เมื่อเวลา 10.10 น. วันที่ 7 ส.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย กล่าวถึงการลงพื้นที่ในศูนย์ชาบัด (ศูนย์ศาสนายิว) ต.ป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต เพื่อตรวจสอบจัดระเบียบธุรกิจต่างชาติ และมีการปะทะคารมกับชาวอิสราเอล เมื่อวันที่ 25 ก.ค. ที่ผ่านมาว่า เมื่อขยายผล มีทั้งคนไทยที่เป็นผู้ถือหุ้นและต่างชาติซึ่งเป็นอิสราเอลได้สัญชาติไทย เป็นที่น่าตกใจว่า มีกว่าร้อยบริษัทที่เกี่ยวข้องกับโครงข่ายนี้ และรายได้ที่เราตรวจสอบ เมื่อปีที่ผ่านมาน่าจะสูงกว่า 5 พันล้านบาท ธุรกิจที่ขอประกอบกิจการมีหลากหลายมาก ตั้งแต่รถเช่า อำนวยความสะดวกเป็นทัวร์ เราเชื่อว่า เป็นทัวร์ศูนย์เหรียญด้วย เราจะขยายผลสอบไปตามเกาะท่องเที่ยวต่างๆ และที่พักพิงในภาคอื่นด้วย
ได้สั่งการให้กรมการปกครอง โดยอธิบดีและรองอธิบดีกรมการปกครองติดต่อไปยังกระทรวงยุติธรรม เพื่อสอบเส้นเงินต่างๆ ขณะนี้ตนมีเป้าในใจและจะลงไปตรวจสอบเพิ่มเติม ส่วนของคนไทยที่ถือหุ้นหรืออำนวยความสะดวก เบื้องต้นเราจะไปดูต่อว่าเส้นเงินที่เอามารวบรวมทุนนั้นเอามาจากที่ไหน และเป็นเงินทุนของต่างชาติหรือไม่ หากสืบสาวว่ามันใช่ ถือว่าเป็นนอมินีชัดเจน เราไม่ได้กังวลว่าต่างชาติบางคนจะโอนสัญชาติเป็นสัญชาติไทยแล้ว หากประกอบธุรกิจผิดกฎหมาย หรือการจดทะเบียนที่ผิดกฎหมายจะดำเนินคดีอย่างเต็มที่ตามกฎหมายของกระทรวงมหาดไทยที่เราถืออยู่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่เราส่งข้อมูลต่อไป
นอกจากธุรกิจการบริการอื่นๆ แล้ว ยังมีธุรกิจเกี่ยวกับการประกอบสถานศึกษา ตรงนี้ก็ถือเป็นนอมินีของสัญชาติแคนาดา เราจะขยายการสืบสวนสอบสวนไปเรื่อยๆ เป็นวงกว้าง จนกว่าเราจะเอากุ๊ยพวกนี้ออกจากประเทศได้
เราจะไปดูอีกว่าวิธีการได้สัญชาติมาได้อย่างไร เอกสารประกอบเป็นอย่างไร และต้นทางที่เขามาเป็นอย่างไร อาจจะไม่ใช่อิสราเอลแท้ อาจมีการไปชุบตัวที่ไหนมาก่อนแล้วมาขอสัญชาติไทยเพื่อให้การขอสัญชาติไทยง่ายขึ้น ได้คุยกับอธิบดีกรมการปกครอง ให้ทบทวนวิธีการขอสัญชาติเอกสารหลักฐานต่างๆ หากมีสัญชาติเอแล้วไปสัญชาติบี ก่อนจะมาสัญชาติไทย มันหมิ่นเหม่ อาจไปประกอบธุรกิจบางประเทศ ทำให้ได้สัญชาติก่อนหน้านี้ เอาทุนต่างๆ เข้ามาลงทุนในประเทศไทย แล้วเอาเงินของพวกเราออกนอกประเทศ ซึ่งกระทรวงมหาดไทยพยายามปกป้องผู้ประกอบการคนไทยจริงๆ ไม่ต้องการให้ต่างชาติมาเอาผลประโยชน์ของคนไทยออกไปจากประเทศเรา
เมื่อถามว่า คนไทยสบายใจได้หรือไม่ว่า กลุ่มคนเหล่านี้จะไม่เข้ามาในลักษณะกลืนกินสัญชาติไทย (วางแผนให้ได้สัญชาติโดยการเกิด เช่น พ่อทิพย์แม่ทิพย์) นายพลพีร์ กล่าวว่า จริงๆ เรื่องพวกนี้อาจฝังตัวในประเทศไทยสักระยะแล้ว แต่นโยบายของนายกรัฐมนตรีชัดเจน วันนี้ต้องเอาคนที่เอาเปรียบคนไทยออกไป และผู้ประกอบการที่ผิดกฎหมาย โดยเฉพาะชาวต่างชาติต้องเอาออกจากประเทศให้ได้ ซึ่งวิธีการสืบสวนสอบสวนต้องใช้เวลา หากเราสงสัยเราไปจับไม่ได้ทันที ต้องดูเส้นเงิน หรือที่มาที่ดินที่เขาครอบครอง วิธีการจดทะเบียนถือหุ้น และผู้ประกอบการที่มีส่วนร่วมในธุรกิจนั้น อาจต้องใช้เวลานิดหนึ่ง ซึ่งขณะนี้มีความคืบหน้าไปเยอะมาก



