ในยุคที่ “ผู้บริโภครู้เท่าทัน” ทำให้ผู้ประกอบการจำเป็นต้องปรับเปลี่ยน “วิธีนำเสนอ-วิธีการขาย” สินค้าและบริการ โดยหนึ่งในกลยุทธ์ที่ปัจจุบันมีการนำมาใช้กันมากขึ้น นั่นก็คือ “การตลาดที่ให้ความจริงใจ” ซึ่งวันนี้คอลัมน์นี้ได้นำแนวทางดังกล่าวจากบทความของ กนกพร ลิปิมงคล ที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ SME D Bank มาสะท้อนต่อเพื่อให้พิจารณากัน…

ทั้งนี้ ผู้เขียนคือ กนกพร ได้อธิบายว่า “การตลาดที่ให้ความจริงใจ” หรือ “Reversing Funnel Marketing” เป็นการตลาดที่ให้ความจริงใจจนลูกค้าอยากซื้อสินค้าเองโดยไม่ต้องขาย ซึ่งเป็นการตลาดที่มีการใช้กันมากในยุคนี้ เพราะหมดยุคการขายแบบ Hard Sell แล้ว เนื่องจากปัจจุบันผู้บริโภคอยากรู้ความจริงว่าสินค้าที่อยู่ตรงหน้า “มีข้อดี-ข้อเสียอย่างไร” ที่เกิดขึ้นมาจากการเติบโตของโซเชียลมีเดียซึ่งทำให้ผู้บริโภคเข้าถึงข้อมูลได้มากขึ้นกว่าเดิม ส่งผลให้รูปแบบการตลาดเปลี่ยนไป จากการที่ผู้บริโภคเกิดพฤติกรรมใหม่ที่คนมักตัดสินใจซื้อสินค้าจากการศึกษารีวิวก่อนเสมอ

ส่วนการนำกลยุทธ์ Reversing Funnel Marketing มาใช้ เรื่องนี้ทางผู้เขียนบทความคนเดิมได้ย้ำว่า ผู้ที่ต้องการนำกลยุทธ์ดังกล่าวมาใช้ จำเป็นต้องทำความเข้าใจก่อนว่า กลยุทธ์การตลาดรูปแบบนี้ ก็คือแนวคิดทางการตลาดที่กลับด้านจากรูปแบบดั้งเดิมอย่างเช่น กลยุทธ์ Funnel Marketing โดยที่การทำการตลาดในรูปแบบใหม่จะ “เน้นสร้างความไว้วางใจ” และ “ให้คุณค่าอย่างลึกซึ้ง” เพื่อที่จะนำไปสู่การ “เชื่อมความสัมพันธ์กับกลุ่มเป้าหมาย” และจากนั้นจึงค่อย ๆ “สื่อสารแบบเฉพาะเจาะจง” ก่อนจะปิดท้ายด้วยการนำสู่การปิดการขาย ซึ่งจะแตกต่างจากแนวคิดกลยุทธ์การขายแบบเดิม ที่มักจะมุ่งเน้นการใช้กลยุทธ์เพื่อทำให้ลูกค้าเข้ามาเยอะ ๆ แล้วจึงคัดกรองผู้ซื้อในตอนท้าย นอกจากนั้น การทำกลยุทธ์การตลาดแบบให้ความจริงใจมักเน้นไปที่การใช้ความจริงเป็นหลักเพื่อนำเสนอสินค้า อาทิ เน้นข้อดีและข้อจำกัดสินค้า เพื่อกระตุ้นความสนใจ โดยเมื่อลุกค้าหรือกลุ่มเป้าหมายสัมผัสถึงความจริงใจได้แล้ว ก็จะนำไปสู่การตัดสินใจซื้อในท้ายที่สุดนั่นเอง

และในช่วงท้ายของบทความดังกล่าว กนกพร ลิปิมงคล ผู้เขียนบทความนี้ ย้ำถึง “จุดเด่น” ของการนำ กลยุทธ์ Reversing Funnel Marketing หรือ “การตลาดแบบจริงใจ” มาใช้ว่า ไม่ได้มีดีแค่เพียงการเพิ่มยอดขาย แต่มีข้อดีอื่น ๆ ต่อธุรกิจหรือแบรนด์มากมาย อาทิ 1.สร้างการรับรู้และช่วยเพิ่มการมีส่วนร่วม 2.ช่วยสร้างความไว้วางใจ 3.ช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้แบรนด์ อย่างไรก็ตามกลยุทธ์นี้ เป็นเพียงส่วนหนึ่งของกลยุทธ์หนึ่งเท่านั้น เพราะการขยายตลาดในยุคดิจิทัลและออนไลน์เช่นนี้ ผู้ประกอบการยังจำเป็นต้องพิจารณาถึงกลยุทธ์อื่น ๆ ควบคู่ไปด้วย เพื่อใช้ให้เหมาะสมกับสถานการณ์และความเป็นจริงมากที่สุด ซึ่งถ้าหากเอสเอ็มอีรายใดสนใจจะศึกษากลยุทธ์อื่น ๆ เพิ่มเติมก็สามารถเข้าไปดูได้ที่แพลตฟอร์ม DX by SME D BANK เพื่อหาคำแนะนำเกี่ยวกับกลยุทธ์ต่าง ๆ สำหรับนำมาปรับใช้ให้เหมาะกับตัวเองได้.

ศิริโรจน์ ศิริแพทย์ [email protected]