“ท่าแร่” ผลงานล่าสุดของผู้กำกับมือฉมัง “คุ้ย-ทวีวัฒน์ วันทา” ที่ไม่ได้มาแค่ความน่ากลัวแบบสูตรสำเร็จ แต่กล้าที่จะหยิบประเด็นความขัดแย้งทางความเชื่อที่แหลมคม มาเป็นแก่นหลักของเรื่องราว ทำให้หนังมีความลุ่มลึก และท้าทายกว่าที่คิด

หนังเริ่มต้นด้วยการปูเรื่องราวในชุมชนเก่าแก่ของชาวคาทอลิกที่ชื่อ “ท่าแร่” ซึ่งในอดีตเคยมีปีศาจร้ายออกอาละวาด และถูกปราบไปแล้วครั้งหนึ่ง แต่เมื่อมันฟื้นคืนชีพขึ้นมาอีกครั้ง การรับมือกับหายนะครั้งใหม่นี้ จึงไม่ใช่แค่เรื่องของพลังเหนือธรรมชาติ แต่เป็นการเผชิญหน้ากันระหว่าง “ศรัทธาแบบตะวันตก” ที่นำโดย บาทหลวงเปาโล (เจมส์ จิรายุ ตั้งศรีสุข) ผู้เชี่ยวชาญด้านการปราบปีศาจ กับ “ความเชื่อพื้นถิ่น” ที่นำโดย แม่เมืองโสภา (มีน พีรวิชญ์ อรรถชิตสถาพร) หมอเหยาผู้สื่อสารกับภูตผี

สิ่งที่โดดเด่นและน่าจับตามองที่สุดในภาพยนตร์เรื่องนี้ คือการนำเสนอความขัดแย้งระหว่าง 2 ความเชื่อได้อย่างน่าสนใจ ทำให้เราเห็นภาพชัดเจนว่า ไม่ใช่ทุกคนในชุมชนจะยึดมั่นในความเชื่อเดียว การที่บาทหลวงเปาโลต้องเข้ามาเผชิญหน้ากับความเชื่อเรื่องผีที่ฝังรากลึกอยู่ในโลกของชาวบ้าน ทำให้การปราบปีศาจครั้งนี้ไม่ใช่แค่การสวดมนต์ขับไล่ แต่เป็นการต่อสู้ทางจิตวิญญาณและความคิดที่เข้มข้น
ตัวหนังสามารถนำ “พิธีขับไล่ปีศาจ” ตามหลักคาทอลิก มาผสมผสานกับ “พิธีเหยา” ตามความเชื่อพื้นถิ่นอีสานได้อย่างน่าสนใจและลงตัว การนำเสนอ 2 ขั้วศรัทธานี้ ไม่ได้มีเพียงเพื่อเป็นฉากหลัง แต่ยังสร้างความขัดแย้งและมิติ ที่ทำให้หนังดูแตกต่างจากหนังผีไทยทั่วไปอย่างสิ้นเชิง


อีกหนึ่งจุดที่ต้องกล่าวถึง คือการพลิกบทบาทของนักแสดงทุกคนที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะ เจมส์-จิรายุ ที่สลัดภาพพระเอกหนุ่มในละคร มาสวมบทบาทบาทหลวงไล่ผี และ มีน-พีรวิชญ์ ในบทหมอเหยาที่มีความขลังและน่าเชื่อถือ การแสดงของทั้งคู่จะเป็นเหมือนขั้วตรงข้ามที่ทำให้เรื่องราวน่าติดตามยิ่งขึ้น ได้รับคำชมอย่างล้นหลามถึงการแสดงที่ทรงพลังและเคมีที่เข้ากันได้อย่างไม่น่าเชื่อ จนเกิดเป็นวลี “คู่หูปราบผีคู่ใหม่ของวงการ” นอกจากนี้การแสดงของ เอก-ธเนศ วรากุลนุเคราะห์ ก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่สร้างความสยองได้อย่างสมจริง รวมทั้ง แพรวา-ณิชาภัทร ฉัตรชัยพลรัตน์ สาวที่ต้องมาเผชิญหน้ากับความสยองที่ซ่อนอยู่ในบ้านเกิดของตัวเอง เธอแสดงเป็นสาวที่ถูกผีสิงได้สมจริงมากๆ

งานภาพและบรรยากาศในหนังทำได้ดีเยี่ยม การใช้โทนสีที่มืดมนและหม่นหมอง สอดแทรกด้วยฉากแอ็กชันสยองขวัญที่ชวนให้ขนลุก แสดงให้เห็นถึงความทุ่มเทในการสร้างสรรค์โลกของ “ท่าแร่” ที่ผสมผสานความน่ากลัวแบบหนังผีไทย เข้ากับพิธีกรรมขับไล่ปีศาจแบบสากลได้อย่างลงตัว และยังคงรักษาลายเซ็นของผู้กำกับได้อย่างชัดเจน ทั้งซาวด์และบรรยากาศที่สร้างความกดดันและน่ากลัวได้ตลอดเรื่อง การใช้สถานที่จริงในชุมชนท่าแร่ ก็ช่วยเพิ่มความขลังและความน่าเชื่อถือให้กับเรื่องราวได้เป็นอย่างดี
แต่หนังมีปัญหาเรื่องการใส่ “มุกตลก” และกลิ่นของซีรีส์ “วาย” เข้ามาในเรื่อง ซึ่งทำให้โทนของหนังไม่ต่อเนื่อง และขาดความจริงจังในบางช่วง ซึ่งทำให้ความรู้สึกน่ากลัวถูกลดทอนลงไป
บทสรุปที่ทำให้เกิดคำถาม เพราะหลังชมจบ มีผู้ชมบางส่วนตั้งคำถามถึงที่มาที่ไปของปีศาจบางตน หรือความเชื่อมโยงของพิธีกรรมต่างๆ ที่ทำให้เกิดรู้สึก “งง” หรือไม่เคลียร์

4/5
“ท่าแร่” กล้าหาญในการนำเสนอพล็อตเรื่องที่แตกต่าง รวมถึงการแสดงที่โดดเด่น แม้จะมีบางจุดที่อาจไม่ถูกใจผู้ชมบางกลุ่ม แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า นี่คือภาพยนตร์ที่สร้างประสบการณ์ความสยองรูปแบบใหม่ให้กับวงการหนังผีไทยได้อย่างน่าจดจำ มีประเด็นที่น่าสนใจ ควรค่าแก่การไปพิสูจน์ด้วยตาตัวเอง
หมีเช



