แถมมีข่าวหมอดูบอกว่า นายกฯ คนใหม่จะเป็นหญิงผมสั้น คราวนี้สายมูเลยจ้องไปที่ “รมต.แต๋ม”ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์เต็มๆ ซึ่งเจ้าตัวก็คงไม่ออกมาเคลื่อนไหว มาพูดอะไร เพราะมันไม่มีมูลอะไรให้ต้องพูด นักข่าวที่ไหนไปถามก็คงกลายเป็นเรื่องโปกฮาไป
จะให้ไปดูรายชื่อแคนดิเดตนายกฯ ตอนนี้ ที่มีชื่อ ศ. ก็คนเดียว คือ “สส.ไหม”ศิริกัญญา ตันสกุล แคนดิเดตนายกฯ พรรคประชาชน แต่ไม่เห็นเลยว่า จะเกิดเหตุอะไรให้การเมืองเปลี่ยนขั้วแบบสวิงแรงขนาดนั้น และไม่ว่าอย่างไร พรรคส้มเขาก็ให้เกียรติลำดับแคนดิเดต ดังนั้น ถ้าจะเปลี่ยนขั้ว คนที่ต้องขึ้นมาก่อนคือ “หัวหน้าเท้ง”ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ถ้าจะว่า หัวหน้าเท้งโดนคดีการเมือง ก็ติดบ่วงคดีเดียวกันอยู่ คือเป็น 44 สส. เสนอแก้ ม.112
แต่อย่างไรก็ตาม “เปลี่ยนคนยังไงก่อน ?” คือนายกฯหนูเนี่ย จะลงจากเก้าอี้เพราะเหตุอะไร ?
ถ้าต้องออกตามวาระ ก็รอไป 4 ปี เพิ่งรับตำแหน่ง เม.ย. 69 ก็นับไปอีก 4 ปีถ้าเจ้าตัวไม่ได้ยุบสภา ถ้าอยู่ 4 ปี จะรีบออกมาสร้างข่าวกันเพื่อ ?? ซึ่งข่าวเปลี่ยนนายกฯ ทั้งที่อยู่ในวาระนี่ไม่ใช่เรื่องดี เกิดไปกระทบความเชื่อมั่นต่อการลงทุนหรือตลาดหุ้นก็แย่ แล้วมีมูลอะไรให้เปลี่ยนนายกฯ เล่า ?? นึกตอนนี้ก็นึกไม่ออกจริงๆ การเมืองรัฐบาลหนูค่อนข้างนิ่งด้วยซ้ำ เพราะคุมองคาพยพในพรรคภูมิใจไทยอยู่ แบบว่า “ครูใหญ่สอนมาดี” ไม่ค่อยมีแตกแถวมาทุบพรรค สส.เยอะแล้วก็มีเสถียรภาพ ไม่มีข่าวกลุ่มมุ้งไหนอยากย้ายไปพรรคไหน
การเปลี่ยนนายกฯ ได้ “ด้วยวิธีตามกฎหมาย” เท่าที่ดูในขณะนี้มี 3 วิธีคือ
1.นายกฯ โดนสั่งให้พ้นจากตำแหน่ง ด้วยเหตุว่า ขาดคุณสมบัติหรือโดนคดี มาดูๆ คดีที่เกี่ยวกับนายกฯเสี่ยหนู คือคดีที่ “เขาว่า”มีชื่ออนุทินเข้าไปเกี่ยว นั่นคือฮั้ว สว. ซึ่งก็ไม่รู้ว่า ที่สุดแล้ว กกต.จะส่งฟ้องต่อศาลอาญาคดีนักการเมืองกี่คน ถึง 229 คนตามที่พรรคประชาชนออกมาพูดหรือไม่ และที่ส่งฟ้องมีชื่ออนุทินหรือไม่ ถ้ามี เกี่ยวในฐานะอะไร
คดีต่อมาที่มีคนพยายามโยงให้ถึงอนุทิน คือเขากระโดง ในฐานะอดีต รมว.มหาดไทย มีคนอยากเอาผิดในข้อหายึกยักไม่สั่งให้กรมที่ดินยึดที่คืนให้การรถไฟให้จบๆ 5,083 กว่าไร่ นายกฯหนูก็บอกแค่ว่า มันต้องให้ รฟท.ไปฟ้องพิสูจน์สิทธิ์รายแปลงก่อน เนื่องจากที่ดินนี่ไม่ใช่มีแค่ที่ของตระกูลชิดชอบ เขากระโดงนี่โดนเอามาเล่นการเมืองเรื่อย เป็นเรื่องสำคัญที่ใช้เอามาฟาดๆๆๆ ครูใหญ่พรรค “เนวิน ชิดชอบ” และ “รมต.นก”ไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ( ดีอี ) ในฐานะที่ถือครองที่ดินตรงนั้นอยู่ราวร้อยกว่าไร่
เมื่อนายกฯ ต้องพ้นจากตำแหน่งโดยที่สภาฯ ไม่ได้สิ้นอายุ ไม่ได้ยุบสภา ก็ต้องให้โหวตเลือกนายกฯ กันใหม่ ซึ่งภูมิใจไทยคงไม่ยกเก้าอี้ให้ใครง่ายๆ ในเมื่อยังมี “รมต.อ้วน”สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกฯ และ รมว.ต่างประเทศ เป็นแคนดิเดตนายกฯ ตามบัญชีอยู่อีกคน และไม่มีอะไรเสื่อมเสียที่คนพรรคน้ำเงินจะไม่เลือก รมต.อ้วน ..จะให้เกิดสูตรสลับให้พรรคส้มมาบริหารบ้าง ก็ยาก.. เกมเปลี่ยนอำนาจแบบด่วนๆ “ถ้าเกิดขึ้นจริง” ต้องดูหน้างาน ว่า คนที่แย่งชิงอำนาจกัน ยื่นข้อเสนออะไรให้คนที่ยังไม่ตัดสินใจเข้าขั้วไหน หอบคะแนนเสียงมาให้ได้
2.เกิดการเปลี่ยนแปลงจากองค์กรอิสระ ซึ่งบ้านเมืองเราอะไรก็เกิดขึ้นได้จากมติองค์กรอิสระ ..ย้อนกลับไปในอดีต หันคูหาเลือกตั้งออกนอก ทำ กกต.ติดคุกมาแล้ว ข้อหาจัดเลือกตั้งไม่เป็นความลับ
ตอนนี้ก็มีคดีเลือกตั้งไม่เป็นความลับ อยู่ที่ศาลปกครอง ( ร้องเพิกถอนการจัดเลือกตั้ง ) ศาลรัฐธรรมนูญ ( ตีความเรื่องการเป็นความลับ ) ศาลอาญา ( เอาผิด กกต. ) จากกรณีบัตรเลือกตั้งดันมีบาร์โค้ด ซึ่งผู้ร้องอ้างว่า เอาต้นขั้วมาเทียบแล้วสืบค้นได้ว่า ใครกาเบอร์อะไร..ถ้าเกิดศาลปกครองวินิจฉัยเป็นการเลือกตั้งที่ไม่ชอบขึ้นมา ก็ดูว่า สั่งให้เลือกตั้งใหม่หรือกาบัตรใหม่ ซึ่งต่างกัน เลือกตั้งใหม่ คือเริ่มกระบวนการกันใหม่ เสนอแคนดิเดตนายกฯ ใหม่ เสนอผู้สมัคร สส.ใหม่ ทั้งเขตทั้งบัญชีรายชื่อ หาเสียงใหม่
แต่ถ้ากาบัตรใหม่ คือใช้ของเก่าตอน ก.พ.69 หมด แค่มาเข้าคูหาใหม่ เปลี่ยนบัตรเป็นแบบไม่มีบาร์โค้ด ซึ่งพอนับคะแนนใหม่ ถ้าเกิดภูมิใจไทยดันแพ้ขึ้นมา คงร้องศาลยับยั้งการประกาศผลเพราะเป็นผู้ได้รับผลกระทบ จากกระบวนการสะเพร่าของ กกต.ที่ปล่อยให้บัตรมีบาร์โค้ดจนไม่เป็นความลับแต่แรก ฟ้องกันไปมา กระบวนการคงยุ่งพิลึก ถ้าเลือกตั้งโดนคว่ำไปจริง เลือกตั้งใหม่ ถ้าภูมิใจไทยยืนยันบัญชีเดิมก็ไม่มีที่ให้ ศ.คนนอก
3.เกิดความเปลี่ยนแปลงของสภา ซึ่งดูๆ ตอนนี้ก็ไม่มีอะไรให้เปลี่ยนแบบฉุกละหุก ที่คาดหวังกันว่า นายกฯ หนูจะอยู่ไม่ถึงวาระ 4 ปี ก็มาจากว่า มีการยื่นแก้ไขยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ แล้วกำหนดว่า จัดทำเสร็จ กฎหมายลูกเสร็จ ( ต้องกฎหมายลูกเสร็จด้วยนะไม่งั้นเลือกตั้งไม่ได้ ) จะต้องยุบสภาเลือกตั้งใหม่ แต่ดูระยะเวลาแล้ว กว่าจะทำอะไรเสร็จหมดก็ 2-3 ปี แถมถ้าบางพรรคไม่ถูกใจเรื่องที่มาของผู้ยกร่างฯ แล้วรณรงค์ให้คว่ำ ก็ต้องไปเริ่มกระบวนการใหม่ ช้าอีก
ถ้าจะว่า ตอนนี้มีเรื่องไหนที่จะใช้อภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯ หนูได้ ?? พรรคส้มเขายังไม่เปิดโจทย์ใหม่ แต่เชื่อว่า ต้องมีเขากระโดงเข้ามาเกี่ยว และก็มีเรื่องแลนด์บริดจ์ คงเขียนญัตติในทำนองกระทบสิ่งแวดล้อม , เอื้อนายทุน แต่เนื้อหาแรงพอถึงขั้นถอดนายกฯ ได้หรือไม่ ? อีกเรื่องคือสัญญารถไฟฟ้าไฮสปีดเชื่อม 3 สนามบิน คณะกรรมการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก ( กพอ.) จะมีมติยกเลิกสัญญาให้เอกชนหรือไม่ วันที่ 15 ส.ค. ซึ่งแนวโน้มก็ว่าจะยกเลิกให้ ตอนนั้นจะโดนใครปลุกหรือเปล่าว่า “กระทำการเอื้อเอกชน” แต่ปลุกมาแล้วกระแสจะแรงพอให้ไล่นายกฯ หรือไม่ ??
ลำพังเสียงในสภาให้โหวตไม่ไว้วางใจนายกฯ ไม่พอหรอก ถ้าพรรครัฐบาลยังครองเสียงข้างมาก ต้องมีกระแสจากข้างนอกมาด้วย ..แล้วไม่ไว้วางใจ ถ้านายกฯ ลาออก ก็ไม่ต้องยุบสภา
เอาจริง นายกฯหนูนี่อยู่ในภาวะเก้าอี้เหนียวมาก ปัจจัยอะไรที่จะมาโค่นล้ม ณ ขณะนี้ แทบไม่มี ..แล้วกระแสข่าวเกิดจากอะไร ? ก็ต้องไปเชคในพรรคภูมิใจไทย ว่า“ผู้มีอำนาจ”เขาตีกันหรือเปล่า เลยมีโยนหินถามทางหยั่งเชิงกันมา ซึ่งวันนี้ต้องเอาคนที่มีจุดขายทางเศรษฐกิจ พอมีข่าวโยนหินถามทางมาทีคนก็คิดไปเรื่อย คิดไปถึงว่าจะเป็นนายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ อดีตผู้ว่าแบงค์ชาติ หรือไม่ เพราะเคยมีข่าวตั้งแต่ตอนจะตั้ง ครม.อนุทิน 1 ว่าจะมาเป็นมือเศรษฐกิจ แต่ตอนนี้เขาไปเป็นองคมนตรีแล้ว
จะฟังข่าวแบบฟังหูไว้หู หรือโยนทิ้งไปเลยเพราะคิดว่า ไม่มีทางจริง ก็แล้วแต่ใจชอบ.
………………………………………………………
คอลัมน์ : ที่เห็นและเป็นอยู่
โดย “บุหงาตันหยง”



