เมื่อนางแองเจลิกา สติบี ผู้รับบำนาญชาวเยอรมัน ได้รับกุญแจบ้านใหม่ของเธอในรัฐบาวาเรีย ทางตอนใต้ของเยอรมนี ในปีนี้ เธอก็หลุดพ้นจากภาระทางการเงินอันหนักอึ้ง
สติบีต้องจ่ายเงินแค่ 88 ยูโรต่อปี (ราว 3,328 บาท) สำหรับอพาร์ตเมนต์ในเคหะชุมชนที่รู้จักกันในชื่อ “ฟุกเกอไร” (Fuggerei) ซึ่งค่าเช่าไม่เพิ่มขึ้นเลยตั้งแต่ยุคกลาง
ฟุกเกอไร ถูกก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2064 โดยนายยาค็อบ ฟุกเกอร์ นักธุรกิจผู้มั่งคั่ง และเป็นที่เชื่อกันว่า มันเป็นโครงการที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ซึ่งชุมชนฟุกเกอไร ในเมืองออกสบูร์ก จัดหาพื้นที่อยู่อาศัยให้กับผู้คน 150 คน ที่ประสบปัญหาทางการเงิน
สติบี คุณแม่ลูกสองในวัย 60 ปี จากเมือเมืองออกสบูร์ก กล่าวว่า เธอมีชีวิตที่ดีมาก จนกระทั่งอายุ 55 ปี โดยหลังจากเธอได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็ง ทุกอย่างก็แย่ลงเรื่อย ๆ จนเธอไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากยื่นคำร้องเรื่องที่อยู่อาศัยเพื่อสังคม
อีกด้านหนึ่ง นางมาร์ธา เจสซี วัย 77 ปี อาศัยอยู่ที่ฟุกเกอไรมาเป็นเวลา 17 ปีแล้ว หลังเธอพบว่าตัวเองได้รับเงินบำนาญเพียง 400 ยูโรต่อเดือน (ราว 15,000 บาท) แม้เธอทำงานมานานถึง 45 ปีก็ตาม ซึ่งเธอกล่าวว่า การใช้ชีวิตที่อื่น แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย
ด้านนางดอริส เฮอร์ซ็อก นักสังคมสงเคราะห์ กล่าวว่า ผู้ขอเข้าพักอาศัยส่วนใหญ่ต้องรอนาน 2-7 ปี ซึ่งทุกอย่างขึ้นอยู่กับอพาร์ตเมนต์ที่ต้องการ และอพาร์ตเมนต์ชั้นล่างได้รับความนิยมอย่างมาก นอกจากนี้ ผู้ยื่นคำร้องต้องพิสูจน์ได้ว่าตนเองเป็นชาวเมืองออกสบูร์ก นับถือศาสนาคริสต์นิกายคาทอลิก และประสบปัญหาทางการเงิน
แม้เคหะชุมชนฟุกเกอไร ได้รับความเสียหายอย่างหนักในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง แต่มันก็ได้รับการสร้างขึ้นใหม่ในสไตล์ดั้งเดิมตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

จุดเด่นสำคัญอันน่าทึ่งของฟุกเกอไร คือ ค่าเช่าที่ถูกมาก ทั้งที่ชุมชนแห่งนี้ตั้งอยู่ไม่ไกลจากเมืองมิวนิก ซึ่งเป็นเมืองที่มีค่าครองชีพสูงสุดในเยอรมนี และเป็นหนึ่งในเมืองที่มีค่าครองชีพสูงอันดับต้น ๆ ในยุโรป
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ค่าเช่าในเมืองอื่น ๆ ของเยอรมนี เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เกิดกระแสการประท้วง แต่แนวโน้มดังกล่าวไม่มีผลกับฟุกเกอไร เนื่องจากผู้ก่อตั้งกำหนดไว้ว่า “ชุมชนแห่งนี้ไม่ควรขึ้นค่าเช่า”
อนึ่ง ฟุกเกอร์ก่อตั้งมูลนิธิหลายแห่งเพื่อช่วยเหลือผู้คนในเมืองออกสบูร์ก และมูลนิธิเหล่านี้ยังคงมอบเงินทุนสนับสนุนการดูแลรักษาเคหะชุมชนฟุกเกอไร มาจนถึงทุกวันนี้
แม้ทายาทของตระกูลฟุกเกอร์บางคน ยังคงมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการมูลนิธิ แต่พวกเขาไม่ได้บริจาคเงินอีกต่อไปแล้ว ซึ่งนายดาเนียล โฮโบห์ม ผู้จัดการมูลนิธิฟุกเกอร์ กล่าวว่า พวกเขาได้รับเงินทุนส่วนใหญ่ผ่านรายได้จากการถือครองพื้นที่ป่าไม้ และธุรกิจการท่องเที่ยวขนาดเล็ก
อย่างไรก็ตาม ผู้อยู่อาศัยในเคหะชุมชนฟุกเกอไร ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขเพียงข้อเดียว นั่นคือ พวกเขาต้องสวดมนต์ให้กับบรรดาผู้บริจาคและครอบครัวของพวกเขา “ทุกวัน” เพื่อตอบแทนการอยู่อาศัยในชุมชนแห่งนี้.
เลนซ์ซูม
เครดิตภาพ : AFP



