กัมพูชายกระดับการผลักดัน “ขั้นสุดท้าย” เพื่อกำจัดโรคมาลาเรีย ซึ่งมียุงเป็นพาหะ โดยมุ่งเน้นไปยังชุมชนที่เข้าถึงยาก ในพื้นที่ห่างไกล ทั้งในป่าและบนภูเขา

เมื่อปี 2540 กัมพูชารายงานว่า โรคมาลาเรียทำให้มีผู้ป่วย 170,000 คน และผู้เสียชีวิต 865 ราย ทว่าในปีที่แล้ว ผู้ป่วยโรคมาลาเรียมีเพียง 355 คนเท่านั้น และไม่มีผู้เสียชีวิตแม้แต่รายเดียว นับตั้งแต่ปี 2561

ตัวเลขข้างต้นทำให้เกิดความหวังว่า “ปีนี้จะไม่มีผู้ป่วยเลย” ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญสำหรับประเทศที่เคยเป็นศูนย์กลางการระบาดของโรคมาลาเรีย และความสำเร็จครั้งนี้คงเป็นไปไม่ได้เลย หากปราศจากงานของนายเยี่ยง เชียง ผู้สร้างโครงการควบคุมโรคมาลาเรียขึ้นใหม่ หลังการล่มสลายของระบอบการปกครองเขมรแดง

นายเยี่ยง เชียง เริ่มฝึกอบรมกับผู้เชี่ยวชาญชาวฝรั่งเศสเมื่อปี 2497 เพื่อเป็นนักกีฏวิทยาการแพทย์คนแรกของกัมพูชา ซึ่งเขาให้ความช่วยเหลือในโครงการนำร่องการกำจัดโรคมาลาเรียครั้งแรก โดยจัดตั้งห้องปฏิบัติการ และจับยุงกับลูกน้ำเพื่อทำการทดลอง เมื่อเขาถูกส่งตัวไปประจำการที่จุดแพร่ระบาดของโรคมาลาเรีย ทางตะวันออกเฉียงเหนือของกัมพูชา ในช่วงทศวรรษที่ 1960

“ตอนที่เราเริ่มทำงาน มันยากลำบากมาก เพราะพวกเราขาดคนที่มีความรู้ดี” นายเยี่ยง เชียง วัย 87 ปี กล่าว

ในตอนที่รัฐบาลเขมรแดงขึ้นสู่อำนาจ นายเยี่ยง เชียง และครอบครัวของเขา ถูกส่งตัวจากกรุงพนมเปญ ไปยังค่ายแรงงาน ซึ่งภรรยาและบุตรชายวัยแบเบาะของเขา เสียชีวิตที่นั่นจากการขาดอาหาร

แม้นายเยี่ยง เชียง กลัวว่าชีวิตของตัวเองจะจบลงด้วย แต่เขายังคงรักษาผู้ป่วยโรคมาลาเรียต่อไป รวมถึงละเมิดกฎระเบียบของรัฐบาลเขมรแดง ด้วยการแอบเก็บยาที่ถูกทิ้งตามท้องถนน และนำมาแจกจ่ายให้แก่ผู้ป่วย อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ของรัฐบาลเขมรแดงก็ไว้ชีวิตเขา หลังผู้บัญชาการระดับสูงป่วยเป็นโรคมาลาเรียเช่นกัน

หลังจากรัฐบาลเขมรแดงถูกขับไล่เมื่อปี 2522 นายเยี่ยง เชียง ก็เข้าร่วมกับคนอื่น ๆ อีกจำนวนหนึ่ง เพื่อฟื้นฟูโครงการควบคุมโรคมาลาเรียระดับชาติ ซึ่งการระบาดหลายครั้งในปีต่อ ๆ มา เขาและทีมงานได้ลงพื้นที่ตามหมู่บ้านต่าง ๆ ซึ่งเป็นฐานที่มั่นเดิมของกองกำลังเขมรแดง และแหล่งระบาดของโรคมาลาเรียที่ดื้อยา

อนึ่ง รัฐบาลกัมพูชาเปิดตัวแผนปฏิบัติการระดับชาติเมื่อปี 2554 โดยมีเป้าหมายที่จะทำให้จำนวนผู้ป่วยโรคมาลาเรียในประเทศ “เป็นศูนย์” ภายในปี 2568 ซึ่งภายในเวลา 3 ปี กัมพูชาสามารถหยุดยั้งการแพร่ระบาดของโรคมาลาเรีย และเริ่มดำเนินการ “ขั้นสุดท้าย” ในปี 2563

หากไม่มีผู้ป่วยโรคมาลาเรียในปีนี้ กัมพูชาจะต้องรักษาระดับการติดเชื้อภายในประเทศให้เป็นศูนย์อย่างต่อเนื่อง เป็นเวลา 3 ปีติดต่อกัน ตั้งแต่ปี 2569 เป็นต้นไป เพื่อให้ได้รับการรับรองสถานะ “ปลอดโรคมาลาเรีย” จากองค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) เป็นประเทศที่สองในทวีปเอเชีย ต่อจากจีน

กระนั้น นายเยี่ยง เชียง ยังคงมองว่า การกำจัดโรคมาลาเรียให้หมดไปจากโลกนั้น “เป็นไปไม่ได้เลย” เนื่องจากการอพยพของมนุษย์ ซึ่งเขาเชื่อว่า โรคนี้จะยังมีอยู่ต่อไป และไม่หายไปอย่างสิ้นเชิงแน่นอน.

เลนซ์ซูม

เครดิตภาพ : AFP