เป็นปมร้อนที่ยังไม่จบสำหรับศึกระหว่าง สว.เสียงข้างน้อย ในนามกลุ่ม“สว.อิสระ” ที่ล่ารายชื่อสมาชิก 1 ใน 10 ยื่นคำร้องต่อประธานวุฒิสภา เพื่อส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย “136 สว.สีน้ำเงิน” ที่ต้องคดีฮั้วให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ โดยเฉพาะการโหวตเลือกองค์กรอิสระ แต่ก็ถูกสกัดในชั่วข้ามคืนจนฝันสลาย “คอลัมน์ตรวจการบ้าน” จึงต้องสนทนากับ “วุฒิพงศ์ พงศ์สุวรรณ” หนึ่งในหัวขบวนกลุ่ม สว.อิสระ ว่า จากนี้จะมีจะเดินเกมอย่างไร เพื่อให้คำร้องถูกส่งไปถึงศาลรัฐธรรมนูญได้
โดย “วุฒิพงศ์” เปิดประเด็นว่า เราไม่ได้ล่ารายชื่อ แต่เป็นการรวบรวมคนที่เห็นพ้องให้เซ็นชื่อร่วมกัน แน่นอนว่ามีคนถอนไป 3 คน ทำให้ไม่ครบ 20 คน หรือ 1 ใน 10 ของ สว. ส่วนสัญญาณว่าจะมีคนถอนชื่อหรือไม่นั้น มีอยู่แล้ว “แม้กระทั่งผมเองก็มีคนโทรเข้ามา ทุกคนก็โดนล็อบบี้ ‘อยากได้อะไร อยากเป็นอะไร’ ยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่มีอะไร เราแค่อยากให้ทุกอย่างมันถูกต้อง เพราะทุกวันนี้ไปไหนก็มีแต่คนบอกว่า สว.ฮั้วกันหมด”
“ฮั้วจริง ๆ อาจจะมีไม่กี่คน อาจจะมีแค่ไม่ถึงครึ่ง หรือ 30-40 คน แต่คนทั่วไปรู้สึกว่าทุกคนฮั้วหมดเลย ดังนั้นด้วยความกังวลแทนเสียงข้างมาก ถ้าเป็นอย่างนี้ต่อไปก็ไม่น่าจะเหมาะสม เราควรทำให้เรื่องนี้เคลียร์เสีย”
@ มีการโทรศัพท์มาล็อบบี้อย่างไรบ้าง
อยากได้อะไรบอกเขา เขา ‘ยินดี’ แลกกับการไม่ลงชื่อตั้งแต่แรก” ส่วนที่เขารู้ได้อย่างไรว่า เรากำลังลงชื่อเช็กบิล สว.สีน้ำเงินนั้น ผมเป็นคนตรงไปตรงมา ถ้าอะไรไม่ถูกเราก็ไม่ควรทำ อะไรที่เราคิดว่าถูกต้องเราต้องทำ ผมยึดมั่นในระบบเกียรติศักดิ์ที่โรงเรียนเตรียมทหารสอนไว้
เราจะไม่โกหก เราจะไม่คดโกง เราจะไม่ลักขโมย และเราจะไม่ปล่อยให้พวกของเราคนหนึ่งคนใดทำเช่นนั้นด้วย เป็นระบบ Honor System ของโรงเรียนเตรียมทหาร
“ที่ผมตัดสินใจลงชื่อเพราะคิดว่าควรทำในสิ่งที่ถูกต้อง ให้เพื่อนเราได้ทำในสิ่งที่ถูกต้อง ก็คือการไปเร่งรัดกระบวนการยุติธรรมให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ไม่อย่างนั้นอีก 7-8 เดือนข้างหน้าให้เขาไปสรรหาองค์กรอิสระจนกระทั่งไปตัดสินตัวเขาเอง อันนี้ถือเป็นเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน ซึ่งต่างประเทศเขาถือมาก”
เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญยิ่งกว่าระบบเกียรติศักดิ์อีก มันคือการเอาประเทศไทย เอาระบอบประชาธิปไตยของประเทศไปแลกกับผลประโยชน์ของตัวเองและพวกพ้องซึ่งไม่ถูกต้อง

@ สว.อิสระเตรียมล่ารายชื่อเดินหน้าใหม่ ตอนนี้กระบวนการถึงขั้นไหนแล้ว
ตอนนี้ สว.อิสระก็เหมือนนับหนึ่งใหม่ เราอาจจะยอมลดว่าให้เขาทำงานต่อไป แต่ไม่ให้สรรหาองค์กรอิสระก็ได้ เป็นการเขียนเงื่อนไขในคำร้อง คือขอความกรุณาว่าอย่าไปสรรหาองค์กรอิสระเลย เพราะว่าประชาชนเขาไม่พอใจ ผมเชื่อว่าประชาชนส่วนใหญ่ไม่อยากให้ สว.ชุดนี้ทำเรื่องนี้ต่อ ขอให้หยุดเฉพาะเรื่องนี้ได้หรือไม่ เรื่องอื่นคุณทำไป จะเป็นกรรมาธิการ พิจารณางบประมาณผมไม่ว่า แต่อย่าไปสรรหาองค์กรอิสระเลย
@ กรณีถูกอ้างว่ามีการปลอมลายเซ็น จากนี้จะให้มีการเซ็นชื่อต่อหน้าสื่อมวลชนใช่หรือไม่
“ใช่ครับ” ถ้าจะลงนามครั้งต่อไปเราก็ต้องบอกให้ทุกคนเปิดเผย เปิดหน้าเลย เซ็นให้คนเห็น ส่วนจะมีคนกล้าลงชื่อหรือไม่นั้น ก็ยังไม่รู้ ถ้าไม่กล้าก็ต้องบอกว่าไม่กล้า เป็น สว.เสียเปล่า อายุก็เยอะกันแล้ว อย่างผมก็อายุจะ 65 แล้ว อย่างมากเราก็กลับไปอยู่บ้าน ไปนั่งเขียนหนังสือ ไปนั่งวิจัยอะไรตามเรื่องได้
“เราไม่ควรทำในสิ่งที่เราเห็นว่าผิด ช่วยทำให้ถูกต้องได้ เพราะเป็นหน้าที่ของ สว.อีกทั้ง สว.ไม่มีพรรคการเมือง ไม่มีพวก ไม่เกี่ยวพันกับพรรคการเมืองใด ๆ สิ่งที่อยากทำคืออยากทำให้มันถูกต้อง”
@แรงกดดันที่เกิดขึ้นทำให้กลุ่ม สว.อิสระท้อหรือถอดใจหรือไม่
“ผมน้ำหนักลง 2 กก.โดยไม่ต้องไดเอท” บางคนในกลุ่มก็ท้อ โพสต์มาในกลุ่ม สว.อิสระว่า แล้วเราจะทำงานต่ออย่างไร เราหวังดีต่อเขาด้วยซ้ำไปว่าเมื่อคุณโดนกล่าวหาคุณก็ต้องพิสูจน์ว่าคุณไม่ผิดก่อน
“ถ้าคุณถูกกล่าวหาโดยคนส่วนใหญ่ของประเทศ แล้วคุณไม่คิดจะแก้ไขข้อมูลเหล่านี้หรือ ทุกคนก็คิดอย่างนี้หมด ถ้าอย่างนั้นมาพิสูจน์กันดีกว่าลุยไฟให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย ให้มันจบกันไป ผิดก็กลับไปนอนบ้าน ถ้าถูกก็ทำงานต่อไปได้ ไม่ดีกว่าหรือ”

@ หากความพยายามเดินหน้าถอดถอน 136 สว.สำเร็จสภาสูงจะทำงานได้หรือไม่
เราสามารถเดินหน้าทำงานต่อเท่าที่มีก็ได้ หรือ สว.สำรองก็ยังมีอยู่ ทำไมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่ากกต. ป.ป.ช. หรือศาลรัฐธรรมนูญ ไม่คิดจะทำหน้าที่บ้างหรือ ปล่อยให้เรื่องนี้มันคาราคาซังอยู่ทำไม ก็รีบทำเรื่องนี้ให้มันแล้วเสร็จเสีย เพราะสำนวนเสร็จแล้ว คุณก็แค่เอาสำนวนนี้ไปตัดสิน ไม่น่าจะเกิน 2 สัปดาห์ด้วยซ้ำไป คือทุกคนต้องทำหน้าที่ตัวเองให้รวดเร็ว
@ถ้าปล่อยให้อยู่ในภาวะแบบนี้ที่ สว.ยังสามารถเลือกองค์กรอิสระต่อได้จะเกิดอะไรขึ้น
ถ้าหลับตาก็รู้ว่ามันมืดไม่เห็นอะไรอยู่แล้ว จะไปอย่างไรถ้าประเทศมืดมน เดี๋ยวจะมีคนมาจุดไฟใหม่ ก็ไม่ดี เราจะเข้าสู่ระบบดั้งเดิมหรือไม่ เกิดการเอ็กเซอร์ไซส์ใหม่ของทหาร อยากให้เป็นอย่างนั้นหรือไม่ ก็ไม่อยากให้เป็นอย่างนั้น ดังนั้นก็ควรจะทำให้มันชัดเจนให้ประชาชนเกิดความหวัง
@ในอนาคตหากมีการแก้กฎหมายการเลือก สว. ควรจะอุดช่องโหว่เรื่องฮั้วอย่างไรบ้าง
หนึ่งคนที่อยู่เบื้องหลังขบวนการฮั้ว ซึ่งเขามีข้อมูลอยู่แล้วว่าเป็นใคร ควรจะถูกดำเนินคดี ควรจะถูกอายัดทรัพย์สิน และลงโทษสถานหนัก เพราะทำให้ประเทศไทยเสียโอกาสอย่างมาก ถ้าจับคนพวกนี้ได้ ระบบที่เหลือก็จะไปเองโดยอัตโนมัติ ระบบนี้เป็นระบบที่ออกแบบมาดีให้ทุกคนสามารถสมัครเข้ามาได้ และใช้กลไกในการเลือกกันเอง แต่เผอิญมันมีคนจำนวนหนึ่งไปแทรกแซงกระบวนการเหล่านี้ ของที่มันควรจะดีกลายเป็นของมันไม่ดีขึ้นมา
“คนออกแบบเขาเป็นคนดี เขาก็ไม่รู้ว่ามันจะมีคนคิดไม่ดี เพื่อทำให้ระบบที่เขาออกแบบมามันเสียหาย”
@อยากฝากอะไรถึงประชาชนว่าทำไมต้องเดินหน้าในเรื่องคดีฮั้ว สว.ให้ถึงที่สุด
ฝากประชาชนให้ลองคิดดูว่าถ้าปล่อยไว้มันจะเกิดอะไรขึ้น ถ้าเกิดต้นไม้ยังเป็นพิษอยู่ เรายังไม่ได้ตัดกิ่งพิษ ต้นพิษ รากพิษออกไป เราต้องทำลายสิ่งนี้ให้หมดไป ให้ความเป็นพิษ ให้ความเน่าเสียนี้มันหมดไปก่อน เมื่อหมดแล้วเราก็ดำเนินการต่อให้ที่เหลือมันถูกต้อง ให้ผลไม้ที่ออกจากต้นไม้ไม่เป็นพิษ ผลไม้ที่ออกมาก็ต้องเป็นผลไม้ชั้นดี ดังนั้นถ้าออกมาดีแล้ว เราก็จะได้องค์กรอิสระที่มีคุณภาพ ที่ถูกต้อง ไม่เอียงข้างใดข้างหนึ่ง เป็นองค์กรที่เป็นอิสระอย่างแท้จริง และเป็นที่พึ่งของพี่น้องประชาชน



