นับตั้งแต่ชัยชนะที่เหนือความคาดหมายในการเลือกตั้งรอบไพรมารีของพรรคเดโมแครต เมื่อเดือนมิ.ย. ที่ผ่านมา ชาวนิวยอร์กเริ่มคุ้นชินกับการเห็นใบหน้าที่มีเครา และรอยยิ้มของมัมดานีทางโทรทัศน์ และบนเข็มกลัดที่กลุ่มผู้สนับสนุนของเขาติดไว้อย่างภาคภูมิใจ


มัมดานี วัย 34 ปี เกิดในครอบครัวชาวอินเดียที่ยูกันดา และอาศัยอยู่ในสหรัฐตั้งแต่อายุ 7 ขวบ จนกระทั่งได้รับสัญชาติอเมริกันในปี 2561 ซึ่งเขาเริ่มสนใจการเมืองเมื่อทราบว่า นายฮิมานชู ซูรี แร็ปเปอร์ชาวอเมริกันที่รู้จักกันในชื่อ “ฮีมส์” (Heems) สนับสนุนผู้สมัครชิงตำแหน่งสมาชิกสภาเทศบาลนครนิวยอร์ก และเข้าร่วมการรณรงค์หาเสียงในฐานะนักเคลื่อนไหว


ในเวลาต่อมา มัมดานีกลายเป็นที่ปรึกษาด้านการป้องกันการยึดสังหาริมทรัพย์ โดยช่วยเหลือเจ้าของบ้านที่ประสบปัญหาทางการเงิน ไม่ให้สูญเสียบ้านของพวกเขา


หลังจากนั้น มัมดานีได้รับเลือกตั้งเมื่อปี 2561 เป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติจากเขตควีนส์ ซึ่งเป็นแหล่งรวมชุมชนคนจนและผู้อพยพส่วนใหญ่ และเป็นตัวแทนของพื้นที่ในสภาแห่งรัฐนิวยอร์ก


อนึ่ง มัมดานี ซึ่งประกาศตัวเองว่าเป็น “นักสังคมนิยม” และได้รับเลือกตั้งถึง 3 ครั้ง สร้างภาพลักษณ์ที่กลายเป็นเอกลักษณ์ประจำตัวของเขา นั่นคือ ชาวมุสลิมหัวก้าวหน้าที่รู้สึกสบายใจทั้งในการเดินขบวนไพรด์ และงานเลี้ยงฉลองวันอีด


หัวใจสำคัญในการรณรงค์หาเสียงของมัมดานี คือ การตั้งเป้าหมายที่จะทำให้นครนิวยอร์กสามารถเข้าถึงได้สำหรับทุกคนที่ไม่ร่ำรวย ซึ่งเป็นประชากรส่วนใหญ่ในเมืองที่มีผู้คนประมาณ 8.5 ล้านคน รวมถึงการให้สัญญาว่าจะควบคุมค่าเช่ามากขึ้น มีบริการดูแลตอนกลางวันและรถบัสฟรี และร้านขายของชำในย่านที่บริหารโดยเทศบาลนครนิวยอร์ก


นอกจากนี้ มัมดานียังเป็นผู้สนับสนุนปาเลสไตน์มาอย่างยาวนาน แม้จุดยืนของเขาที่มีต่ออิสราเอล ซึ่งเขาเรียกว่าเป็น “ระบอบการปกครองแบ่งแยกสีผิว” และตราหน้าสงครามในฉนวนกาซาว่าเป็น “การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์” สร้างความไม่พอใจให้กับชุมชนชาวยิวบางส่วนก็ตาม


แม้ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา มัมดานีออกมาประณามการต่อต้านชาวยิวอย่างเปิดเผย เช่นเดียวกับ “ความหวาดกลัวอิสลาม” ที่เขาเผชิญอยู่ อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กลับเรียกมัมดานีว่าเป็น “คอมมิวนิสต์ตัวน้อย” และประณามเขาว่าเป็น “ผู้เกลียดชังชาวยิวที่ประกาศตัวเองว่าเป็นจริง”


ด้านนายคอสตัส ปานาโกปูลอส ศาสตราจารย์ด้านรัฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยนอร์ทอีสเทิร์น กล่าวว่า มัมดานีเป็น “คนนอก” ที่ต่อต้านการเมืองแบบดั้งเดิม ซึ่งเขาสามารถเรียกเสียงสนับสนุนจากผู้มีสิทธิเลือกตั้งและคนอื่น ๆ ในนครนิวยอร์ก ที่ไม่พอใจกับสภาพที่เป็นอยู่ และสถาบันการเมืองที่พวกเขารับรู้ว่า “มองข้ามความต้องการและความพึงพอใจต่อนโยบาย”


ทั้งนี้ มัมดานีใช้ประสบการณ์ด้านการเคลื่อนไหวทางสังคมของเขา มาปรับใช้ในการรณรงค์หาเสียง และการแจกใบปลิวที่ประสานงานกันอย่างมีกลยุทธ์ ซึ่งเขาจับคู่กับการใช้สื่อสังคมออนไลน์อย่างครอบคลุม และมักจะเต็มไปด้วยอารมณ์ขัน


“เขาเป็นเหมือนลูกผสมระหว่างการรณรงค์หาเสียงที่ยอดเยี่ยมในช่วงทศวรรษที่ 1970 และปี 2568” นายลินคอล์น มิตเชลล์ ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย กล่าวทิ้งท้าย.


เลนซ์ซูม

เครดิตภาพ : AFP