ยังเจอวิบากกรรมไม่รู้จบ สำหรับ “พรรคประชาชน” หลังส่ง “เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี มอบภารกิจรัฐบาลเฉพาะกาล เปิดทางแก้ไขรัฐธรรมนูญ และยุบสภาภายใน 4 เดือน หวังพาประเทศเดินหน้า แต่ก็ไม่วายเจอข้อครหาจากฝ่ายแค้นว่าวันนี้“พรรคส้ม” ทำหน้าที่แบกเป็น “ฝ่ายค้ำ” ให้รัฐบาล พร้อมกับกระแสพรรคที่ดูจะหล่นวูบจากผลโพลต่างๆ “คอลัมน์ตรวจการบ้าน” จึงต้องมาสนทนากับ “รังสิมันต์ โรม” สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ถึงยุทธศาสตร์การเดินไปข้างหน้าของพรรคประชาชนต่อจากนี้ เพื่อตรวจสอบรัฐบาล ในฐานะที่ต้องรับผิดชอบต่อการเป็นนั่งร้านอย่างไร
โดย“รังสิมันต์ โรม” เปิดประเด็นว่ามีหลายส่วนที่มันจะต้องจะขยับ แต่แน่นอนว่าส่วนที่เราให้ความสำคัญก็จะมี 3 ประเด็นหลักก่อน โดยประเด็นแรกเป็นเรื่องเกี่ยวกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ผมติดตามอยู่ เพราะเรามองว่าเป็นเรื่องสำคัญ และไม่ใช่แค่อาชญากรรมธรรมดา แต่เป็นอาชญากรรมที่ทำอย่างเป็นระบบ มีการเอาเงินที่มาจากการฟอกเงินเพื่อมาสยายปีกในประเทศไทย ซึ่งจะส่งผลกระทบใหญ่หลวงต่อหลายอย่าง จึงเป็นเหตุผลว่าเราต้องติดตาม ประเด็นที่ 2 ที่เราต้องติดตามไม่แพ้กัน คือเรื่องชายแดน ถึงตอนนี้ปัญหาชายแดนที่ค้างคาอยู่ ไม่รู้ว่าจะมีทางจบหรือทางลงอย่างไร ก็เป็นเรื่องที่ติดตามเช่นกัน และประเด็นที่ 3 คือการแก้รัฐธรรมนูญที่เราให้ความสำคัญมาก และกำลังดำเนินการอยู่ในสภาขณะนี้

@ คิดอย่างไรที่ถูกมองว่าสุดท้ายจะถูกค่ายน้ำเงินหลอกให้เป็นพวกแล้วฆ่าทิ้งทีหลัง
เรื่องนี้หมายถึงฆ่าทิ้งผ่านคดี 44 สส.หรือไม่ ผมคิดว่าเรื่องนี้ด้วยความที่เราไม่มีดีลอะไรกันอยู่แล้วอย่างที่หลายคนปรามาสเอาไว้ เราเองก็ถือหลักเอาผลประโยชน์ของชาติในหลายๆ เรื่อง และเรามองว่าเรื่องสิทธิเสรีภาพเป็นประเด็นสำคัญนั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมตอนนั้นเราจึงเสนอแก้กฎหมาย แต่ว่าสุดท้ายอย่างที่เราเห็นว่านิติสงครามมันก็เป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ถูกนำมาใช้ แม้ว่าเราจะไม่ผิดก็จะมีความพยายามในการยัดเยียดให้เราผิดให้ได้ ซึ่งก็คงเป็นเรื่องที่ต้องต่อสู้ต่อไป แต่ด้วยความที่เราไม่มีดีล มันจึงไม่มีเรื่องการหลอก มันไม่ได้เป็นดีลอะไรแบบนั้น จึงไม่มีการหลอกแน่นอน ส่วนว่าใครจะไปมีอิทธิพลต่อองค์กรอย่างคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้บ้าง เรื่องนี้ผมคิดว่าต้องให้ ป.ป.ช.ตอบคำถามนี้
@ในเรื่องการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลมีการเตรียมความพร้อมอย่างไร หากพรรคเพื่อไทยชิงเปิดอภิปรายก่อน
เรื่องการซักฟอกรัฐบาลก็มีข่าวมาตลอดว่าเดี๋ยวพรรคเพื่อไทยจะยื่นแน่ ผมคิดว่าหนึ่งในประเด็นที่มันอาจจะต้องดำเนินการกันก่อนก็คือพรรคฝ่ายค้านจะเอาอย่างไรกับเรื่องของการซักฟอก ซึ่งมันเป็นเรื่องที่ต้องผ่านการพูดคุย กลไกวิปที่มีอยู่เราก็พยายามต้อนรับทางพรรคเพื่อไทยให้เข้ามาสู่กลไกนี้ เพื่อที่จะได้พูดคุยในมิติต่างๆ ส่วนหากเพื่อไทยชิงยื่นขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ ถามว่ากลัวเรื่องนี้หรือไม่ ก็ไม่ได้กลัว เราห้ามเพื่อไทยไม่ได้อยู่แล้ว มันเป็นสิทธิในการยื่นและหากมีการยื่นไป มันก็ต้องยอมรับว่านี่คือเครื่องมือเดียวที่เราจะบังคับให้ทางรัฐบาลปฏิบัติตามเอ็มโอเอได้ เพียงว่าเหตุผลที่เราต้องการพูดคุยเพราะวันนี้สำคัญกว่าการยื่นซักฟอกคือทำอย่างไรให้การทำงานร่วมกัน ไม่ว่าจะแค่ซักฟอกที่เป็นเครื่องมือหนึ่ง แต่ว่าการทำงานร่วมกันของฝ่ายค้านที่มียุทธศาสตร์ต่างหากคือเรื่องที่สำคัญ
ดังนั้นถ้าหากจะมีการยื่นซักฟอกก็ควรจะมาจากการพูดคุยกันในเรื่องของยุทธศาสตร์ต่างๆ เพื่อให้มันเกิดประโยชน์สูงสุด มันควรเอาวาระของบ้านเมืองเป็นตัวตั้ง ส่วนการจะขับเคลื่อนอย่างไร ผมคิดว่ามันทำได้หลายวิธี ทั้งนี้หากเพื่อไทยยังยืนยันจะยื่นซักฟอก การอภิปรายไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเรา แต่ว่าเรื่องที่สำคัญอย่างที่ผมได้พูดไป ผมคิดว่ายุทธศาสตร์ต่างหากเป็นเรื่องที่สำคัญ มันมีประเด็นที่ต้องพิจารณาหลายส่วน เช่น ถ้าจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจจะยื่นเรื่องอะไรบ้าง จะยื่นทั้งคณะหรือยื่นตัวบุคคล มันจะต้องคิดควบคู่กันไปว่าเอ็มโอเอจะต้องอยู่ในกระดานพิจารณามากน้อยแค่ไหน ดังนั้นทุกสิ่งทุกอย่างมันต้องคิดให้รอบด้านและเอายุทธศาสตร์เป็นหลัก

@มองผลโพลที่ระบุว่าพรรคประชาชนกระแสตกและพรรคภูมิใจไทยแซงขึ้นมาอย่างไร
คิดว่าเป็นสิ่งที่เราควรต้องปรับปรุง คือเราก็มองโพลมาเป็นกระจกสะท้อนตัวเรา ว่าประชาชนรู้สึกแบบนี้ ถ้าประชาชนคิดว่าพรรคประชาชนยังต้องทำให้เป็นพรรคการเมืองที่มันโดนใจประชาชนเพิ่มขึ้น มันก็ต้องทำ มันก็ต้องปรับในตัวเอง ในเรื่องของการเลือกตั้งเราก็ต้องสู้ตรงนั้น แต่เรามองว่าเราเองก็เคยมีบทเรียนตั้งแต่การเลือกตั้งรอบที่แล้วว่า ผลโพลในตอนนั้นก็ไม่ได้เป็นผลโพลที่ดีนักสำหรับเรา แต่ว่าเราก็สามารถที่จะชนะเลือกตั้งได้ รอบนี้ก็เช่นเดียวกันเราก็จะทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด ให้ประชาชนไว้ใจเรา ผมยืนยันกับพี่น้องประชาชนว่าในทุกการตัดสินใจของพรรคประชาชน เรารู้ดีว่าการตัดสินใจตั้งแต่การโหวตคุณอนุทิน ชาญวีรกูล ต่างๆ มันส่งผลกระทบต่อพรรคแน่นอน แต่เราเอาวาระของชาติบ้านเมืองเป็นตัวตั้ง เราไม่ได้แฮปปี้กับสิ่งที่เราทำ แต่มันเป็นเส้นทางที่เราคิดว่ามันไม่ได้ตัวเลือกที่มากนัก ในการที่จะตัดสินใจได้ ซึ่งมันก็อาจจะสะสมความผิดพลาดมาจากหลายๆ คน แต่สุดท้ายพรรคประชาชนในฐานะพรรคการเมืองฝ่ายค้านก็ต้องตัดสินใจในเรื่องนี้
@พรรคประชาชนจะกู้วิกฤตศรัทธาครั้งนี้ได้อย่างไร
หนึ่งผมคิดว่าเราต้องพิสูจน์ด้วยการทำงาน เรายืนยันว่าการเมืองไทย มันไม่เคยมีรูปแบบของรัฐบาลแบบนี้ที่เป็นเสียงข้างน้อย ดังนั้นเราก็ยืนยันว่าเราไม่ได้แบกใครทั้งสิ้น เราไม่ได้เป็นฝ่ายค้ำอย่างที่มีการกล่าวหามันเป็นแค่วาทะกรรมที่ต้องการดิสเครดิตเราเฉยๆ เราไม่ได้เป็นคนทำคลอดกระบวนการเหล่านี้ให้เกิดขึ้นมาแน่นอน ดังนั้นเราเองก็ต้องพิสูจน์ผ่านการทำงานให้พี่น้องประชาชนได้เห็นว่าเราเป็นฝ่ายค้านจริงๆ เราตรวจสอบจริงๆ สมมติรูปแบบรัฐบาลไม่เกิดเป็นแบบนี้ มันเป็นแบบเดิมเราก็ต้องตรวจสอบอยู่แล้ว มันก็แค่คนหน้าเดิมๆ ที่หมุนเวียนกันอยู่ในรัฐบาล ดังนั้นเราก็ต้องทำหน้าที่ให้เข้มแข็งมากที่สุด โดยมีวาระของพรรคประชาชนที่เราพยายามผลักดัน ซึ่งกฎหมายหลายๆ ชิ้นมันก็ผ่านสภาไปได้ค่อนข้างดี บางอันก็อาจจะขลุกขลักหน่อยแต่ว่ามันก็ยังอยู่ในทิศทางนั้น ดังนั้นผมคิดว่าหลายๆ ส่วนมันก็ต้องพิสูจน์ให้เห็นว่าวาระของพรรคประชาชนได้รับการตอบสนองที่ดี แต่ในขณะเดียวกันเราก็ต้องมั่นใจว่าการตรวจสอบของเราสามารถที่จะทำให้ประชาชนเห็นว่ามันไม่ใช่มีเรื่องของการเกี๊ยเซียะต่างๆ.



