กรณีบริษัท A ขายหุ้นกู้ให้แก่ผู้ลงทุนที่เป็นสถาบันการเงินหรือบริษัทประกันภัยที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศสิงค์โปร์ ประเทศอินเดีย ประเทศนิวซีแลนด์ และประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ผ่านดีทีซี หรือตัวแทนซื้อขายหลักทรัพย์ (โบรกเกอร์) ซึ่งตั้งอยู่ในประเทศสหรัฐ อเมริกา โดยดีทีซี หรือตัวแทนซื้อขายหลักทรัพย์ (โบรกเกอร์) เป็นผู้มีรายชื่อของผู้ถือหุ้นในสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นของบริษัท A ผู้ออกหุ้นกู้ หากดีทีซี หรือตัวแทนซื้อขายหลักทรัพย์ (โบรกเกอร์) ดังกล่าว เป็นสถาบันการเงินหรือบริษัทประกันภัยที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อบริษัท A จ่ายดอกเบี้ยหุ้นกู้ให้แก่ ดีทีซี หรือตัวแทนซื้อขายหลักทรัพย์ (โบรกเกอร์) ดังกล่าว
กรณีตามข้อเท็จจริง หาก ดีทีซี เป็นผู้ซื้อหุ้นกู้และมีชื่อเป็นผู้ถือหุ้นกู้ของบริษัทฯ ที่แท้จริง ดีทีซี จึงเป็นเจ้าของผลประโยชน์ของดอกเบี้ยหรือผู้รับผลประโยชน์ของดอกเบี้ยที่แท้จริง เมื่อบริษัท A จ่ายดอกเบี้ยหุ้นกู้ให้แก่ ดีทีซี บริษัท A มีหน้าที่ต้องหักภาษีจากเงินได้พึงประเมินที่จ่ายสำหรับการจ่ายดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 10 ตามมาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับข้อ 11 วรรคสอง (ก) แห่งอนุสัญญาระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งสหรัฐอเมริกาฯ
อย่างไรก็ดี หาก ดีทีซี เป็นตัวแทนของผู้ถือหุ้นกู้ที่แท้จริงในการดูแลและเก็บรักษาหลักทรัพย์และสินทรัพย์อื่น ๆ ให้แก่ลูกค้า เช่น ใบหุ้น หุ้นกู้ พันธบัตร เป็นต้น โดย ดีทีซี มิใช่เจ้าของผลประโยชน์ของดอกเบี้ยที่แท้จริง เมื่อบริษัท A จ่ายดอกเบี้ยหุ้นกู้ให้แก่ ดีทีซี บริษัท A มีหน้าที่ต้องหักภาษีจากเงินได้พึงประเมินที่จ่ายสำหรับการจ่ายดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ตามมาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากร
หากผู้ถือหุ้นกู้ซึ่งเป็นลูกค้าของ ดีทีซี พิสูจน์ได้ว่า ผู้ถือหุ้นกู้เป็นสถาบันการเงินหรือบริษัทประกันภัยตั้งขึ้นตามกฎหมายประเทศสหรัฐอเมริกา และเป็นเจ้าของผลประโยชน์ของดอกเบี้ยหรือผู้รับผลประโยชน์ของดอกเบี้ยที่แท้จริง เมื่อบริษัท A จ่ายดอกเบี้ยหุ้นกู้ให้แก่ ดีทีซี บริษัท A มีหน้าที่ต้องหักภาษีจากเงินได้พึงประเมินที่จ่ายสำหรับการจ่ายดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 10 ตามมาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับข้อ 11 วรรคสอง (ก) แห่งอนุสัญญาระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งสหรัฐอเมริกาฯ
ที่มา: หนังสือกรมสรรพากรเลขที่ กค 0706/3987 ลงวันที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2549



