“ช้างศึก” ทีมฟุตบอลทีมชาติไทย จะลงสนามพบ “เสือเหลือง” มาเลเซีย ในฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน 2026 “อาเซียนฮุนไดคัพ 2026” กลุ่ม B วันที่ 1 ส.ค.69 ที่ราชมังคลากีฬาสถาน เวลา 20.00 น. ถ่ายทอดสด ทรูวิชั่นส์ นาว ส่วนบัตรเข้าชมที่สนาม ราคา 300-600 บาท ซึ่งยังมีจำหน่ายทุกที่นั่ง

เกมแรก ไทย เปิดสนามบุกชนะ ลาว 5-0 คคนะ คำยก ยิง 2 ส่วนอีก 3 ประตู เป็นผลงานของ ธีรศักดิ์ เผยพิมาย, ยศกร บูรพา และ สารัช อยู่เย็น ด้าน มาเลเซีย เล่นมาแล้ว 2 นัด เปิดสนามบุกชนะ เมียนมา 2-1 และล่าสุดเมื่อ 28 ก.ค. เปิดบ้านถล่มลาว 4-0 เก็บ 6 แต้มเต็ม นำจ่าฝูง

ช้างศึก เป็นแชมป์สูงสุด 7 สมัย แอนโธนี ฮัดสัน หัวหน้าโค้ชทีมชาติไทย มีเวลาพักนักเตะ และเตรียมตัวถึง 1 สัปดาห์ หลังจบเกมแรก สภาพนักเตะโดยรวมไม่มีปัญหา อาจต้องเช็กฟิต วันชัย จารุนงคราญ แบ๊กซ้าย รายเดียว ส่วนตำแหน่งอื่นพร้อมลุย รวมทั้ง “ตังค์” สารัช อยู่เย็น กองกลางกัปตันทีมที่ลงเปลออกในเกมแรก

นักเตะที่คาดว่าจะลงสนามเกมนี้ ผู้รักษาประตู กัมพล ปฐมอรรฆย์กุล, เซ็นเตอร์แบ๊ก ณัฐพงษ์ สายริยา, มานูเอล ทอม เบียรห์, แบ๊กขวา นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม, ส่วนแบ๊กซ้าย หาก วันชัย จารุนงคราญ ลงไม่ได้ อาจเป็นโอกาสของ อูแซมมา เทียงคาม

แดนกลาง สารัช อยู่เย็น ปักหลักกับ “เจ้าโย” ชัยพล อดทน ขณะที่แนวรุก คคนะ คำยก, เสกสรรค์ ราตรี, ธีรศักดิ์ เผยพิมาย, ยศกร บูรพา

ฝั่ง มาเลเซีย แชมป์ 1 สมัย ปี 2010 คุมโดย ตันเชงโฮ กุนซือผู้เคยบุกมาเขี่ยไทยตกรอบรองฯ รายการนี้ เมื่อปี 2018 ซึ่งทีมชาติไทย ชุดดังกล่าว ที่อยู่ในชุดปัจจุบัน มี ฉัตรชัย บุตรพรม, พรรษา เหมวิบูลย์, ปกเกล้า อนันต์

นักเตะทีมมาเลเซีย สภาพร่างกายอาจเป็นรอง เพราะเพิ่งเตะเกม 2 กับ ลาว เมื่อ 28 ก.ค. ได้พักน้อยกว่าไทย จะนำโดย เปาโล โจซูเอ กองหน้าสายเลือดบราซิล วัย 37 ปี ที่ยิงไปแล้ว 3 ประตู ร่วมด้วย โมฮัมมาดู ซูมาเรห์ ที่เคยมาเล่นกับ โปลิศ เทโร, ซยาฟิก อาหมัด, เอเซเกล อากูเอโร กองกลางเลือดอาร์เจนไตน์ ที่ฤดูกาลก่อน เล่นไทยลีกกับ พลังกาญจน์, เอ็นดริก มิดฟิลด์สัญชาติบราซิล

สถิติ ไทย กับ มาเลเซีย เจอกัน 8 เกมหลัง จัดว่าสูสีเลยทีเดียว ไทย ชนะใน 2 เกมหลัง, มาเลเซีย ชนะ 3 ครั้ง และเสมอกัน 3 ครั้ง

พบกัน 3 ครั้งล่าสุด คือการพบกันในฟุตบอลอาเซียนคัพ ปี 2024 เจอกันรอบแรก ไทย เล่นในบ้าน ชนะ 1-0 ส่วนปี 2023 เจอกันรอบรองฯ ไทย ชนะในบ้าน 3-0 หลังจากบุกแพ้ 0-1, เจอในบอล คิงส์คัพ 2022 ที่เชียงใหม่ เสมอ 90 นาที 1-1 (ก่อนไทยแพ้จุดโทษ), อยู่กลุ่มเดียวกัน ในฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก ไทย แพ้ทั้งเหย้า-เยือน และในรอบรองฯ บอลอาเซียนคัพ 2018 ก็เจอกันรอบรองฯ เสมอทั้ง 2 เกมเหย้า-เยือน แต่ไทยตกรอบ ด้วยกฎอเวย์โกล.