อย่างไรก็ดี ในสมัยนี้ที่ “เทคโนโลยีการแพทย์พัฒนาขึ้นมาก” ประกอบกับ “วงการแพทย์ไทยพัฒนามากขึ้น” เช่นกัน ก็ช่วยให้ “โรคกระดูกสันหลังเคสยาก”เป็นโรคภัยไข้เจ็บที่ “น่ากังวลลดลง” โดยประเด็นโรคกระดูกสันหลังเคสยากน่ากังวลลดลงสำหรับคนไทยนั้น เมื่อเร็ว ๆ นี้ก็ได้มีการให้ความรู้ทางการแพทย์ที่น่าสนใจผ่านเวทีเสวนา…
“โรคกระดูกสันหลัง–สุดยอดเคสยาก”
มีเสวนาที่ชี้ว่า “ทุกปัญหามีทางออก”
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 8 ส.ค.ที่ผ่านมา “โรงพยาบาลธนบุรี” ที่ปัจจุบันมี นพ.ศิริพงศ์ เหลืองวารินกุล เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร จัดเสวนาวิชาการการแพทย์ ณ ห้องกมลทิพย์ โรงแรมเดอะ สุโกศล เสวนาวิชาการโรคกระดูกสันหลัง “โรงพยาบาลธนบุรีกับความเป็นเลิศ…โรคกระดูกสันหลัง–สุดยอดเคสยาก”ซึ่งมีประชาชนที่สนใจเข้าร่วมราว 200 คน โดยช่วงแรกก่อนการเสวนา ศ.คลินิกเกียรติคุณ นพ.วิศิษฎ์ วามวาณิชย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลธนบุรี และ ศ.นพ.อาศิส อุนนะนันทน์ ศัลยแพทย์ผู้ชำนาญการด้านกระดูกและข้อ ที่ปรึกษาศูนย์กระดูกและข้อ โรงพยาบาลธนบุรี ได้ให้แง่มุมความรู้การแพทย์ในภาพรวมเป็นการปูพื้น จากนั้นจึงเป็นคิวแพทย์ผู้ชำนาญการให้ความรู้แบบ Show Case แก่ประชาชน ทั้งในสถานที่เสวนา และผ่านออนไลน์ทางเพจ Facebook โรงพยาบาลธนบุรี Thonburi Hospital ที่ช่วงเสวนามีผู้สนใจติดตามสด ๆ หลายหมื่นคน
เวทีเสวนา “โรคกระดูกสันหลัง–สุดยอดเคสยาก”ในครั้งนี้ มี รศ.นพ.มนต์ชัย เรืองชัยนิคม แพทย์ผู้ชำนาญการศัลยกรรมกระดูกสันหลัง ที่ปรึกษาศูนย์กระดูกและข้อ โรงพยาบาลธนบุรี และ นพ.ศิรวิชญ์ สุวิทยะศิริ แพทย์ผู้ชำนาญการด้านศัลยกรรมกระดูกสันหลัง ประจำศูนย์กระดูกและข้อ โรงพยาบาลธนบุรี หยิบยกข้อมูล โรคกระดูกสันหลังเคสยาก กับแนวทางการรักษาในปัจจุบันมาให้ความรู้ประชาชนแบบ Show Case โดยมี สัมโพธิ เทียนทอง เป็นผู้ดำเนินรายการ

และนอกจาก “โรงพยาบาลธนบุรี” จะจัดกิจกรรมที่ฉายภาพ “ทุกปัญหากระดูกสันหลังมีทางออก” ให้ความรู้แก่ประชาชนในสถานที่จัดเสวนา และผ่านออนไลน์สด ๆ ทางเพจ Facebook โรงพยาบาลธนบุรี Thonburi Hospital ในวันเสวนาแล้ว สำหรับผู้ที่พลาดในวันเสวนา และสนใจข้อมูล “โรคกระดูกสันหลัง–สุดยอดเคสยาก”ก็สามารถ ติดตามย้อนหลังได้ทาง https://www.facebook.com/share/v/194SZ7iQzW/ ซึ่งหลังวันเสวนาแค่ 2 วันก็มียอดผู้สนใจทะลุครึ่งแสนรายแล้ว
สำหรับในการเสวนานั้น รศ.นพ.มนต์ชัย เรืองชัยนิคม ได้หยิบยกเคสยากมา Show Case ให้ความรู้ เช่น… เคสเด็กหญิงรายหนึ่ง “กระดูกสันหลังคด”ในเกณฑ์ที่จำเป็นต้อง “ผ่าตัดจัดกระดูกสันหลัง”เพราะถ้าปล่อยไว้จะส่งผลเสียต่อการดำรงชีวิต ซึ่งการผ่าตัดรักษาเคสนี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ และ “ไม่ใช่เคสง่าย” ในการจะทำให้กระดูกสันหลังกลับมาอยู่ในระดับที่สมดุลเท่าที่จะเป็นไปได้ โดยมีความปลอดภัย เส้นประสาทไม่บาดเจ็บอย่างไรก็ดี จากการที่มีเทคโนโลยีการแพทย์สมัยใหม่ มีการ ใช้เทคโนโลยีการแพทย์ที่ช่วยสร้างภาพ 3 มิติ และใช้ระบบนำวิถีช่วยให้แพทย์สามารถเพิ่มความแม่นยำ ในการใส่อุปกรณ์น็อตจำนวนมากเข้าไปจัดกระดูกสันหลัง มีการนำกระดูกของคนไข้และกระดูกเทียมบางส่วนมาใช้เพื่อให้โครงสร้างกระดูกสันหลังเชื่อมติดกันด้วยการปลูกถ่าย ก่อนดามด้วยโลหะเพื่อเสริมความแข็งแรงขึ้นระหว่างรอให้กระดูกเชื่อมติดกัน…
เคสยาก “กระดูกสันหลังคด–ผ่าตัดจัดกระดูกสันหลัง” เคสนี้ หลังผ่านไป 2-3 ปีภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างต่อเนื่องเป็นระยะ เด็กหญิงรายดังกล่าวนี้ก็สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติเหมือนเพื่อนคนอื่น ๆ แล้ว
อีกเคสที่ รศ.นพ.มนต์ชัย แพทย์ที่ปรึกษาศูนย์กระดูกและข้อ โรงพยาบาลธนบุรี หยิบยกมาให้ความรู้ คือ… เคสผู้ป่วยวัย 60 ปีเศษรายหนึ่งที่เจอโรค “โพรงกระดูกสันหลังตีบแคบ”จนเกิดการแตะเบียด หรือ “กดทับเส้นประสาท” ที่เวลายืนหรือเดินจะปวดก้นจนต้องนั่งพัก โดยท่าทางร่างกายในลักษณะตรงจะเป็นท่าที่เกิดอาการมาก แต่เมื่อเปลี่ยนเป็นท่าก้มโค้งไปข้างหน้า เหมือนเข็นรถเข็นในห้าง จะไม่มีอาการ เพราะเป็นท่าที่เปิดช่องที่แตะเบียดอยู่ให้กว้างขึ้น ซึ่งนี่เป็นลักษณะเฉพาะโพรงกระดูกสันหลังตีบแคบ ที่ก็เป็น “เคสยาก” โดยการบำบัดรักษานั้น รศ.นพ.มนต์ชัย ได้ ใช้เทคโนโลยีผ่าตัดผ่านกล้อง “Microscope” หรือ “Microscopic” ซึ่งมีกำลังขยายภาพ 10-20 เท่า ช่วยให้การดำเนินการผ่าตัดรักษาเป็นไปอย่างแม่นยำ
เทคโนโลยีผ่าตัดสู้เคสยากเคสนี้ ช่วยให้แพทย์เห็นพยาธิสภาพชัดเจน ช่วยให้แก้ไขปัญหาการตีบแคบของโพรงกระดูกสันหลังได้อย่างสะดวก มีแผลผ่าตัดขนาดแค่ราว 2-3 เซนติเมตร ซึ่งผู้ป่วยเคสนี้ก็ใช้ชีวิตปกติได้แล้ว

ทางด้าน นพ.ศิรวิชญ์ สุวิทยะศิริ ได้หยิบยก “โรคกระดูกสันหลังเคสยาก” มาให้ความรู้ความเข้าใจ โดยเน้นที่เคส “หมอนรองกระดูกสันหลังปลิ้น–หมอนรองกระดูกสันหลังทับเส้นประสาท”ซึ่งผู้ร่วมงานเสวนาก็สนใจกันมาก โดยเคสยากที่ นพ.ศิรวิชญ์ แพทย์ผู้ชำนาญการด้านศัลยกรรมกระดูกสันหลัง “ศูนย์กระดูกและข้อ โรงพยาบาลธนบุรี” เคยช่วยบำบัดรักษานั้น เช่น… เคสผู้ป่วยสูงวัยรายหนึ่ง อายุ 71 ปี ซึ่งอดีตเคยป่วยโรคหลอดเลือดสมองตีบและโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะด้วย แต่แม้จะมีประวัติป่วยดังกล่าว และสูงวัยมาก ก็สามารถเข้ารับการรักษา“หมอนรองกระดูกปลิ้น 4 ข้อ”ได้อย่างไม่เป็นปัญหา ด้วยการผ่าตัดสมัยใหม่ ใช้เทคโนโลยีผ่าตัดส่องกล้อง “Endoscope” หรือ “Endoscopic”ซึ่งที่หลังผู้ป่วยมีรอยแผลผ่าตัด ที่ผู้ป่วยเรียกว่ารอย “เจาะ”ขนาดแค่ราว 1 เซนติเมตร 4 แผล หลังผ่าตัดแล้วผู้ป่วยรายนี้ก็ไม่มีภาวะแทรกซ้อนใด ๆ
นอกจากนี้ นพ.ศิรวิชญ์ ยังเคยรักษาเคสยากในผู้ป่วยที่ยิ่งสูงวัยมาก คืออายุ 90 ปี ที่เผชิญปัญหาปวดทรมานจาก “โพรงกระดูกสันหลังตีบแคบและกดทับเส้นประสาท 2 จุด” อีกทั้งแนวกระดูกสันหลังก็มีการโค้งคดอยู่ด้วย โดยผู้ป่วยที่ยิ่งสูงวัยรายนี้ได้รับการผ่าตัดโดยใช้เทคโนโลยี Endoscopeไม่ต้องผ่าเปิดแผลใหญ่ แค่เจาะรู 2 ที่ตรงจุดที่ตีบแต่ละที่ขนาดรูไม่ถึง 1 เซนติเมตร สอดกล้องเข้าไปดูและเปิดช่องเส้นประสาทให้โล่งขึ้นทั้ง 2 จุดที่เกิดปัญหา ซึ่งหากผ่าตัดแบบเปิดแผลก็จะมีแผลยาว และอาจจะเป็นไปได้ว่าการผ่าตัดเพื่อเปิดแผลเข้าไปเคลียร์การกดทับดังกล่าวอาจมีการสูญเสียความแข็งแรงของกระดูกผู้ป่วย ยิ่งหากมีกรณีสันหลังคดอยู่ด้วยก็อาจทำให้เกิดการบาดเจ็บมากเกินไป ซึ่งไม่ดีแน่ ๆ กับผู้ที่สูงวัยมาก ๆ
เทคโนโลยีที่ นพ.ศิรวิชญ์ ใช้ช่วยผู้ป่วยอายุ 90 ปีรายนี้ จากที่ “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” ได้ข้อมูลเพิ่มเติม ไม่เพียงเป็นการผ่าตัดส่องกล้องแผลเล็ก แต่เป็น “หัตถการแผลเล็กจิ๋ว” ขนาดแค่ 5-8 มิลลิเมตร โดย ใช้เทคโนโลยี Endoscope แบบ Ultra MIS. ที่เกิดแผลเล็กจิ๋วกว่า Endoscope ทั่วไป จึงยิ่งช่วยให้กล้ามเนื้อและเอ็นรอบกระดูกสันหลังเสียหายน้อย
ทั้งนี้ จากข้อมูล “โรคกระดูกสันหลัง–สุดยอดเคสยาก” ที่ “โรงพยาบาลธนบุรี” จัดเสวนาให้ความรู้ประชาชน และจากที่ “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” ได้ข้อมูลเพิ่มเติมมานำเสนอด้วย เหล่านี้ฉายภาพ “เทคโนโลยีแวดวงการแพทย์ไทยก็ก้าวหน้า”…
“โรคกระดูกสันหลัง” นั้น “มีเคสยาก”
หากแต่ “ปัญหานี้ก็พอจะมีทางออก”
สู้ง่ายขึ้น “ด้วยการแพทย์ที่พัฒนา”.
ทีมสกู๊ปเดลินิวส์



