การเสียชีวิตของนักศึกษาชาวเกาหลีใต้คนหนึ่งในกัมพูชา เมื่อเดือน ส.ค. ที่ผ่านมา ทำให้สังคมเกาหลีใต้มีความกังวลเพิ่มขึ้นเกี่ยวกับการหลอกลวงการจ้างงานในต่างประเทศ ซึ่งรัฐบาลโซลเตรียมยกระดับความพยายามในการปราบปรามอาชญากรรมรุนแรงที่มุ่งเป้าไปยังชาวเกาหลีใต้


เมื่อวันที่ 8 ส.ค. นักศึกษามหาวิทยาลัยชาวเกาหลีใต้คนหนึ่งในวัยประมาณ 20 ปี นามสกุล “พัก” ถูกพบเสียชีวิตที่จังหวัดกำปอต ประเทศกัมพูชา ประมาณ 3 สัปดาห์หลังเขาบอกกับครอบครัวว่า จะเข้าร่วมมหกรรมหางานที่นั่น ซึ่งทางการเกาหลีใต้เชื่อว่า เขาถูกล่อด้วยข้อเสนองานที่หลอกลวง ก่อนถูกจับเป็นตัวประกัน และถูกฆาตกรรมในท้ายที่สุด


อีกทั้งในวันที่ 13 ต.ค. รัฐบาลเกาหลีใต้ระบุว่า พวกเขากำลังสืบสวนสอบสวนอีกกรณีหนึ่ง เกี่ยวกับชายชาวเกาหลีใต้ในวัยประมาณ 30 ปี ที่มีรายงานว่าหายตัวไป โดยขาดการติดต่อกับครอบครัว ตั้งแต่วันที่ 22 ส.ค. ที่ผ่านมา หรือเพียง 3 วัน หลังเขาออกเดินทางไปยังกัมพูชา


เจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่า ชายคนดังกล่าวติดต่อกับครอบครัวช่วงสั้น ๆ ผ่านวิดีโอคอลทางแพลตฟอร์มเทเลแกรม เมื่อวันที่ 24 ส.ค. โดยเขากล่าวว่าจะได้รับการปล่อยตัว หากทางครอบครัวโอนเงินให้มาให้ 20 ล้านวอน (ราว 457,000 บาท)


ทั้งสองเหตุการณ์เป็นส่วนหนึ่งของการลักพาตัวชาวเกาหลีใต้ที่เพิ่มขึ้นในกัมพูชา ซึ่งเกิดขึ้นบ่อยครั้งอย่างน่าตกใจเมื่อไม่นานมานี้ กระทรวงการต่างประเทศเกาหลีใต้ระบุว่า รายงานเกี่ยวกับชาวเกาหลีใต้ที่ถูกกักขังหน่วงเหนี่ยวในกัมพูชา มีจำนวนสูงถึง 330 คดี ระหว่างเดือนม.ค.-ส.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 17 คดีในปี 2565 และ 220 คดีในปี 2566


อาชญากรรมเหล่านี้ส่วนใหญ่ มักเริ่มต้นจากประกาศรับสมัครงานปลอม ซึ่งเสนองานง่าย ๆ ที่ให้ค่าตอบแทนสูงในต่างประเทศ โดยเหยื่อถูกบอกว่าพวกเขาสามารถหารายได้หลายล้านวอนต่อเดือน จากการแปลแบบธรรมดา หรือการทำงานด้วยคอมพิวเตอร์โดยไม่จำเป็นต้องมีวุฒิการศึกษา และกลุ่มมิจฉาชีพอาจเสนอตัวว่าจะจ่ายค่าตั๋วเครื่องบินและค่าเดินทางเพิ่มเติมให้ เพื่อสร้างความไว้วางใจ


รัฐบาลเกาหลีใต้เชื่อว่า เมื่อเหยื่อเดินทางถึงกัมพูชาแล้ว กลุ่มอาชญากรจะยึดหนังสือเดินทาง โทรศัพท์มือถือ และสิ่งของมีค่าของพวกเขา ก่อนที่จะกักขังและบังคับให้พวกเขาทำการหลอกลวงทางออนไลน์ เช่น การหลอกลวงผ่านโทรศัพท์ การฉ้อโกงสกุลเงินดิจิทัล และการหลอกให้รัก


นับตั้งแต่เดือน ก.ค. ที่ผ่านมา กระทรวงการต่างประเทศเกาหลีใต้ ออกคำเตือนถึงนักเดินทางชาวเกาหลีใต้ เพื่อกระตุ้นให้พวกเขาระมัดระวังข้อเสนองานจากคนรู้จัก โดยเน้นการหลีกเลี่ยงข้อเสนอที่ให้เงินเดือนสูง หรือตั๋วเครื่องบินแบบชำระเงินล่วงหน้า ตลอดจนตรวจสอบรายละเอียดงานกับตัวแทนในประเทศ และไม่ลงนามในเอกสาร หากไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้


นอกจากนี้ ทางการเกาหลีใต้ยังปรับปรุงการตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉิน โดยขอให้ทางการกัมพูชา อนุญาตให้ตำรวจดำเนินการโดยพิจารณาจากตัวตนและที่อยู่ของผู้เสียหายเพียงอย่างเดียว ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงจากนโยบายปัจจุบันที่กำหนดให้ผู้เสียหายต้องรายงานคดีโดยตรง


อย่างไรก็ตาม สำนักงานตำรวจแห่งชาติเกาหลีใต้ (เคเอ็นพีเอ) ระบุว่า ความร่วมมือระหว่างตำรวจเกาหลีใต้ กับตำรวจกัมพูชานั้น “ไม่ค่อยราบรื่น” เมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ เนื่องจากฝ่ายกัมพูชาชี้แจงว่า คำร้องต้องผ่านกระบวนการช่วยเหลือทางกฎหมายร่วมกันอย่างเป็นทางการ ซึ่งเคเอ็นพีเอระบุว่าใช้เวลานาน รวมถึงต้องได้รับการอนุมัติจากกระทรวงยุติธรรม และกระทรวงการต่างประเทศของทั้งกัมพูชาและเกาหลีใต้.

เลนซ์ซูม

เครดิตภาพ : AFP