ขบวนการ “Make America Great Again” หรือ “ทำให้อเมริกากลับมายิ่งใหญ่” ซึ่งมีชื่อเรียกสั้น ๆ ว่า “มากา” (MAGA) ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ แสดงสัญญาณแรกของการหันกลับมาเล่นงานผู้สร้าง โดยเมื่อไม่นานมานี้ ทรัมป์ตัดขาดกับนางมาร์จอรี เทย์เลอร์ กรีน อดีต “ผู้นำเชียร์” ของขบวนการมากา และกลับลำการคัดค้านต่อการเปิดเผยแฟ้มคดีของนายเจฟฟรีย์ เอปสตี
วิกฤติของทรัมป์ ตอกย้ำรอยร้าวระหว่างขบวนการฝ่ายขวากับผู้นำสหรัฐ อีกทั้งความวุ่นที่เกิดขึ้นยังทำลายภาพลักษณ์ของ “ความไร้เทียมทาน” ที่ทรัมป์และทำเนียบขาวพยายามปลูกฝัง นับตั้งแต่เขากลับมามีอำนาจ ส่งผลให้เกิดคำถามว่า ทรัมป์ได้สร้างสัตว์ประหลาดที่คล้ายคลึงกับ “แฟรงเกนสไตน์” ซึ่งเขาควบคุมไม่ได้อีกต่อไปหรือไม่
“มากาเป็นแนวคิดของผม ผมรู้ดีกว่าใครว่า มากาต้องการอะไร” ทรัมป์ ประท้วงการให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวฟ็อกซ์นิวส์ เมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา
ก่อนหน้านี้ กรีนอาจเป็นผู้สนับสนุนตัวยงของทรัมป์ แต่หลังจากเวลาผ่านมา 8 เดือน ทรัมป์กล่าวอย่างโกรธเคืองว่า เขาไม่ให้ท้ายผู้สนับสนุนหัวชนฝาอย่างกรีนอีกต่อไป และเรียกเธอว่าเป็น “คนทรยศ”
อนึ่ง ความแตกแยกเกิดขึ้นหลังกรีนแยกตัวออกจากประเด็นต่าง ๆ ที่เธอมีความคิดเห็นร่วมกับผู้ศรัทธาแนวคิดมากาคนอื่นที่ไม่พอใจ ไม่ว่าจะเป็น ความสามารถในการจับจ่าย การดูแลสุขภาพ อิสราเอล วีซ่าสำหรับแรงงานและนักศึกษาต่างชาติ และการให้ความสำคัญกับนโยบายต่างประเทศของทรัมป์
“คำพูดของทรัมป์ทำให้ชีวิตของฉันตกอยู่ในอันตราย และฉันยังคงยึดมั่นในหลักการ ‘อเมริกาต้องมาก่อน’ และ ‘อเมริกาเท่านั้น’ แต่น่าเสียดายที่ทุกอย่างมาลงเอยอยู่กับแฟ้มคดีเอปสตีน และนั่นเป็นเรื่องที่น่าตกใจ” กรีน กล่าวกับสำนักข่าวซีเอ็นเอ็น
เรื่องอื้อฉาวเกี่ยวกับการล่วงละเมิดทางเพศของเอปสตีน กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของขบวนการมากา ซึ่งทรัมป์กลับลำอย่างกะทันหันและน่าตกตะลึง ด้วยการสนับสนุนให้สภาคองเกรสผ่านมติ “เปิดแฟ้มเอปสตีน”
ผู้นำสหรัฐเรียกร้องให้พรรครีพับลิกันสนับสนุนการลงมติในสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ เพื่อเปิดเผยแฟ้มดังกล่าว ซึ่งเป็นเอกสารการสอบสวนเอปสตีน โดยกล่าวว่า “เราไม่มีอะไรต้องปิดบัง” ทั้งที่ก่อนหน้านี้ ทรัมป์เตือนผู้สนับสนุนของเขา ไม่ให้ตกหลุมพรางของการลงมติสนับสนุน
แม้การกลับลำของทรัมป์ ดูเหมือนจะเป็นหนทางหนึ่งในการหลีกเลี่ยงสิ่งที่อาจเป็น “ความพ่ายแพ้ทางการเมืองครั้งใหญ่ที่สุด” ในการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐสมัยที่สอง แต่ถึงอย่างนั้น แรงกดดันจากประเด็นดังกล่าว ซึ่งเบี่ยงเบนความสนใจจากชัยชนะของทรัมป์ ในการยุติภาวะชัตดาวน์รัฐบาลสหรัฐกลางที่ยาวนานเป็นประวัติการณ์ ไม่น่าจะหายไป
อันที่จริง ความโกรธเคืองได้ก่อตัวในกลุ่มมากา มานานหลายเดือนแล้ว โดยผู้สนับสนุนของทรัมป์ บอกกับผู้สนับสนุนแนวคิดมากาที่ยึดถือทฤษฎีสมคบคิดมาเป็นเวลานานแล้วว่า เรื่องอื้อฉาวเกี่ยวกับเอปสตีน เป็นการปกปิดความผิดพลาดของพรรคเดโมแครต ทว่าในเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา กระทรวงยุติธรรมสหรัฐออกมาประกาศว่า “ไม่มีอะไรใหม่” ในแฟ้มคดีดังกล่าว
นอกจากนี้ ความไม่พอใจของขบวนการมากา ก็ปรากฏให้เห็นมากขึ้นในประเด็นอื่น ๆ เช่นกัน ซึ่งกรณีที่เห็นได้อย่างชัดเจนที่สุด เกิดขึ้นหลังจากพรรครีพับลิกันถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักเกี่ยวกับค่าครองชีพ ในการเลือกตั้งท้องถิ่นแบบออฟเยียร์ จนทำให้พ่ายแพ้อย่างยับเยิน เมื่อช่วงต้นเดือนพ.ย.
เลนซ์ซูม
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



