ทรัมป์ท้าทายอำนาจอธิปไตยของประเทศพันธมิตรใกล้ชิดที่สุดบางประเทศ ของรัฐบาลวอชิงตัน ในช่วงเวลา 4 สัปดาห์ ก่อนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐอย่างเป็นทางการ ในวันที่ 20 ม.ค. นี้ ซึ่งสิ่งนี้เน้นย้ำให้เห็นว่า เขามีความสามารถในฐานะ “ผู้สร้างความปั่นป่วนระดับโลก”

ความคิดเห็นของทรัมป์ ก่อให้เกิดความกลัวอีกครั้ง จากตอนที่เขาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยแรก ว่าทรัมป์จะแข็งกร้าวกับประเทศพันธมิตรของสหรัฐ มากกว่าศัตรูอย่างรัสเซีย และจีน แต่มันก็มีความสงสัยเช่นกันว่า ทรัมป์กำลังหาวิธีใช้ประโยชน์ ตามส่วนหนึ่งของ “ศิลปะการทำข้อตกลง” และดึงดูดความสนใจจากสื่อต่าง ๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ

“มันเป็นเรื่องยากที่จะบอกได้ว่า เขาต้องการมากแค่ไหน และประเด็นสำคัญล่าสุด จะได้ยินไปทั่วโลกมากแค่ไหน” นายแฟรงก์ เซสโน ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยจอร์จ วอชิงตัน และอดีตผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบขาว กล่าว “ทรัมป์ทำให้ผู้นำคนอื่นต้องคิดเอาเองว่า อะไรเป็นเรื่องจริง และอะไรเป็นเรื่องไม่จริง ซึ่งมันเป็นเรื่องยากสำหรับประเทศอื่น ๆ ที่จะรู้ว่า ควรรับมือกับความคิดเห็นของเขาอย่างไร”

อนึ่ง แนวคิดเกี่ยวกับการซื้อเกาะกรีนแลนด์ ไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับทรัมป์ เพราะเขาเคยพูดถึงแนวโน้มการซื้อเกาะยุทธศาสตร์ขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นเขตปกครองตนเองของเดนมาร์ก ในช่วงที่ทรัมป์ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยแรก โดยเขาแสดงความต้องการนี้อีกครั้ง ด้วยการเสนอชื่อเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำกรุงโคเปนเฮเกน พร้อมให้เหตุผลว่า การเป็นเจ้าของและการควบคุมเกาะกรีนแลนด์ คือสิ่งจำเป็นที่สุดต่อความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐ

สำหรับประเด็นนี้ นายมูเต เอเกเด นายกรัฐมนตรีของกรีนแลนด์ กล่าวว่า เกาะที่อุดมไปด้วยทรัพยากรแห่งนี้ เป็นดินแดนของชาวกรีนแลนด์ และ “ไม่ได้มีไว้ขาย”

อย่างไรก็ตาม เรื่องที่ได้รับความสนใจและถูกพูดถึงมากที่สุด คือ คลองปานามา ซึ่งทรัมป์ประณามว่า ทางการปานามา เก็บค่าธรรมเนียมกับเรือของสหรัฐที่เดินทางผ่าน อย่างไม่เป็นธรรมมาตลอด และข่มขู่ว่าจะเรียกร้องการทวงสิทธิหารบริหารคลองปามานา กลับคืนให้แก่รัฐบาลวอชิงตัน อย่างเต็มรูปแบบ รวดเร็ว และไม่มีข้อสงสัย

ด้านประธานาธิบดีโฮเซ ราอูล มูลิโน ผู้นำปานามา ไม่สนใจคำขู่ของทรัมป์ โดยกล่าวว่า “ทุกตารางเมตรของคลอง” จะยังอยู่ภายใต้การควบคุมของปานามา

นอกจากนี้ ทรัมป์ยังพูดแบบแบบทีเล่นทีจริง เกี่ยวกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างแคนาดา ว่าการทำให้แคนาดา กลายเป็นรัฐที่ 51 ของสหรัฐนั้น “เป็นแนวคิดที่ดี” ทั้งที่เขาข่มขู่ไว้ว่า จะขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากแคนาดา เมื่อรับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ

แม้การปฏิบัติอย่างแข็งกร้าวของทรัมป์ ต่อประเทศพันธมิตรของสหรัฐ มีความแตกต่างอย่างสิ้นเชิง เมื่อเทียบกับการที่เขาชื่นชมผู้นำประเทศศัตรูของสหรัฐ ซึ่งรวมถึงประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย แต่มันยังน่าจะมีวิธีการอยู่เบื้องหลังถ้อยคำของทรัมป์ ซึ่งอาจเป็นการส่งข้อความเกี่ยวกับจีน และอิทธิพลของรัฐบาลปักกิ่ง ก็เป็นได้.

เลนซ์ซูม

เครดิตภาพ : AFP