“ราฟินญา” เป็นหนึ่งในนักเตะที่กำลังโชว์ฟอร์มได้จัดจ้านที่สุดในฤดูกาลนี้

แต่รู้หรือไม่ว่า โลกลูกหนังเกือบจะไม่ได้เห็น ราฟินญา เป็นยอดนักเตะอย่างทุกวันนี้ หากว่าวันนั้นเมื่อ 10 ปีที่แล้ว “เขาตัดสินใจยอมแพ้เสียก่อน”

ราฟินญา โตในสลัมเมืองปอร์โต อาเลเกร เขาอยู่ในย่านที่เต็มไปด้วยความรุนแรง อยู่ในสิ่งแวดล้อมของแหล่งค้ายาเสพย์ติด แต่เขาไม่ใช่เด็กเกเร และรู้ว่า “กีฬาฟุตบอล” ไม่ได้เป็นแค่ทางออก แต่มันคือทางออกเดียวที่จะถีบชีวิตตัวเองไปสู่อนาคตที่ดีกว่า

แม่ของเขาทำงานอย่างหนัก และทุกคนในครอบครัวก็ต้องเสียสละรวมเงินซื้อรองเท้าฟุตบอลและช่วยกันออกจ่ายค่าเดินทางให้ไปฝึกซ้อม

ตอนแรกเขาถูกปฏิเสธจากสโมสรต่างๆ เช่น อินเตอร์นาซิอองนาล และ เกรมิโอ เนื่องจากถูกมองว่าตัวเล็กและผอมเกินไป ไม่เหมาะกับฟุตบอลอาชีพ แต่เขาก็มาได้โอกาสกับ อาไว สโมสรเล็กๆ ที่มีระบบเยาวชนที่แข็งแกร่ง

ราฟินญา ตั้งใจฝึกซ้อมให้สมกับที่เป็นความหวังของครอบครัว แต่ระหว่างที่ทุกอย่างเหมือนจะไปได้สวย ในวันเกิดอายุครบ 18 ปี เขาอยู่คนเดียวในห้องเล็กๆ จ้องโทรศัพท์ ไม่มีข้อความ ไม่มีสายเรียกเข้า ไม่มีข้อเสนอใดๆ เขาโชคร้ายได้รับบาดเจ็บหนัก และวันนั้นเขาเกือบตัดสินยอมแพ้

ทั้งที่รู้ว่าฟุตบอลเป็นหนทางรอดหนึ่งเดียว แต่เขารู้สึกเหมือนเจอทางตัน ความฝันกำลังหลุดลอย เขากำลังถอดใจคิดว่าจะหันหลังให้ฟุตบอล

จนกระทั่งเสียงของ “แม่” บอกว่า “ถ้าลูกเลิกมันตอนนี้ ก็จะต้องยอมรับเรื่องนี้ไปตลอดชีวิต ลูกพร้อมยอมรับมันหรือไม่?”

คำพูดของแม่วันนั้นเป็นจุดเปลี่ยน เขาตัดสินใจสู้ต่อ อดทน มีวินัย เสียสละ และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง

ราฟินญา เริ่มไต่เต้าจาก วิตอเรีย กิมาไรส์, สปอร์ติง ลิสบอนในโปรตุเกส ก่อนย้ายไปแรนส์ ในฝรั่งเศส, ลีดส์ ยูไนเต็ด ในอังกฤษ และกลายเป็นตัวหลักประสบความสำเร็จกับบาร์เซโลนาในปัจจุบัน

บางทีชีวิตของราฟินญาไม่ต่างอะไรกับข้อพิสูจน์ว่า ไม่ว่ามีเป้าหมายสิ่งใด คุณสามารถประสบความสำเร็จได้ “ตราบเท่าที่ไม่ถอดใจยอมแพ้ไปเสียก่อน”

เฮียเอง