ตั้งแต่ เซอร์จิม แรตคลิฟฟ์ เข้ามาเป็นถือหุ้น 25% ของสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เมื่อปลายปี 2023 พร้อมกับรับหน้าที่ดูแลฝ่ายปฏิบัติการฟุตบอล กล่าวได้ว่า “ผีแดง” มีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างทีเดียว

ไม่ว่าจะเรื่องบัญชีการเงิน เพิ่มรายได้ ลดรายจ่ายด้วยการเลย์ออฟพนักงานครั้งใหญ่กว่า 250 คน เพื่อปรับโครงสร้าง หรือแม้กระทั่งยกเลิกบทบาทฑูตสโมสรของเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เพื่อตัดเงินที่ต้องจ่ายกว่า 2 ล้านปอนด์

ฝ่ายบริหารมีการยกเครื่องหลายตำแหน่ง โดยเฉพาะการดึง แดน แอชเวิร์ธ เข้าทำงานในตำแหน่งผอ.กีฬา ทว่าอายุงานกลับกินเวลาแค่ 5 เดือน ทั้งที่กว่าจะดึงมาทำงานก็ได้ก็นานแสนนาน เชื่อว่าเกิดความขัดแย้งทำให้อยู่กันไม่ได้

แต่แผนเกี่ยวกับสนามแห่งใหม่ก็ยังไม่สรุปเด็ดขาดว่าจะบูรณะของเดิม ปรับปรุงบางส่วน หรือสร้างสนามใหม่ไปเลย ข่าวแย่ๆ ของสนามจึงมีมาเป็นระยะ ไม่ว่าจะหลังคารั่ว ฝ้ารั่ว ไปจนกระทั่งเจอศพหนูตายบนอัฒจันทร์

ขณะที่ตำแหน่งผู้จัดการทีมก็ตัดใจเปลี่ยนจากเอริค เทน ฮาก มาเป็น รูเบน อโมริม แม้ต้องจ่ายทั้งเงินชดเชยให้เทน ฮาก และ สปอร์ติง ลิสบอน แต่ถึงตอนนี้ผลงานของทีมยังเอาแน่เอานอนอะไรไม่ได้

ล่าสุดแมนฯ ยูไนเต็ด มีโปรเจคต์ใหม่อีกแล้วภายใต้ชื่อ “มิชชั่น 21” เป้าหมายคือการคว้าแชมป์ลีกสมัยที่ 21 แถมยังหาญกล้าตั้งเป้าทำให้สำเร็จภายใน 3 ปีข้างหน้า ทำเอาแฟนๆ หัวเราะร่วนว่ามันจะได้แชมป์ง่ายดายขนาดนั้นเลยหรือ

ที่สำคัญนโยบายการสร้างทีมจะเปลี่ยนไปแล้ว ต่อไปนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด จะซื้อใครต้องคำนึงถึงอนาคต นึกถึงราคาขายต่อ ถ้ายังไม่ดังมากก็ยิ่งดี เรียกว่าหมดยุคซื้อผู้เล่นชื่อดัง แต่แพง แถมอายุมาก ยกตัวอย่างกรณีของ คาเซมิโร เป็นต้น ดังนั้นถ้าคุมเข้มรายจ่ายแบบนี้มันจะได้แชมป์เร็วๆ ได้ยังไง?

อย่างไรก็ดีแผนงานนี้นำโดย เซอร์เดฟ เบรลส์ฟอร์ด ผู้บริหารระดับสูง ซึ่งมีประวัติการทำงานด้านกีฬาโดดเด่นมาก มีบทบาทสำคัญต่อความยิ่งใหญ่เกรียงไกรของทีมจักรยานสหราชอาณาจักรตลอดหลายปี จนกระทั่งเป็นผู้บริหาร Team Sky ก็ประสบความสำเร็จอย่างสูงจนเซอร์จิมต้องดึงมาทำงานด้วยกับเอเนออสเมื่อปี 2021

เซอร์จิม หวังไว้มากทีเดียวว่า เบรลส์ฟอร์ด จะเข้ามาพลิกแมนฯ ยูไนเต็ด ให้ประสบความสำเร็จได้แบบที่เขาเคยทำมาแล้วเหมือนทีมจักรยาน … มารอดูกันว่ามันจะเกิดขึ้นได้หรือไม่?

เฮียเอง