เมื่อสัปดาห์ก่อนมีข่าวที่น่าสนใจ เกี่ยวกับ “กีฬามวยไทย” ที่มีลุ้นได้รับการพิจารณาบรรจุเข้าแข่งขันในการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 19 ที่เมืองหางโจว ประเทศจีน จะเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันระหว่างวันที่ 25 ก.ย.-10 ต.ค.65

หลังจากที่ คีย์แมนกีฬาของไทย นำโดย พิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา และคณะอีกหลายท่าน ได้ประชุมผ่านทางออนไลน์กับคีย์แมนกีฬาของจีน ที่นำโดย โก่ว จ้งเหวิน รัฐมนตรีสำนักกิจการกีฬาแห่งชาติจีน และประธานคณะกรรมการโอลิมปิกของจีน

บทสรุปของการประชุมร่วมกันครั้งนี้คือ “จีน” รับปากว่าจะผลักกันอย่างเต็มที่ ขอแค่ทางสภาโอลิมปิกแห่งเอเชีย (โอซีเอ) ไฟเขียว และมีเอกสารยืนยันอย่างเป็นทางการเท่านั้น

ถ้าอ่านแค่ข่าวคนในวงการกีฬาไทย ก็ต้องดีใจเป็นธรรมดา ที่จะได้เห็น “มวยไทย” ซึ่งเป็นกีฬาประจำชาติของเรา ที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก จะได้เข้าแข่งขันในเอเชี่ยนเกมส์ 2022

แต่ถ้าพิจารณาบนพื้นฐานของหลักการและความน่าจะเป็นแล้ว ก็ต้องบอกกันตรงๆ ว่าเป็นเรื่อง “ยากยิ่งนัก” หรือเข้าขั้น “เป็นไปไม่ได้” ที่ทางจีนจะบรรจุ “มวยไทย” ไว้ใน “หางโจวเกมส์ 2022” ที่จะเปิดฉากในอีกไม่ถึงหนึ่งปีนี้

เหตุผลสำคัญ คือ ข้อแรก จีนยืนยันแล้วว่าศึกเอเชี่ยนเกมส์ครั้งนี้จะแข่งขันกัน 40 ชนิดกีฬา และได้มีการคลอดโปรแกรมการแข่งขันอย่างเป็นทางการออกมาเรียบร้อยแล้ว โดยจะชิงชัยกัน 482 เหรียญทอง

ข้อที่ 2 จีน ใช้เวลาเตรียมงานมากว่า 4 ปี จึงไม่มีเหตุผลที่จะต้องมาปรับเปลี่ยนเพื่อไทย

และข้อที่ 3 โอซีเอ” จะมีหน้าไปตอบคำถามกับมวลชาติสมาชิกทั้งเอเชีย อย่างไร ถ้าไม่ยึดมั่นในหลักการของตนเอง แล้วเปิดไฟเขียวให้บรรจุ มวยไทยเข้าแข่งขันได้

โปรดอย่าลืมว่า “เอเชี่ยนเกมส์” ที่มี “โอซีเอ” เป็นเจ้าของมหกรรม ไม่ใช่ “ซีเกมส์” ที่มี “สหพันธ์ซีเกมส์” เป็นองค์กรที่กำกับดูแล ที่นึกจะบรรจุกีฬาใดเข้าแข่งขันตอนไหนเวลาใดก็ได้ตามที่ชาติเจ้าภาพหรือชาติสมาชิกจะตกลงปลงใจกันได้ เพราะวิธีการทำงานแบบสากลและความเป็นมืออาชีพแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

ฉะนั้นคำว่า “โอเค” ของจีน ในที่นี้ ข้อเท็จจริงแล้วก็คือ “ไม่” ถ้าเป็นการทำงานหรือวิธีแบบฝรั่งจะตอบกันตรงๆ ไปเลย ได้ คือ “Yes” ไม่ได้ คือ “No” แต่วัฒนธรรมของชาวเอเชียค่อนข้างจะรักษาน้ำใจกันอย่างมาก และคำว่า “เยส” หรือ “โอเค” ในที่นี้จึงค่อนข้างชัดเจนแล้วว่าคือ “การปฏิเสธ” อย่างสุภาพของทางจีนนั่นเอง

อย่างไรก็ตาม ผมสนับสนุนและเห็นด้วยกับที่ “บิ๊กก้อง” ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการ กกท. บอกว่า แม้ว่าโอกาสที่ “มวยไทย” จะได้รับการบรรจุเข้าแข่งขันในเอเชี่ยนเกมส์ 2022 นั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย แต่เมื่อเรามีโอกาสที่จะทำก็ต้องลองดู ยังดีกว่าที่ไม่ได้ทำอะไรเลย เรียกว่าไม่ลองลงมือทำแล้วไม่รู้ได้อย่างไรว่ามันจะไม่สำเร็จ

นอกจากนี้ยังเห็นด้วยกับนโยบายของ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานอนุกรรมการอำนวยการขับเคลื่อนกีฬามวยไทยสู่โอลิมปิก ที่จะเดินหน้าผลักดัน “มวยไทย” ไปให้ถึงโอลิมปิกเกมส์ ในอนาคตอันใกล้นี้อย่างเต็มที่ โดยเริ่มต้นจากมหกรรมกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ก่อน

ด้วยเหตุผลและปัจจัยหลายอย่าง การผลักดัน “มวยไทย” เข้าไปใน “หางโจวเกมส์ 2022” ครั้งนี้ คงเป็นเรื่องที่ยากยิ่งนัก

แต่อย่างน้อยการได้เริ่มนับหนึ่งกันตั้งแต่วันนี้ เพื่อเดินไปสู่ฝันอันยิ่งใหญ่ในโอลิมปิกเกมส์ ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าชื่นชมไม่น้อยเลยทีเดียว ยังดีกว่าพวกที่ทำตัว “มือไม่พายแล้วยังเอาเท้าราน้ำ” ก็แล้วกันครับ

## ศรีเชลียง ##