เริ่มต้นด้วยการเช็คอินที่จุดสตาร์ท “ปั๊มน้ำมัน บางจาก บลูมมิ่ง พุทธมณฑลสาย 3” ใส่เสื้อทีมลิมิเต็ดอิดิชั่น ติดสติ๊กเกอร์บ่งบอกลำดับของรถแต่ละคันเรียบร้อย ก็ได้เวลาออกเดินทางมุ่งหน้าสู่สุพรรณบุรี การเดินทางที่ไม่ใช่เพียงแค่การขับรถมุ่งหน้าไปจุดหมายเพียงอย่างเดียว แต่มีทั้งเกมตอบคำถามที่สมาชิกทุกคนจะต้องช่วยกันระดมสมองและเชาว์ปัญญาตอบให้ถูกมากที่สุด เพราะทุกคำตอบหมายถึงคะแนนที่จะรวมหลังจบกิจกรรม
ไม่ใช่แค่นั้นยังมีจุดแวะเช็คระยะที่จะมีกิจกรรมล่าคะแนนรออยู่ กิจกรรมที่อาจจะนำพาคะแนนบวกหรือลบมาให้ทีมได้ทั้งนั้น ขึ้นอยู่กับดวงของแต่ละคัน หนึ่งในจุดเช็คระยะที่ว่านั้นมี “หมู่บ้านอนุรักษ์ควายไทย” แห่ง อ.ศรีประจันต์ แหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรัษ์และแหล่งเรียนรู้ธรรมชาติ วิถีชีวิตชนบทชาวไทยรวมอยู่ด้วย


หมู่บ้านอนุรักษ์ควายไทย ที่ใคร ๆ มักเรียกสั้น ๆ ว่า “บ้านควาย” จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 25 มีนาคม พ.ศ.2545 บนเนื้อที่ 70 ไร่ เพราะควายคือสัตว์ที่อยู่คู่กับชาวนา ถือเป็นเพื่อนคู่ทุกข์คู่ยากที่ช่วยทำไร่ไถนา จนเมื่อมีเครื่องจักรเข้ามาแทนที่ความสำคัญของควายไทยจึงลดบทบาทลง จำนวนประชากรควายก็ค่อย ๆ ลดลงตามไปด้วย จึงเป็นเหตุผลหลักในการก่อตั้งบ้านควายแห่งนี้ขึ้น มาแล้วห้ามพลาดชมการแสดงโชว์ความแสนรู้ของควายไทย
กิจกรรมห้ามพลาดอีกอย่างคือ “กินแฟ ดูควาย” พื้นที่นั่งชิลริมบ่อน้ำ ที่มักจะเต็มไปด้วยเหล่าควายน้อยใหญ่ ที่ลงมาเล่นน้ำ พร้อมกับจิบกาแฟ หรือเติมพลังด้วยก๋วยเตี๋ยวสักชาม ผู้มาเยือนสามารถซื้ออาหารเพื่อป้อนควายได้อย่างใกล้ชิดด้วย
พักเที่ยงเติมพลังที่ ร้านหว่านเสน่ห์ ศรีประจันต์ เสร็จแล้วก็เริ่มกิจกรรมกันต่อ โดยมีจุดหมายอยู่ที่ “วัดป่าเลไลย์วรวิหาร” อ.เมือง แวะกราบพระพุทธรูปปางป่าเลไลยก์ ที่ชาวบ้านนิยมเรียกว่า “หลวงพ่อโต” ซึ่งประดิษฐานภายในพระวิหาร พร้อมสวดมนต์ กับ ดร.อาจารย์คฑา ชินบัญชร เพราะว่ากันว่าถ้ามาแล้วไม่ได้แวะมากราบไหว้หลวงพ่อโต ก็เหมือนมาไม่ถึงสุพรรณบุรี


วัดป่าเลไลยก์ถือเป็นวัดสำคัญคู่บ้านคู่เมืองสุพรรณบุรี อายุราว 1200 ปี ชาวบ้านมักเรียกว่า “วัดป่า” หลวงพ่อโต เป็นพระพุทธรูปปางป่าเลไลยก์ ศิลปะสมัยอู่ทอง สุพรรณภูมิ คือประทับนั่งห้อยพระบาท ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้ 36 องค์ ที่ได้มาจากพระมหาเถรไลยลาย ด้านในวิหารหลวงพ่อโตมีจิตรกรรมฝาผนังเล่าเรื่องราวของขุนช้าง-ขุนแผน ตอกย้ำความเกี่ยวข้องกับวรรณคดีไทยอย่างเสภาขุนช้างขุนแผน นิราศเมืองสุพรรณของสุนทรภู่
ภายในวัดยังมี “คุ้มขุนช้าง” เรือนไทยไม้สักหลังใหญ่แบบโบราณ สร้างตามเรือนของขุนช้างในวรรณคดีขุนช้างขุนแผน บนเรือนจะมีภาพวาดตัวละครขุนช้างอยู่ด้วย นอกจากนี้ยังมีการจัดแสดงเครื่องใช้ต่าง ๆ
ชมวัดจนทั่วแล้วก็ได้เวลาออกเดินทางต่อไปยัง “ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสุพรรณบุรี” ที่มีกิจกรรมตามล่าหา RC ระหว่างทางด้วย มาถึงศาลหลักเมืองของสุพรรณบุรีแล้วบอกเลยว่าลืมภาพของศาลหลักเมืองของจังหวัดอื่น ๆ ไปได้เลย เพราะที่นี่จะไม่มีเสาหลักเมืองเหมือนอย่างที่อื่น เพราะเดิมที่นี่คือ “ศาลเทพารักษ์หลักเมือง” สถานที่ศักดิ์สิทธิ์และเป็นที่เคารพนับถือของคนสุพรรณ เดิมเป็นศาลไม้ทรงไทยมีเทวรูปพระอิศวรและพระนารายณ์สวมหมวกเติ๊ก หรือหมวกทรงกระบอก สลักด้วยหินสีเขียว เป็นพุทธประติมากรรมสลักบนแผ่นหินแบบนูนต่ำในพุทธศาสนาลัทธิมหายาน แบบศิลปะเขมร

ในบริเวณเดียวกันมี “พิพิธภัณฑ์ลูกหลานพันธุ์มังกร” ที่ก่อตั้งขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสที่ประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีนมีความสัมพันธ์ทางการทูตครบ 20 ปี เมื่อปี พ.ศ. 2539 โดยนำเสนอเรื่องราวประวัติศาสตร์ของอารยธรรมจีนที่ยาวนานถึง 5,000 ปี นอกจากนี้ยังมีการก่อสร้างหมู่บ้านมังกรสวรรค์ ตลาดพันปี โดยจำลองตามแบบของ “เมืองลีเจียง” ไว้ในพื้นที่ด้วย
ในจุดเช็คระยะสุดท้ายนี้ นอกจากจะให้สักการะศาลหลักเมืองเพื่อความเป็นสิริมงคลแล้ว ยังมีกิจกรรม Wallk Rally เพื่อให้สมาชิกได้เดินชมให้ทั่วพื้นที่ด้วย ก่อนจะได้เวลาจบการแข่งขันและเดินทางเข้าที่พัก เพื่อเตรียมตัวร่วมงานเลี้ยงที่มาในธีม “มนต์รักลูกทุ่ง 2026” เพื่อให้เข้ากับบรรยากาศพี่คล้าวกับทองกวาวแห่งเมืองสุพรรณบุรี
แรลลี่ “Autovision 24th ท่องเที่ยว อิ่มบุญ สุขใจไปด้วยกัน @ สุพรรณบุรี” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 12-13 กันยายน 2569 จองวันนี้ 3,900 บาท สำหรับ 1 คัน / 2 ท่าน รับจำนวนจำกัดเพียง 50 คันเท่านั้น สมัครเข้าร่วมกิจกรรมที่โทร. 090 993 9449 (คุณนุ้ย) ก่อนกลับหากยังไม่รีบร้อนแนะนำให้แวะไป “วัดพุทธปุษยคีรีศรีสุวรรณภูมิ” หรือ “หลวงพ่ออู่ทอง” พระพุทธรูปแกะสลักภูผาใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ณ พุทธมณฑลประจำจังหวัดสุพรรณบุรี



