@@@@ ประเทศไทยคว้าหลายรางวัลในการเข้าร่วมการแข่งขันคณิตศาสตร์โอลิมปิกระหว่างประเทศ ครั้งที่ 66 (The 66th International Mathematical Olympiad – IMO 2025) โดยการแข่งขันมีขึ้นระหว่างวันที่ 10-20 กรกฎาคม 2568 ซึ่งปีนี้ประเทศออสเตรเลียได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันในระดับโลก ณ เมืองซันไชน์โคสต์ (Sunshine Coast) เครือรัฐออสเตรเลีย ประกอบด้วยเยาวชนผู้มีความสามารถยอดเยี่ยมในการแก้ปัญหาคณิตศาสตร์ระดับสูง และพร้อมอย่างเต็มที่ที่จะสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยในเวทีนานาชาติ 6 คน ซึ่งผ่านการคัดเลือกจากทั่วประเทศโดยสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) โดยมีรายชื่อดังต่อไปนี้ 1. นายนภนต์ อภินทนาพงศ์ – โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา 2. นายสิรภพ ขาวพลัด – โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา 3. นายพัฒนแสง พินิจพิชิตกุล – โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา 4. นายดรณ์ สว่างทรัพย์ – โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา 5. นายเกียรติภูมิ สิเจริญ – โรงเรียนเซนต์คาเบรียล 6. นายกรชวัลร์ ตันติวิเศษศักดิ์ – โรงเรียนกำเนิดวิทย์ ……………………. พร้อมด้วยคณาจารย์ผู้ควบคุมทีมที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในด้านคณิตศาสตร์ระดับสูง ประกอบด้วย 1. ดร.สริตา บุณย์ศุภา – บริษัทกรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (หัวหน้าทีม) 2. รศ.ดร.ธีระเดช กิตติภัสสร – จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (รองหัวหน้าทีม) 3. อ.ดร.ศุภณัฐ คำตื้อ – จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ผู้ช่วยหัวหน้าทีม) 4. อ.ดร.ธนวิทย์ จิรุพันธ์ – มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี (ผู้ช่วยหัวหน้าทีม) 5. นายวีรชัย นีรนาทวงศ์ – นักวิชาการอิสระ (ผู้ช่วยหัวหน้าทีม) 6. นายจเร ปานเมือง – สสวท. (ผู้จัดการทีม) ………………… สมาคมไทยซันไชน์โคสต์ รัฐควีนส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย ได้ให้การต้อนรับคณะผู้แทนประเทศไทยอย่างอบอุ่นและประชาสัมพันธ์ระหว่างการพำนักในเมืองซันไชน์โคสต์ คณะผู้แทนประเทศไทยได้รับการดูแลอย่างอบอุ่นจากพี่น้องชาวไทยในท้องถิ่น และได้รับเกียรติจากบุคคลสำคัญหลายฝ่ายที่ร่วมให้กำลังใจและเป็นเจ้าภาพในการจัดกิจกรรมต้อนรับอย่างต่อเนื่อง คณะผู้แทนประเทศไทยคว้ารางวัลจากเวทีโอลิมปิกคณิตศาสตร์นานาชาติ IMO 2025 ได้ทุกคน มีการประกาศผลการแข่งขันอย่างเป็นทางการ โดยคณะผู้แทนประเทศไทยสามารถคว้ารางวัลกลับประเทศได้ทุกคน สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยในระดับนานาชาติอีกครั้งหนึ่ง โดยผลการแข่งขันมีดังนี้: เหรียญทอง (Gold Medal): นายพัฒนแสง พินิจพิชิตกุล – โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา เหรียญเงิน (Silver Medal): นายดรณ์ สว่างทรัพย์ – โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา และนายสิรภพ ขาวพลัด – โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา เหรียญทองแดง (Bronze Medal): นายนภนต์ อภินทนาพงศ์ – โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา และ นายเกียรติภูมิ สิเจริญ – โรงเรียนเซนต์คาเบรียล ใบประกาศเกียรติคุณ (Honourable Mention): นายกรชวัลร์ ตันติวิเศษศักดิ์ – โรงเรียนกำเนิดวิทย์ ความสำเร็จในครั้งนี้เป็นผลจากความมุ่งมั่นตั้งใจ ความสามารถทางวิชาการ และการทำงานเป็นทีมของทั้งนักเรียนและอาจารย์ผู้ควบคุมทีม ตลอดจนการสนับสนุนจากหน่วยงานต่าง ๆ รวมถึงแรงใจจากชุมชนไทยทั้งในประเทศและต่างประเทศ
ประเทศไทยสามารถคว้ารางวัลกลับประเทศได้ทุกคน ในการแข่งขันคณิตศาสตร์โอลิมปิกระหว่างประเทศ ครั้งที่ 66 (The 66th International Mathematical Olympiad – IMO 2025) โดยการแข่งขันมีขึ้นระหว่างวันที่ 10-20 กรกฎาคม 2568 ณ เมืองซันไชน์โคสต์
@@@@ เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2568 Dr. John Lancaster หรือ “คุณหมอจอห์น” แพทย์ชาวออสเตรเลียผู้เป็นที่รักของชุมชนไทยในซันไชน์โคสต์ พร้อมด้วยภรรยาคนไทย โอ๋ ดวงแก้ว ร่วมกับสมาคมไทยซันไชน์โคสต์ ได้เป็นเจ้าภาพจัดงานเลี้ยงอาหารค่ำให้กับคณะผู้แทนประเทศไทย ณ ร้าน Infusion Cafe & Thai ในเขต Maroochydore โดยภายในงานเต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งมิตรภาพและความภาคภูมิใจ มีพี่น้องชาวไทยในซันไชน์โคสต์เข้าร่วมให้การต้อนรับและพูดคุยกับคณะผู้แทนอย่างเป็นกันเอง พร้อมทั้งได้ร่วมพาคณะนักเรียนและอาจารย์เดินทางเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญในพื้นที่ เช่น หาด Mooloolaba, เขา Montville และตลาด Eumundi Market เพื่อเรียนรู้วัฒนธรรมท้องถิ่นของออสเตรเลีย

Dr. John Lancaster พร้อมด้วยภรรยาคนไทย โอ๋ ดวงแก้ว ร่วมกับสมาคมไทยซันไชน์โคสต์ ได้เป็นเจ้าภาพจัดงานเลี้ยงอาหารค่ำให้กับคณะผู้แทนประเทศไทยอย่างอบอุ่น ณ ร้าน Infusion Cafe & Thai ในเขต Maroochydore เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2568
@@@@ เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2568 นางสาวอาจารี ศรีรัตนบัลล์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงแคนเบอร์รา ได้เดินทางเยือนเมืองซันไชน์โคสต์เป็นครั้งแรก เพื่อให้กำลังใจแก่คณะผู้แทนประเทศไทย ได้เป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารค่ำ ณ ร้าน Siam Samrarn พร้อมร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับนักเรียนและอาจารย์อย่างใกล้ชิด ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความชื่นชมและภาคภูมิใจในศักยภาพของเยาวชนไทยบนเวทีนานาชาติ การมาเยือนครั้งนี้ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากชุมชนไทยในพื้นที่ ซึ่งต่างรู้สึกยินดีที่ได้ต้อนรับผู้แทนระดับสูงของประเทศ

เอกอัครราชทูต ณ กรุงแคนเบอร์รา ได้เดินทางเยือนเมืองซันไชน์โคสต์เพื่อให้กำลังใจแก่คณะผู้แทนประเทศไทย เป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารค่ำ ณ ร้าน Siam Samrarn ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับนักเรียนและอาจารย์อย่างใกล้ชิด เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2568
@@@@ เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2568 นางสาวอาจารี ศรีรัตนบัลล์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงแคนเบอร์รา พร้อมด้วยนายนฤชัย นินนาท กงสุลใหญ่ ณ นครซิดนีย์ พบหารือกับศาสตราจารย์ Deo Prasad ประธานกรรมการบริหารศูนย์นวัตกรรมลดคาร์บอน รัฐนิวเซาท์เวลส์ (NSW Decarbonisation Innovation Hub) ณ มหาวิทยาลัยนิวเซาท์เวลส์ (UNSW) โดยมีคณาจารย์ของศูนย์ฯ ให้การต้อนรับและร่วมการหารือ ศูนย์ NSW Decarb HUB มีพันธกิจสนับสนุนเป้าหมายของรัฐบาลรัฐนิวเซาท์เวลส์ในการลดการปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี พ.ศ. 2593 ควบคู่กับการสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจและการจ้างงานในรัฐนิวเซาท์เวลส์ โดยเน้นการบูรณาการงานวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีลดคาร์บอนในเชิงปฏิบัติ เชื่อมโยงกับภาคอุตสาหกรรมและต่อยอดสู่การพาณิชย์ ในโอกาสนี้ ทั้งสองฝ่ายหารือเกี่ยวกับแนวทางการสร้างเครือข่ายระหว่างภาคการศึกษา ภาครัฐ และภาคอุตสาหกรรม รวมถึงโอกาสความร่วมมือด้านเทคโนโลยีลดโลกร้อนและการแลกเปลี่ยนนักศึกษาระหว่างไทยกับออสเตรเลีย โดยเอกอัครราชทูตฯ และกงสุลใหญ่ฯ แสดงความพร้อมในการสนับสนุนความร่วมมือระหว่างหน่วยงานไทยกับศูนย์ฯ ในรูปแบบต่าง ๆ ต่อไปในอนาคต

เอกอัครราชทูต ณ กรุงแคนเบอร์รา พร้อมคณะ พบหารือกับศาสตราจารย์ Deo Prasad ประธานกรรมการบริหารศูนย์นวัตกรรมลดคาร์บอน รัฐนิวเซาท์เวลส์ (NSW Decarbonisation Innovation Hub) ณ มหาวิทยาลัยนิวเซาท์เวลส์ เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2568
@@@@ เมื่อวันที่ ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๖๘ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงแคนเบอร์รา ให้การต้อนรับพลอากาศเอก เสกสรร คันธา ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ และคณะในโอกาสเดินทางเยือนออสเตรเลีย โดยนางสาวอาจารี ศรีรัตนบัลล์ เอกอัครราชทูตฯ เป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารค่ำและได้สนทนาแลกเปลี่ยนความเห็นกับคณะเกี่ยวกับความสัมพันธ์ไทย-ออสเตรเลีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการป้องกันประเทศและความร่วมมือระหว่างกองทัพอากาศของสองฝ่าย

เอกอัครราชทูต ณ กรุงแคนเบอร์รา ให้การต้อนรับพลอากาศเอก เสกสรร คันธา ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ และคณะในโอกาสเดินทางเยือนออสเตรเลีย ได้สนทนาแลกเปลี่ยนความเห็นกับคณะเกี่ยวกับความสัมพันธ์ไทย-ออสเตรเลีย เมื่อวันที่ ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๖๘
@@@@ เมื่อวันที่ ๘ กรกฎาคม ๒๕๖๘ นางสาวอาจารี ศรีรัตนบัลล์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงแคนเบอร์รา เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอาเซียนประจำกรุงแคนเบอร์รา (ASEAN Committee in Canberra) ณ สถานเอกอัครราชทูตฯ โดยมีเอกอัครราชทูตและผู้แทนสถานเอกอัครราชทูตจากประเทศสมาชิกอาเซียนทุกประเทศเข้าร่วม โดยที่ประชุมฯ ได้หารือเกี่ยวกับแนวทางและกิจกรรมเพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างอาเซียนกับออสเตรเลีย ซึ่งรวมถึงการเพิ่มปฏิสัมพันธ์ด้านการค้าและการลงทุน การกระชับความร่วมมือด้านการศึกษา วิจัยและพัฒนานวัตกรรม ตลอดจนการจัดกิจกรรมเพื่อเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างคณะทูตประเทศสมาชิกอาเซียนในกรุงแคนเบอร์รา และสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับอาเซียนในออสเตรเลียด้วย ไทยจะดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการอาเซียนประจำกรุงแคนเบอร์ราซึ่งมีวาระ ๖ เดือน ระหว่างเดือนกรกฎาคม – ธันวาคม ๒๕๖๘

เอกอัครราชทูต ณ กรุงแคนเบอร์รา เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอาเซียนประจำกรุงแคนเบอร์รา (ASEAN Committee in Canberra) ไทยจะดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการอาเซียนประจำกรุงแคนเบอร์รา ซึ่งมีวาระ ๖ เดือน ระหว่างเดือนกรกฎาคม – ธันวาคม ๒๕๖๘
@@@@ เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2568 นายนฤชัย นินนาท กงสุลใหญ่ ณ นครซิดนีย์ เป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารค่ำเพื่อเป็นเกียรติแก่ พลเอก ไพบูลย์ วรวรรณปรีชา รองเสนาธิการทหาร และคณะ พร้อมด้วย นางสาวอาจารี ศรีรัตนบัลล์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงแคนเบอร์รา เนื่องในโอกาสที่คณะผู้แทนไทยเข้าร่วมพิธีเปิดการฝึกร่วม/ผสม Talisman Sabre 2025 ซึ่งเป็นการฝึกทางทหารระดับทวิภาคีที่ใหญ่ที่สุดระหว่างเครือรัฐออสเตรเลียและสหรัฐอเมริกา โดยปีนี้เป็นครั้งแรกที่ กองทัพไทย ได้ส่งกำลังพลเข้าร่วมการฝึกดังกล่าว ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 23–29 กรกฎาคม 2568

กงสุลใหญ่ ณ นครซิดนีย์ เป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารค่ำเพื่อเป็นเกียรติแก่ พลเอก ไพบูลย์ วรวรรณปรีชา รองเสนาธิการทหาร และคณะ พร้อมด้วย เอกอัครราชทูต ณ กรุงแคนเบอร์รา เนื่องในโอกาสที่คณะผู้แทนไทยเข้าร่วมพิธีเปิดการฝึกร่วม/ผสม Talisman Sabre 2025
@@@@ ในปี 2025 มีสาวน้อยชาวไทยวัยเบญจเพสในนครเพิร์ธลงประกวด Miss Grand Australia ในรอบตัดเชือก final night ในวันที่ 26 กรกฎาคม 2568 เวลา 18.00 – 22.30 น. ที่ Imperial Hotel, 94 Seaworld Dr, Main Beach รัฐควีนส์แลนด์ ด้วยความหวังว่าเรื่องราวของเธอจะเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้หญิงทุกคนที่เคยรู้สึกว่าชีวิตของตนไม่มีทางเลือก ไม่มีโอกาส และไม่มีความฝัน ได้เปลี่ยนแนวความคิดกันบ้าง เธอดูเป็นสาวงามที่มีบุคคลิคเป็นตัวของตัวเอง ดูสวยสง่า เวลาว่างของเธอก็รับงานแสดง งานเดินแบบถ่ายแบบ พร้อมกับฝึกฝนการแสดง และร้องเพลง แต่น้อยคนจะเห็นภาพลักษณ์ของสาวสวยอย่างเธอขณะทำงานประจำเป็นพนักงานขับรถบรรทุกในเหมืองแร่ แม้จะดูเป็นงานของผู้ชาย แต่เธอกลับสนุกกับมันทุกครั้งที่ขึ้นขับ รถบรรทุกขนาดใหญ่เท่ากันกับบ้านสองชั้น …………………… บีม รัตนา หลวงนันท์ เกิดที่อำเภอภูผาม่าน จังหวัดขอนแก่น ประเทศไทย ครอบครัวเป็นชาวไร่ชาวนา บีมชอบการเต้นตั้งแต่เด็ก และเคยเป็นนางรำประจำโรงเรียน ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของความหลงใหลในศิลปะการแสดง ถามเธอถึงการย้ายถิ่นฐานมาอยู่ที่ประเทศออสเตรเลีย เธอตอบว่า “เมื่อคุณแม่แต่งงานใหม่ บีมจึงได้ติดตามคุณแม่อพยพมาอยู่ที่ประเทศออสเตรเลียเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ การเริ่มต้นครั้งนี้ไม่ได้ง่ายเลย เพราะทั้งบีมและแม่ไม่มีพื้นฐานภาษาอังกฤษเลยแม้แต่น้อย ตอนย้ายมาใหม่ ๆ บีมต้องพึ่งคุณแม่ในการสื่อสาร และคุณแม่ก็สื่อสารได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น” ทั้งแม่และลูกได้รับโอกาสจากรัฐบาลให้เข้าเรียนโรงเรียนสอนภาษาอังกฤษสำหรับผู้ย้ายถิ่นฐาน แม้จะเป็นการเริ่มจากศูนย์ แต่พวกเธอก็มุ่งมั่นตั้งใจเรียนรู้ทุกวัน ชีวิตในออสเตรเลียช่วงแรกเต็มไปด้วยความลำบาก เธอเล่าต่อว่า “แม่ต้องทำงานหลายอย่าง ทั้งโรงงาน ส่งหนังสือพิมพ์ และรับจ้างรีดผ้า ส่วนบีมเริ่มเข้าเรียนโรงเรียนประถมร่วมกับเจ้าของภาษา ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ท้าทายมาก การบ้านและการเรียนการสอนทั้งหมดเป็นภาษาอังกฤษ บีมต้องพยายามอ่านหนังสือหนักมากเพื่อให้ทันเพื่อน ทั้งที่ไม่เคยมีพื้นฐานภาษาเลย แต่ความพยายามก็ทำให้บีมค่อย ๆ พัฒนาขึ้น พวกเราอยู่แบบพอเพียง กับข้าวห่อไปโรงเรียนก็มีแซนด์วิชกับน้ำเท่านั้น เงินไปโรงเรียนก็ไม่มี เพื่อนที่โรงเรียนเค้าสงสารเขาก็ช่วยแบ่งขนมกับอาหารมาให้บีมกินด้วย นานๆทีก็จะได้กินขนม ส่วนมากบีมเดินไปกลับจากโรงเรียนเองทุกวัน จะมีบางวันที่โชคดีหน่อยแม่เลิกงานก่อนเวลาเลิกเรียนแม่ถึงได้มารับด้วยมอเตอร์ไซค์สกูตเตอร์ วันไหนฝนตกคิดภาพออกได้เลยค่ะว่าเปียกทั้งสอง” ไม่กี่ปีครอบครัวของเธอก็ประสบปัญหาทางการเงินจากธุรกิจของสามีเก่าของแม่ชาวออสเตรเลียที่พาเธอและแม่มาออสเตรเลีย ด้วยความไว้ใจของแม่เธอที่มีต่อเขาให้เขาดูแลบัญชีธนาคารและเมื่อค้นพบว่าเขาแอบใช้เงินของแม่เธอหลายครั้งโดยไม่ได้รับอนุญาต ครอบครัวจึงต้องพบกับการหย่าร้าง เธอและแม่ต้องย้ายออกจากบ้านโดยไม่มีที่อยู่ โชคดีที่มีเพื่อนของแม่เปิดบ้านให้พักชั่วคราวจนพวกพวกเธอสามารถเช่าบ้านเองได้ ในวัย 16 ปี บีมเริ่มทำงานหลังเลิกเรียนเพื่อช่วยบรรเทาค่าใช้จ่ายที่บ้าน เธอเล่าต่อว่า “ตอนนั้นดิ้นรนสู้ชีวิตมากหนูกับแม่ไม่มีโอกาสกลับไทยหลายปี โชคเข้าข้างตอนที่แม่ได้พบกับสามีคุณแม่คนปัจจุบัน คุณ Stephen ชีวิตของพวกเราก็เปลี่ยนไปอีกครั้ง คุณ Stephen ชายชาวออสเตรเลียที่มีจิตใจดี เขารักและดูแลทั้งแม่และบีมอย่างอบอุ่น บีมจึงเรียกเขาว่า “พ่อ” ได้เต็มปาก ชีวิตพวกเราถึงดีขึ้น พวกเรามีอิสระขึ้น จากที่ไม่มีเงินซื้ออะไรมาก่อน ตอนนี้ได้อยู่แบบสบายไม่ต้องกังวลเรื่องเงิน ไม่ต้องทำงานหนักเหมือนแต่ก่อน อยากกินอะไรก็ได้กิน อยากกลับไทยก็ได้กลับ ก่อนที่จะเจอกับพ่อ Stephen บีมไม่เคยคิดถึงเรื่องความฝันเลยค่ะ แม้แต่งานอดิเรกบีมก็ไม่เคยมี เพราะว่าเราไม่มีเงินที่จะทำอะไรเลย ตอนเป็นเด็กบีมอยากเป็นนักเต้นอยากเป็นนักแสดง จะเรียนวิชาด้านนี้ต้องใช้เงินจำนวนหนึ่งซึ่งตอนนั้นครอบครัวบีมไม่มีเลยบีมถึงไม่ได้ทำ วันๆไปโรงเรียนกลับมาก็ทำการบ้าน เวลาอยากเจอเพื่อน นานนานทีถึงจะได้เจอเพราะพ่อแม่ทำงาน วันเสาร์อาทิตย์ด้วย ส่วนมากวันเสาร์อาทิตย์บีมก็จะไปอยู่ที่เขตก่อสร้างกับสามีเก่าแม่ รออยู่ในรถอ่านหนังสืออยู่แบบนั้นทั้งวันมาหลายปี ด้วยความมั่นคงที่ได้รับจากพ่อ Stephen บีมเริ่มกล้าฝันอีกครั้ง” ……………… เธอลงทุนซื้อสิทธิ์การประกวด Miss Global Thailand 2021 และ 2022 ด้วยเงินเก็บของตัวเอง เพื่อส่งตัวเองเป็นตัวแทนไปประกวดเวทีระดับนานาชาติ เธอย้อนอดีต “ในช่วงโควิด ปี 2021 คือช่วง lock down การประกวดเลยจัดเป็น Virtual competition แทนค่ะ บีมเลยได้ ลิขสิทธิ์เพิ่มมาอีกปีนึงเมื่อโควิดผ่านไป บีมได้เดินทางไปที่บาหลีประเทศอินโดนีเซียเพื่อไปประกวดมิสโกลเบิลอินอินเตอร์เนชั่นแนลเป็นตัวแทนของประเทศไทยค่ะ การประกวดครั้งแรกกะจะยากหน่อยเมื่อไม่มีพี่เลี้ยง บีมไม่รู้อะไรเกี่ยวกับนางงามเลย รู้แค่ว่าบีมอยากทำในเมื่อมีโอกาส” จากประสบการณ์นั้น ทำให้เธอได้เรียนรู้เกี่ยวกับวงการนางงามหลายอย่าง กับอาชีพท้าทายในปัจจุบันนั้น เธอเคยทำมางานและเปลี่ยนงานมาแล้วหลายงาน เคยเป็นพนักงาน fast food พนักงานร้านเค้ก พนักงานซูเปอร์มาร์เก็ต และคนดูแลผู้สูงอายุ จริงๆแล้วเธอเรียนจบแอร์โฮสเตส แต่เลือกที่จะไม่เดินเส้นทางนี้ เพราะห่วงแม่และไม่อยากอยู่ห่างจากครอบครัว ………………. เธอเล่าต่ออย่างสดใส “พ่อ Stephen แนะนำให้ลองเส้นทางใหม่ เส้นทางเดียวกันกับพ่อ บีมเลยเลือกการขับรถดั้มในเหมืองแร่ แม้จะดูเป็นงานของผู้ชาย แต่บีมตัดสินใจลอง และพบว่าตัวเองรักงานนี้ บีมดีใจที่พบว่ามีผู้หญิงอีกตั้งหลายคนที่ทำงานนี้ บีมรู้สึกว่ามันคืออะไรที่ empower สุดๆสำหรับผู้หญิงตัวเล็กๆ รถดั้มขนาดของเขาจะดูน่ากลัวหน่อย ก็ขนาดเท่ากันกับบ้านสองชั้น แต่ขับไปนานนานเดี๋ยวจะชินเอง แต่ละวันทำงาน 12 ชั่วโมง แต่ละอาทิตย์จะผลัดเป็นกะกลางวันและกะกลางคืน หลายคนอาจจะคิดว่าการที่ ผู้หญิงจะเข้ามาทำงานที่เหมืองเป็นอะไรที่ยาก แต่ไม่ใช่เลยค่ะ ถ้าอยากจะทำงานขับรถดั้มแค่เป็น permanent resident หรือ เป็นcitizen แล้วสามารถพูดภาษาอังกฤษได้ แล้วมีใบขับขี่ก็เข้าได้แล้วค่ะ บริษัทจะฝึกสอนพนักงานขับรถดั้มเองค่ะ นอกจากรถดั้มแล้วก็มีอย่างอื่นอีกมากมายที่เราสามารถเรียนได้ อย่างเช่น water cart, grader, dozer, loader และ excavator ส่วนใครที่เข้ามาทำงานในบริษัทแล้วสามารถมีโอกาสย้ายไปแผนกอื่นได้ด้วยนะคะ” ………………….. ตารางงานของเธอคือ ทำงานหนึ่งสัปดาห์ และหยุดอีกหนึ่งสัปดาห์ ซึ่งช่วยให้เธอสามารถแบ่งเวลาไปตามหาความฝันในวงการบันเทิงได้ เวลาว่างเธอรับงานแสดง งานเดินแบบถ่ายแบบ พร้อมกับฝึกฝนการแสดง ร้องเพลงด้วยตนเอง ในปี 2025 เธอลงประกวด Miss Grand Australia ด้วยความหวังว่าเรื่องราวของเธอจะเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้หญิงทุกคนที่เคยรู้สึกว่าชีวิตของตนไม่มีทางเลือก ไม่มีโอกาส และไม่มีความฝัน ได้ลุกขึ้นมาเชื่อในตัวเองอีกครั้ง เธอทิ้งท้ายว่า “เพื่อฝัน ไม่ว่าจะลำบากแค่ไหน ถ้าเราไม่ยอมแพ้ ก็สามารถเปลี่ยนชีวิตได้จริง ชนะหรือไม่ชนะไม่สำคัญ… แค่ได้ลงมือทำก็คือชัยชนะในชีวิตแล้ว ขอกำลังใจให้บีมด้วยนะคะ ถ้ามงลงบีมที่ออสเตรเลีย จะได้ไปแข่งรอบอินเตอร์ที่ประเทศไทยค่ะ ฝากโหวดด้วยคะ โหวตขวัญใจมหาชนได้ที่เว็บไซต์ pageant planet 1 โหวต = 1 USD https://www.pageantplanet.com/choice-award/miss-grand-australia-official-2025/QW1jQmxXRUFKd3I1NEQ3bkk2MEYyQT09/NFRpS0E2a3NzRUVOTk5LY0I0ZTIrUT09?fbclid=PAQ0xDSwLoYCZleHRuA2FlbQIxMAABpzWtYy7FeY5xJ1K-mk_AfC6d8WYfqQp9dCr8lSaKcNuqZVte4FrN0BladFjr_aem_M6jYZJSyk7Bh67YcoX0Gdg กราบขอบพระคุณแฟนเดลินิวส์ทุกท่านคะ”

รัตนา หลวงนันท์ สาวน้อยชาวไทยวัยเบญจเพสในนครเพิร์ธ ลงประกวด Miss Grand Australia ในรอบตัดเชือก final night ในวันที่ 26 กรกฎาคม 2568 เวลา 18.00 – 22.30 น. ที่ Imperial Hotel, 94 Seaworld Dr, Main Beach รัฐควีนส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย

รัตนา หลวงนันท์ เกิดที่อำเภอภูผาม่าน จังหวัดขอนแก่น ทำงานประจำเป็นพนักงานขับรถบรรทุกในเหมืองแร่ เป็นงานผู้ชาย ซึ่งต่างจากการเดินประกวดบนเวทีอย่างสิ้นเชิง เวลาว่างของเธอก็รับงานแสดง งานเดินแบบ ถ่ายแบบ พร้อมกับฝึกฝนการแสดงและร้องเพลง
ไตรภพ ซิดนีย์



