มัสก์เข้าควบคุมระบบการชำระเงินของกระทรวงการคลังสหรัฐ ซึ่งคอยจัดการเงินหลายล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ รวมถึงประกาศยุบหน่วยงานเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศสหรัฐ (ยูเอสเอด) ด้วยตัวคนเดียว และช่วยขับไล่เจ้าหน้าที่ระดับสูงออกไป
สำหรับมัสก์ ผู้ชอบต่อว่าข้าราชการที่ไม่ได้รับเลือกตั้ง ตัวเขาเอง ซึ่งไม่ได้รับการเลือกตั้งเช่นกัน แทบไม่ต้องรับผิดชอบใด ๆ ขณะผลักดันความพยายามของทรัมป์ ในการลดขนาดรัฐบาลวอชิงตัน
ทรัมป์พยายามลดความสำคัญของประเด็นนี้ โดยกล่าวว่า มัสก์ไม่สามารถทำอะไรได้ และจะไม่ทำอะไรเลย หากไม่ได้รับอนุญาตจากรัฐบาล ซึ่งการอนุมัติจะพิจารณาตามความเหมาะสม แต่ถึงอย่างนั้น ทรัมป์ก็ยืนกรานว่า เขารู้สึกประทับใจที่มัสก์รายงานว่า มันเป็นสิ่งที่เขาให้ความสำคัญอย่างยิ่ง
กระนั้น อำนาจของมัสก์ดูเหมือนจะ “ไม่มีขอบเขต” ส่งผลให้สมาชิกพรรคเดโมแครตหลายคนกล่าวหาว่า มัสก์และทรัมป์ ชิงอำนาจโดยมิชอบ และขัดต่อรัฐธรรมนูญ
จนถึงขณะนี้ มัสก์ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นพนักงานรัฐบาลกลาง และเจ้าหน้าที่รัฐแต่อย่างใด แม้สื่อของสหรัฐรายงานเมื่อไม่นานมานี้ว่า มัสก์มีสถานะเป็น “ลูกจ้างพิเศษของรัฐบาล” แล้วก็ตาม
อนึ่ง มัสก์ส่งทีมงานคนรุ่นใหม่ที่ทำงานให้กับสำนักงานประสิทธิภาพรัฐบาล (ดีโอจีอี) หรือ “ดอจ” ซึ่งมีชื่อเรียกว่า “ดอจคิดส์” (Doge Kids) เข้ายึดครองระบบการชำระเงินของกระทรวงกลางคลังสหรัฐ และดำรงตำแหน่งสำคัญของรัฐบาลวอชิงตัน ซึ่งพวกเขาช่วยกันผลักดันให้พนักงานของรัฐบาลกลาง รับเงินชดเชยเลิกจ้างและลาออกไป
อย่างไรก็ตาม ท่าทีที่ไม่ประนีประนอมของมัสก์ ทำให้หลายคนแสดงความกังวล หลังมีรายงานการเผชิญหน้าระหว่างผู้ช่วยของมัสก์กับเจ้าหน้าที่ของยูเอสเอด เมื่อฝ่ายทีมงานของมัสก์ขอเข้าไปในห้องนิรภัยที่เก็บข้อมูลลับของหน่วยงาน รวมถึงสถานการณ์ที่คล้ายคลึงกัน โดยเจ้าหน้าที่กระทรวงการคลังคนหนึ่งถูกสั่งพักงาน หลังปฏิเสธไม่ให้ผู้ช่วยของมัสก์เข้าถึงข้อมูล
ขณะที่พรรคเดโมแครต ซึ่งนิ่งเงียบมาตลอดช่วงสองสัปดาห์แรก นับตั้งแต่ทรัมป์เข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 20 ม.ค. ก็เริ่มออกมาต่อต้านความเคลื่อนไหวล่าสุดของมัสก์
บรรดาสมาชิกพรรคเดโมแครต ในคณะกรรมาธิการด้านวิธีการและมาตรการของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ จัดการประชุมฉุกเฉิน เพื่อหารือในประเด็นนี้บางส่วน ซึ่งพวกเขาวิพากษ์วิจารณ์ดอจอย่างดุเดือดว่าเป็น “ความพยายามที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ” ในการใช้อำนาจของประธานาธิบดี เหนือเงินที่สภาคองเกรสอนุมัติ
กระนั้น รัฐบาลวอชิงตันกำลังจับตามองอย่างใกล้ชิดเพื่อดูว่า อัตตาของทรัมป์และมัสก์ จะสามารถอยู่รอดในทำเนียบขาวไปด้วยกันได้นานแค่ไหน.
เลนซ์ซูม
เครดิตภาพ : AFP



