชุดที่ 26 ทำไม่ทันกว่าตั้งคณะชุดนี้ได้ก็ล่วงเลยเวลามานานมากเป็นปี” อ่านๆ ดูแล้ว น่าสนใจว่า บอกใบ้เกี่ยวกับสำนวนหรือไม่ อย่างไร
ยิ่งพอ กกต.ใกล้ตัดสิน คราวนี้ต้องยิ่งตี ให้มันดังขึ้นๆ ดึงคนมามุงให้มากเข้า และชี้ให้เห็นถึง 1.หลักฐานที่น่าจะอยู่ในสำนวน ที่ฝ่ายการเมืองเปิดๆ มา กกต.เอาไปใช้หรือเปล่า 2. ความไม่น่าจะชอบมาพากลในการทำสำนวน ผลออกมาเป็นอย่างไรขยายความทางการเมืองได้หมด ผลเป็นไปตามที่คิด ใครร้องเรียน ใครเคลื่อนไหวเรื่องนี้หนักๆ ก็เอาเครดิตไป ถ้าผลไม่เป็นไปตามที่คิด ก็ปลุกกระแสกระบวนการยุติธรรมไม่ยุติธรรม อ้างเรามีหลักฐานทำไม กกต.ไม่ใช้ เรียกร้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ แก้ที่มา, การตรวจสอบคานอำนาจองค์กรอิสระ ไปจนถึงใช้เป็นเรื่องโจมตีทางการเมืองเวลาหาเสียง
สาเหตุหวังผลระยะยาว ที่คดีนี้ถูกตีฟูหนักมาก เพราะมันเป็นคดีที่ “หวังผลใหญ่ทางการเมือง” ได้ เนื่องจากที่พรรคประชาชน และ “เป๋า”ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผอ.โครงการอินเทอร์เนตเพื่อกฎหมายประชาชน ( iLaw ) ออกมาเปิดเผย มันเป็นระดับตัวใหญ่บิ๊กบึ้มของพรรคภูมิใจไทยทั้งนั้น และพาดพิงไปถึง สว.ระดับเกินครึ่งสภาสูง
ทำให้ถ้า กกต.มีมติอันเป็นโทษต่อ สว. ก็รอดูคำสั่งศาล จะถอดถอน สว.เมื่อไร ความต้องการของขั้วการเมืองตรงข้ามน้ำเงิน คือให้ถอดถอน สว.โดยเร็ว เพื่อว่า “การแก้ไขรัฐธรรมนูญจะไม่มีอุปสรรค” …ที่ผ่านมา พรรคประชาชนต้องการแก้ไขตัดอำนาจของ สว. ออกจากการรับรองรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แต่ สว.ชุดนี้ไม่ยอม งัดข้อต่อสู้กันจนยุบสภา ทำให้ร่างที่ผ่านวาระแรกในรัฐบาลอนุทิน 1 ตกไป คราวนี้ เมื่อพรรคส้มจะยื่นร่างใหม่ สมัยประชุมหน้า ( รอร่างของภาคประชาชนเข้ามาทีเดียวกัน ) ถ้า สว.ชุดขวากหนามนี้ออกไป อะไรๆ ก็จะง่ายขึ้น
( แต่ร่างของพรรคส้มและภาคประชาชน ไม่น่าจะผ่านสภาวาระแรก เพราะไปเสนอให้เลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือ ส.ส.ร.ได้ ซึ่งสมาชิกรัฐสภาคงไม่เอาด้วย บอกว่า เดี๋ยวศาลรัฐธรรมนูญตีตกอีก )
ถ้า กกต.ชี้มูลไปถึงตัวใหญ่พรรคภูมิใจไทย ที่เป็นกรรมการบริหารพรรค ( คนที่มีชื่อเป็นกรรมการบริหาร ที่เป๋า ยิ่งชีพ แฉ มีสองคน คือ “เสี่ยหนู”อนุทิน ชาญวีรกูล และ “แชมป์”กรวีร์ ปริศนานันทกุล ) คราวนี้ ยื่นถอดถอนได้ กรรมการบริหารพรรคทำผิดเผลอๆ จะลามไปถึงขั้นยุบพรรคเอา เบื้องต้น ก็ต้องผิดตาม พ.ร.ป.ได้มาซึ่ง สว.แล้วแหละ แต่เชื่อว่า ถ้าคดีนี้เอาผิดตัวใหญ่ในภูมิใจไทยได้ คงมีคนหากฎหมายอื่น มาตราอื่น มาเล่นงานพ่วงด้วย หวังผลไปถึง “อวสานทางการเมือง” ของบ้านใหญ่ในภูมิใจไทยกันเลยแหละ
ที่ฝ่ายตรงข้ามออกมากล่าวหาเสี่ยหนู คือ “รู้เห็นเป็นใจกับกระบวนการฮั้ว สว.” โดยอ้างว่า เสี่ยหนูอยู่ในวงประชุมที่ล็อบบี้โหวต และอยู่ในวงประชุมเลือกประธานวุฒิสภา เรื่องนี้นายกฯ คงขี้เกียจชี้แจง อารมณ์แบบ “คนที่เธอไม่ชอบ พูดไปเธอก็ไม่เชื่อ” เลยฟ้องซะเลย ขณะที่ “แชมป์”กรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง ประธานวิปรัฐบาล ฉุนขาด บอกว่า เอามาโยงมั่วไปหมด ที่กล่าวหา คือผู้ช่วย สส.ขับรถพาผู้สมัคร สว. ไปสมัคร แค่นั้นเอง
“หากบอกว่าผมเป็นคนขับรถพาไปสมัครเอง หรือมีคลิปวิดีโอ คลิปเสียง หรือหลักฐานการโอนเงินว่าผมเข้าไปอยู่ในขบวนการฮั้ว สว. แบบนั้นสามารถกล่าวอ้างได้ แต่ในกรณีนี้เป็นเรื่องของบุคคลอื่น ที่มีความพยายามโยงมาถึงตัวผม ซึ่งทำให้สังคมเกิดความเข้าใจผิดว่าทั้ง 9 คนมีความเชื่อมโยงกับขบวนการโกง”
อย่างไรก็ตาม ทาง “ไอติม”พริษฐ์ วัชรสินธุ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ให้รอดูว่า ที่สุดแล้ว จะมีการตัดตอนเอาเฉพาะพวก“น้ำเงินเฉดไม่เข้ม” ให้มีความผิดหรือไม่ แบบตัดตอนไม่ให้ถึงตัวใหญ่ ด้วยสาเหตุแล้วแต่จะอ้าง เช่น หลักฐานไม่พอ ..ปรากฏว่า มีข่าวปล่อยที่น่าสนใจ ว่า เกิดการแตกคอกันระหว่างขั้วบุรีรัมย์ ของนายเนวิน ชิดชอบ กับขั้วใต้ ที่นำทัพโดย “โกเกี๊ยะ”พิพัฒน์ รัชกิจประการ ว่ากันว่า เริ่มความขัดแย้งมันมาจากแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ
พูดกันไปถึงว่า มี สส.ขั้วครูใหญ่ ส่งซิกให้ สส.ส้ม แถลงข่าวเมื่อวันที่ 24 ก.ค. ตำหนิโกเกี๊ยะเรื่องทำแลนด์บริดจ์ก็ไม่สำเร็จ แล้วยังจะมีแผนใช้พื้นที่ท่าเรือคลองเตยไปทำเอนเตอร์เทนเมนท์ คอมเพลกซ์ ( แบบไม่มีกาสิโน ) โดยไม่ได้ศึกษาผลกระทบหรือรับฟังความเห็นอีก ..แถลงเช่นนี้มันทำให้เสียเครดิต เรื่องนี้อาจยังไม่แรงมาก แต่น่าสนใจว่า “ถ้าส่งซิกให้แถลงจริง ภายในภูมิใจไทยกำลังระส่ำ” เรื่องนี้มันเพิ่งโดนปูดขึ้นมา ยังต้องดูท่าทีการเมืองไปก่อน ว่าเขาเจรจากันภายในได้อย่างไร แต่ถ้ามองโยงคดีฮั้ว สว. ก็คิดไปได้ว่า “หรือจะเริ่มเชคเฉดดิ้งน้ำเงินแล้ว ใครอ่อนก็ตัดตอน”
แต่ที่น่าคิดคือ ขั้วโกเกี๊ยะก็มี สส.ในมือเยอะ จะไปทะเลาะให้ได้อะไร ??
ส่วนท่าทีของ กกต. แสวง บุญมี เลขาธิการ กกต.ยืนยันว่า ใครจะมีความเห็นอย่างไร ก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นมาแล้ว และไม่ได้เปลี่ยนวิธีหรือขั้นตอนการพิจารณาของ กกต. ความเห็นข้างนอกเราก็ฟัง ไม่ได้กระทบข้อเท็จจริง ที่จะเปิดหลักฐานเพิ่ม กกต.ก็ดูว่า ว่าข้อมูลนั้นอยู่ในสำนวนหรือไม่ ทั้ง กกต. หรือคณะอนุกรรมการสืบสวนและไต่สวนชุดที่ 26 รวมถึงคณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดชุดที่ 36 ก็จะทราบว่าอยู่ในสำนวนหรือไม่
“ตามหลักทั่วไป เมื่อพยานให้การในสำนวนก็อาจจะพูดแบบหนึ่ง แต่เมื่อไปพูดข้างนอกก็อาจจะพูดอีกแบบก็ได้” เลขา กกต.กล่าว จะเป็นคำเตือนกลายๆ ก็ได้ว่า “ระวังพยานกลับคำให้การ” การเมืองเรื่องฮั้ว สว.จะเข้มคลั่กในเดือนสิงหา การต่อรองทางอำนาจสูง อย่ากะพริบตา.
………………………………………………………
คอลัมน์ : ที่เห็นและเป็นอยู่
โดย “บุหงาตันหยง”



