เกี่ยวกับกลยุทธ์  “สร้างการจดจำ” นี้ เป็นแนวทางที่ ดร.ฤดี เสริมชยุต อาจารย์ประจำสาขาวิชาการตลาด  มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา ที่แนะนำเรื่องนี้ผ่านบทความชื่อ “กลยุทธ์การส่งเสริมการตลาดสำหรับการท่องเที่ยวชุมชน” เผยแพร่ใน วารสารสังคมวิจัยและพัฒนา (JMARD) สถาบันวิจัยและให้คำปรึกษาแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยผู้เขียนให้คำแนะนำไว้ว่า จากนโยบายเที่ยวดีมีคืน 2568 ได้เป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้คนไทยเริ่มออกเดินทางใกล้ ๆ บ้านมากขึ้น และที่สำคัญภายใต้ยุคดิจิทัลเช่นนี้ “การท่องเที่ยว” อาจจะไม่ได้หมายความถึง การมาเที่ยวหรือแค่เช็คอินแล้วกลับบ้านอีกต่อไป แต่เปลี่ยนเป็นการที่นักท่องเที่ยวที่มาท่องเที่ยวในชุมชชนได้ “รับประสบการณ์จริง” หรือ “ได้พบเรื่องราวใหม่ ๆ” เพื่อนำกลับไปบอกเล่าเป็นเรื่องราวของตัวเอง เพื่อนำไปเผยแพร่ หรือโพสต์ลงช่องทางโซเชียล

ดร.ฤดี เสริมชยุต

และด้วยความที่พฤติกรรมนักท่องเที่ยวที่เปลี่ยนไป บวกกับนักท่องเที่ยวยุคใหม่มักจะมีความต้องการที่มากขึ้นในการเดินทางท่องเที่ยว กรณีนี้ผู้ประกอบการท่องเที่ยวชุมชนก็สามารถนำเรื่องนี้มาใช้ เพื่อเพิ่มโอกาสและสร้างรายได้ให้กับการท่องเที่ยวชุมชนได้ โดยแนวทางที่จะทำให้ “คนจดจำชุมชนได้” นั้น กรณีนี้ก็อาจจะเริ่มต้นจากการนำเอา “3 กลยุทธ์” เหล่านี้ไปใช้ เพื่อทำให้นักท่องเที่ยวเกิดความประทับใจ หรือความทรงจำที่ดี จนอยากที่กลับมาเที่ยวซ้ำ หรือบอกให้คนอื่นมาเที่ยว ทั้งนี้ ฤดี เสริมชยุต ผู้เขียนบทความอธิบายว่า สำหรับกลยุทธ์ดังกล่าว 3 ข้อนี้ ประกอบด้วย

หนึ่ง “สร้างประสบการณ์ที่อยากแชร์” ที่ไม่ใช่แค่ที่พักหรืออาหารต้องดี แต่ต้องทำให้คนอยากเล่าเรื่องราวด้วยตัวเอง เช่น มีเวิร์คช็อปทำอาหารพื้นบ้าน นั่งเรือชมชีวิตริมน้ำ หรือมีแมวประจำโฮมสเตย์ที่ยึดเก้าอี้นักท่องเที่ยวเป็นของตัวเอง

สอง “เชื่อมคนกับชุมชน” ให้ได้อย่างแท้จริง เพื่อให้ผู้มาเยือนรู้สึกว่าไม่ได้มาแค่ดู แต่ได้เป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวชุมชนที่มาท่องเที่ยวด้วย

ส่วนกลยุทธ์สุดท้ายคือ สาม “ต้องใช้ดิจิทัลให้เป็นประโยชน์” ทั้งเพื่อใช้รีวิว เสนอแคมเปญ หรืออาจเป็นคลิปขำ ๆ เพื่อสร้าง awareness และนี่เป็นกลยุทธ์ 3 ข้อ ที่ผู้ประกอบการท่องเที่ยวชุมชนนำไปปรับใช้ได้ เพื่อ “สร้างโอกาส-สร้างรายได้” ให้เศรษฐกิจชุมชน.

ศิริโรจน์ ศิริแพทย์ [email protected]