สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมืองดูไบ ต้อนรับคนรวยจากประเทศใกล้เคียงมาเป็นเวลานาน และผู้คนที่ช่วยเหลือบรรดาเศรษฐีให้ย้ายไปอยู่ที่นั่น ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ชาวตะวันตกเดินทางเข้ามามากขึ้นอย่างต่อเนื่อง
บริษัทที่ปรึกษา “เฮนลีย์ แอนด์ พาร์ตเนอร์ส” ประมาณการว่า ยูเออีจะดึงดูดเศรษฐีจำนวนมากเป็นประวัติการณ์ถึง 9,800 คนในปีนี้ สืบเนื่องจากการที่ประเทศทำให้ตัวเองกลายเป็น “แม่เหล็กดึงดูดคนรวย” ด้วยการเสนอเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการเมือง อัตราการเกิดอาชญากรรมที่ต่ำมาก สภาพแวดล้อมทางธุรกิจแบบสบาย ๆ และการเข้าถึงความหรูหราได้อย่างง่ายดาย
นอกจากนี้ โครงการ “โกลเด้นวีซ่า” หรือ “วีซ่าทองคำ” ของยูเออี ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อดึงดูดชาวต่างชาติที่มีฐานะร่ำรวยหรือมีทักษะ ยังอนุญาตให้บุคคลได้รับใบอนุญาตพำนักเป็นเวลา 10 ปีด้วย
นายไมค์ โคดี หัวหน้าบริษัท สกายบาวด์ เวลธ์ แมเนจเมนต์ ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาสำหรับบุคคลที่มีทรัพย์สินสุทธิสูง กล่าวว่า ลูกค้าบางคนของเขารู้สึกว่า ความสำเร็จกลายเป็นภาระในประเทศบ้านเกิด เพราะพวกเขาถูกเก็บภาษีมากขึ้น ถูกตรวจสอบมากขึ้น และได้รับข้อเสนอน้อยลง แต่ในเมืองดูไบ ความมั่งคั่งถือเป็นเรื่องปกติ
อย่างไรก็ตาม เมืองดูไบกลายเป็นสัญลักษณ์ของความร่ำรวย “เกินจริง” ซึ่งการพัฒนาอย่างรวดเร็วสู่การเป็นสนามเด็กเล่นชั้นนำของโลกสำหรับคนรวย เรียกเสียงวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับความเหลื่อมล้ำอย่างรุนแรง เนื่องจากกลุ่มแรงงานข้ามชาติที่ได้รับค่าจ้างต่ำ เป็นกระดูกสันหลังของเศรษฐกิจของเมือง
อนึ่ง เศรษฐีและมหาเศรษฐีหลายคน ตัดสินใจเดินทางออกจากประเทศบ้านเกิด และย้ายไปยังยูเออี โดยให้เหตุผลว่า พวกเขาและครอบครัวสามารถมี “วิถีชีวิตดีกว่าที่เป็นอยู่” ด้วยจำนวนเงินเท่ากัน
ด้านนายฟิลิปเป อมารันเต จากเฮนลีย์ แอนด์ พาร์ตเนอร์ส ในเมืองดูไบ กล่าวว่า คนรวยต้องการรักษาความมั่งคั่งและวิถีชีวิตของพวกเขา รวมถึงความสามารถในการทำธุรกิจ โดยทำให้กฎระเบียบที่ยุ่งยาก และขั้นตอนที่ซับซ้อนเหลือน้อยที่สุด ซึ่งยูเออีตอบโจทย์พวกเขา และมีความเหมาะสมอย่างยิ่ง จากการวางตำแหน่งตัวเองด้วยข้อความที่ชัดเจนและเรียบง่าย นั่นคือ “เราพร้อมทำธุรกิจ”
กระนั้น การหลั่งไหลเข้าของชาวต่างชาติที่ร่ำรวย มาพร้อมกับความขัดแย้ง โดยทางการยูเออีดำเนินการปราบปรามการฟอกเงิน หลังประเทศถูกขึ้นบัญชีเทาของคณะกรรมการทำงานเฉพาะกิจเพื่อดำเนินมาตรการทางการเงิน (เอฟเอทีเอฟ) เมื่อปี 2565 เนื่องจากมีความกังวลเกี่ยวกับธุรกรรมทางการเงินที่คลุมเครือ และเงินทุนรัสเซียที่หลั่งไหลเข้ามาในประเทศ อันเป็นผลจากชาวรัสเซียผู้มั่งคั่งที่แห่กันเข้ามา เพื่อหลบหนีการคว่ำบาตรที่รุนแรงในประเทศ
ขณะที่ นายไฟซาล ดูร์รานี หัวหน้าฝ่ายวิจัยตะวันออกกลาง จากบริษัทที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ “ไนต์ แฟรงก์” กล่าวว่า คนรวยจากทั่วทุกมุมโลกกำลังพาครอบครัว ธุรกิจ และสำนักงานส่วนตัวของพวกเขาไปยังเมืองดูไบ ซึ่งมันถือเป็น “เรื่องใหม่” ในปัจจุบัน.
เลนซ์ซูม
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



