นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากกรมชลประทานพบว่า ช่วงเดือนพฤษภาคม – กรกฎาคม จะมีฝนตกต่อเนื่องจากอิทธิพลของมวลอากาศชื้น ขณะที่ช่วงเดือนสิงหาคม – ตุลาคม ต้องเฝ้าระวังพายุหมุนเขตร้อนและฝนตกหนักในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะลุ่มน้ำเลยซึ่งมีต้นน้ำจากเทือกเขาภูหลวง อ.ภูหลวง ไหลผ่าน อ.วังสะพุง และ อ.เมืองเลย ก่อนลงสู่แม่น้ำโขงที่ อ.เชียงคาน จึงได้สั่งการให้กรมชลประทานติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมนำระบบสารสนเทศและข้อมูลแบบเรียลไทม์มาสนับสนุนการบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ รวมทั้งบูรณาการเครือข่ายภาคประชาชนในการ  เฝ้าระวังและแจ้งเตือน เพื่อให้สามารถรับมือกับสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

 “การบริหารจัดการน้ำต้องเริ่มจากการวางแผนที่ดีและอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ผมจึงมอบหมายให้กรมชลประทานเร่งเตรียมความพร้อมของแต่ละโครงการเพื่อจัดทำคำของบประมาณ ควบคู่กับวางแผนบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ให้ครอบคลุมทั้งการป้องกันอุทกภัยและการสำรองน้ำไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้ง โดยต้องทำงานร่วมกับจังหวัด ท้องถิ่น และประชาชนอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำสอดคล้องกับสภาพพื้นที่และประชาชนได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง”     

โดยกรมชลประทาน มีแผนพัฒนาแหล่งน้ำสำคัญของจังหวัดเลย ได้แก่ โครงการอ่างเก็บน้ำน้ำลาย อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งดำเนินการตามพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 เพื่อพัฒนาแหล่งกักเก็บน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำเลย โดยมีแผนก่อสร้างช่วงปี 2571 – 2576 หากก่อสร้างแล้วเสร็จจะกักเก็บน้ำได้ 27.99  ล้านลูกบาศก์เมตร พื้นที่ได้รับประโยชน์กว่า 17,200 ไร่ มีน้ำอุปโภคบริโภคเพียงพอสำหรับประชาชน 14,270 ครัวเรือน  อีกทั้งยังช่วยป้องกันน้ำท่วมเขตเทศบาล รวมถึงพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวได้ในอนาคต