อนึ่ง เกาหลีเหนือกำลังสร้างภาพลักษณ์ของความเจริญรุ่งเรือง ด้วยการเลียนแบบประเทศศัตรูในระบบทุนนิยม เพื่อลดผลกระทบจากการคว่ำบาตรระหว่างประเทศ และหาเงินสดเข้าประเทศ


นักศึกษาคนหนึ่งจากจีน ซึ่งเรียนภาษาในกรุงเปียงยาง กล่าวว่า ตอนแรกเขาคิดว่าเกาหลีเหนือเป็นประเทศล้าหลัง และกังวลว่าจะไม่มีอาหารเพียงพอหรือเสื้อผ้าที่อบอุ่น แต่เมื่อเดินทางมาถึง เขากลับพบว่าเกาหลีเหนือค่อนข้างหรูหรา โดยในกรุงเปียงยางมีห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งที่จำหน่ายเฟอร์นิเจอร์ เครื่องครัว และผลิตภัณฑ์อาหาร ซึ่งเขาและเพื่อนชาวจีนเรียกว่า “อิเกียเกาหลีเหนือ” เนื่องจากเค้าโครงการผลิตภัณฑ์ดูเหมือนยกมาจากบริษัท อิเกีย ของสวีเดนโดยตรง


แม้ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่า ผลิตภัณฑ์เหล่านี้เป็นของเลียนแบบ หรือของจริงที่ถูกลักลอบนำเข้าเกาหลีเหนือ แต่สินค้าบางอย่าง เช่น โคมไฟ และโป๊ะโคมไฟ ดูเหมือนจะมีชื่อและบรรจุภัณฑ์แบบเดียวกันสินค้าที่ขายในห้างอิเกีย


นอกจากนี้ ห้างสรรพสินค้าดังกล่าวยังมีร้านกาแฟที่ลอกเลียนแบบแบรนด์พรีเมียมของสตาร์บัคส์ โดยเรียกว่า “มิไร รีเสิร์ฟ” (Mirai Reserve) แทนสตาร์บัคส์ รีเสิร์ฟ และดาวในโลโก้สตาร์บัคส์ ก็ถูกแทนที่ด้วยตัวอักษร M ในรูปแบบที่มีสไตล์


อย่างไรก็ตาม มาตรการคว่ำบาตรของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ห้ามแบรนด์ต่างชาติจำหน่ายสินค้าฟุ่มเฟือยให้กับเกาหลีเหนือ หรือเปิดธุรกิจร่วมทุนที่นั่น ซึ่งสตาร์บัคส์ยืนยันว่าไม่มีร้านสาขาในเกาหลีเหนือ ขณะที่นายยาค็อบ โฮล์มสตรอม โฆษกของอิเกีย กล่าวว่า บริษัทไม่มีสาขาในเกาหลีเหนือเช่นกัน


ทั้งนี้ บรรดานักวิเคราะห์และเจ้าหน้าที่รัฐในเกาหลีใต้ ระบุว่า นายคิมสนับสนุนและส่งเสริมระบบ “บริโภคนิยม” ในกรุงเปียงยาง เนื่องจากเมืองหลวงเป็นที่อยู่ของชนชั้นสูง ซึ่งหลายคนเดินทางไปต่างประเทศในฐานะนักการทูตและผู้ค้า หรือแรงงานที่ถูกส่งไปเพื่อหาเงินให้รัฐบาลเกาหลีเหนือ


ด้านศาสตราจารย์คัง ดง-วัน ผู้สันทัดกรณีด้านเกาหลีเหนือ จากมหาวิทยาลัยดง-อา ในเกาหลีใต้ กล่าวว่า การเลียนแบบแบรนด์ผู้บริโภคชาติตะวันตก เป็นหนทางหนึ่งที่นายคิมใช้เพื่อนำเสนอภาพลักษณ์ของความทันสมัย


“มันแสดงให้เห็นถึงการหลอกลวงในแนวทาง เพราะรัฐบาลเกาหลีเหนือต้องการแสดงให้เห็นว่า กรุงเปียงยางเป็นเมืองที่ทันสมัย แต่ในทางกลับกัน รัฐบาลก็ไม่ยอมรับอิทธิพลจากฝั่งตะวันตก” คัง กล่าวเสริม


นับตั้งแต่ปี 2563 เกาหลีเหนือออกกฎหมายที่เข้มงวดหลายฉบับ โดยมุ่งเป้าปราบปรามอิทธิพลทางวัฒนธรรมจากภายนอก ซึ่งการท่องเที่ยวมีความเสี่ยงที่จะทำให้การควบคุมข้อมูลแบบเบ็ดเสร็จของนายคิมอ่อนแอลง เนื่องจากข้อมูลเกี่ยวกับเกาหลีเหนือ และข่าวสารจากโลกภายนอก จะไหลเข้าออกเกาหลีเหนือผ่านนักท่องเที่ยวต่างชาติอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้


อีกทั้งในปีนี้ เกาหลีเหนือหยุดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นเวลาสั้น ๆ หลังอินฟลูเอนเซอร์หลายคนบนสื่อสังคมออนไลน์ โพสต์คลิปวิดีโอเกี่ยวกับการเดินทางไปเกาหลีเหนือ พร้อมด้วยความคิดเห็นที่ “ตรงไปตรงมา”.


เลนซ์ซูม

เครดิตภาพ : AFP