แทร็บซอนสปอร์ สโมสรใหญ่อันดับ 4 ของตุรกี เผยแพร่คลิปวิดีโอ ที่สร้างจาก AI ความยาว 17 วินาที เป็นรูปพีระมิด มีต้นไม้รายล้อมเหนือสนามปาปารา พาร์ก พร้อมอีโมจิ “มงกุฎ”
หลังจากนั้นไม่นาน มีการประกาศอย่างเป็นทางการว่า โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ตกลงเซ็นสัญญากับสโมสร
วินาทีที่ ซาลาห์ เดินทางมาถึงสนามบินอาตาเติร์ก ในอิสตันบูล มันคือจลาจลย่อมๆ เพราะแฟนบอลแห่กันมาต้อนรับ “คิง ออฟ อียิปต์” กันล้นหลาม
แทร็บซอนสปอร์ ยังได้เผยแพร่คลิปของ ซาลาห์ ที่สวมเสื้อของสโมสรบนเครื่องบินด้วย และมันไม่ใช่เบอร์ที่ทุกคนคาดหวัง แต่เป็นเบอร์ 61
หลายคนอาจสงสัยว่า ทำไมต้อง 61 คำตอบง่ายมาก เพราะ 61 คือรหัสไปรษณีย์ และรหัสป้ายทะเบียนรถของเมืองแทร็บซอน นั่นเอง

////////////////////////
ปฏิเสธข้อเสนอจากอเมริกาและซาอุดีอาระเบีย
ซาลาห์ ตกลงเซ็นสัญญากับ แทร็บซอนสปอร์ 2 ปี แต่ก่อนหน้านี้เขาปฏิเสธข้อเสนอมากมาย ทั้งจาก สหรัฐอเมริกา และซาอุดีอาระเบีย
สปอร์ติง แคนซัส ซิตี ในเมเจอร์ลีกซอกเกอร์ พร้อมจ่ายค่าเหนื่อยเท่ากับที่เขาได้กับ ลิเวอร์พูล ซึ่งจะทำให้ ซาลาห์ กลายเป็นผู้เล่นที่ได้ค่าเหนื่อยสูงสุดเป็นอันดับ 2 ในประวัติศาสตร์ MLS
รองจาก ลิโอเนล เมสซี คนเดียว
แต่สุดท้ายไม่มีการยื่นข้อเสนออย่างเป็นทางการ เนื่องจาก ซาลาห์ ตัดสินใจรับค่าเหนื่อย “น้อยลง” เพื่อเล่นในยุโรปต่อไป
ส่วนสาเหตุว่าทำไม ซาลาห์ ไม่ย้ายไปซาอุดีอาระเบีย ทั้งที่เจ้าตัวเคยยอมรับในปี ค.ศ. 2025 ว่าเกือบย้ายไปที่นั่นหากไม่ต่อสัญญากับ ลิเวอร์พูล นั้น
เป็นเพราะตอนนี้ ซาลาห์ ไม่มีความสนใจในข้อเสนอจากซาอุดีโปรลีกอีกแล้ว

/////////////////////////
ทำไมต้องเป็น “แทร็บซอนสปอร์”?
การตัดสินใจย้ายมา แทร็บซอนสปอร์ อาจดูเป็นเรื่องแปลก และเหมือนเป็นการสะท้อนว่า ฤดูกาลสุดท้ายของ ซาลาห์ กับ ลิเวอร์พูล มีผลกระทบต่อชื่อเสียงของเขามากกว่าที่คิด
คิดดูว่า ถ้าหาก ซาลาห์ ย้ายทีมในช่วงกำลังพีค เขาคงมีตัวเลือกมากกว่านี้ ดังนั้นการเซ็นสัญญากับสโมสรใหญ่อันดับ 4 ของตุรกี คงดูเป็นเรื่องที่น่าผิดหวังสำหรับบางคน
แต่ดีลของ ซาลาห์ ครั้งนี้ ถือเป็นการเซ็นสัญญาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของแทร็บซอนสปอร์ และอาจจะยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของลีกฟุตบอลตุรกีเลยก็ได้
ทีมใหญ่ของตุรกีอย่าง กาลาตาซาราย และเฟเนร์บาห์เช ไม่สนใจจะเซ็นสัญญากับ ซาลาห์ แม้จะได้รับโอกาส
ส่วน เบซิคตัส เคยเจรจากับทีมของ ซาลาห์ อยู่นาน และเกือบจะได้ตัวเขา แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจถอนตัว เนื่องจากสู้ค่าเหนื่อยไม่ไหว
ด้วยเหตุนี้ แทร็บซอนสปอร์ สโมสรอันดับที่ 146 ของโลก ที่สโมสรที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดของตุรกีนอกจากกลุ่ม “บิ๊ก 3” จึงกลายเป็นจุดหมายปลายทางของ ซาลาห์
อย่างไรก็ตาม แทร็บซอนสปอร์ ที่คว้าแชมป์ซูเปอร์ลีกไปแล้ว 7 ครั้ง แต่เกือบทั้งหมดเกิดขึ้นในยุค 70 และ 80 ยกเว้นปี 2022 ครั้งเดียว ก็ยังคงถือเป็นทีมขนาดเล็กในภาพรวมอยู่ดี
และพวกเขาก็จะไม่ได้ไปเล่น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในฤดูกาลหน้า เนื่องจากจบอันดับที่ 3 เมื่อฤดูกาลที่แล้ว ทำให้ต้องไปเล่นในถ้วย ยูโรป้า ลีก รอบเพลย์ออฟ เท่านั้น
คุณภาพของเพื่อนร่วมทีมใหม่ เช่น พอล โอนูอาชู หรือ อังเดร โอนานา ที่ยืมมาจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็ถือว่าห่างไกลจากระดับที่ ซาลาห์ เคยเล่นร่วมด้วยที่ ลิเวอร์พูล อย่างเห็นได้ชัด

////////////////////
รายละเอียดสัญญาและผู้สนับสนุนเบื้องหลัง
สโมสรยืนยันว่า ซาลาห์ จะได้รับเงินสูงถึง 17 ล้านยูโรต่อปี
แบ่งเป็นค่าเหนื่อย 10 ล้านยูโร และค่าเซ็นสัญญาอีก 7 ล้านยูโรต่อฤดูกาล พร้อมส่วนแบ่ง 20% จากยอดจำหน่ายสินค้าที่เกี่ยวข้องกับเขา
เอเย่นต์ของเขาจะได้รับส่วนแบ่ง 5% จากรายได้รวมของ ซาลาห์ ซึ่งคิดเป็นเงินอย่างน้อย 1.7 ล้านยูโรตลอดอายุสัญญา 2 ปี
ส่วนที่มาของเงินก็คือ สปอนเซอร์หลักของ แทร็บซอนสปอร์ อย่าง สายการบินเตอร์กิชแอร์ไลน์ (Turkish Airlines) และ ท็อกก์ (Togg) ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าของตุรกี ซึ่งทั้ง 2 รายล้วนมีความเชื่อมโยง และใกล้ชิดกับรัฐบาลตุรกี

//////////////////////
ปัจจัยด้านไลฟ์สไตล์และวัฒนธรรม
นอกเหนือจากเรื่องเงินแล้ว ความเงียบสงบของเมืองแทร็บซอน เมื่อเทียบกับความวุ่นวายในอิสตันบูล ก็น่าจะเป็นปัจจัยที่ดึงดูด ซาลาห์ ที่ชอบใช้ชีวิตเงียบๆ ในแถบชนบทสมัยอยู่กับ ลิเวอร์พูล
ประกอบกับการได้ย้ายมาอยู่ในประเทศที่ประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิมก็น่าจะทำให้เขามีความสุข
เพราะจะทำให้เขาได้กลับมาเป็นซูเปอร์สตาร์ และศูนย์รวมจิตใจในประเทศมุสลิมเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ย้ายออกจาก อัล โมคาวลูน ในอียิปต์เมื่อปี 2012
///////////////////////

สงครามแย่งแชมป์ในตุรกี
การมาถึงของ ซาลาห์ เป็นภาพสะท้อนของความพยายามอันแรงกล้าของสโมสรในตุรกี ที่จะทำลายการผูกขาดของ กาลาตาซาราย ที่คว้าแชมป์ลีกมา 4 สมัยติดต่อกัน
ซัมเมอร์นี้ เฟเนร์บาห์เช เซ็นสัญญากับ เมสัน กรีนวูด และ นาธาน อาเก ส่วน เบซิคตัส ได้ตัว เลอันโดร ทรอสซาร์ และกำลังเบนเข็มไปหา ดูซาน วลาโฮวิช ด้วย
การเสริมทัพเหล่านี้ทำให้ แทร็บซอนสปอร์ ต้องเจอกับงานหินในการลุ้นแชมป์แน่นอน
ส่วนสำหรับ ซาลาห์ ก็เหมือนเป็นการใช้โอกาสครั้งนี้เป็นสปริงบอร์ด เพื่อกลับสู่ระดับท็อปของยุโรปอีกครั้ง ซึ่งแม้จะยาก แต่ถ้าทำได้ เขาก็จะได้รับการยอมรับมากขึ้น
ผลงานของ ซาลาห์ กับ แทร็บซอนสปอร์ ในลีกตุรกี จะเป็นยังไง น่าติดตามอย่างยิ่ง.



