สวัสดีจ้า สัปดาห์นี้ “ขาสั้น คอซอง” ภูมิใจนำเสนอ “รชต บัวเผื่อน” อายุ 16 ปี นักเรียนชั้น ม.5 โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง จ.ราชบุรี เยาวชนรุ่นใหม่ที่เลือกเส้นทางการสืบสานศิลปหัตถกรรมพื้นบ้านอย่างการทอผ้าซิ่นตีนจก และใช้เวลาเพียงแค่ 1 เดือน ก็สามารถออกแบบลวดลายผ้าได้เอง จนถูกยกย่องว่าเป็น “อัจฉริยะการทอผ้าซิ่นตีนจก”

โดย “รชต” เล่าถึงที่มาของการชื่นชอบการทอผ้าซิ่นตีนจก ว่า ตั้งแต่เด็กแล้วจะได้ยินเสียงการทอผ้ามาตลอด เป็นเสียงที่คุ้นเคย และยังชอบมุดเข้าไปใต้กี่ จับขนเม่น กระทบฟืม เหมือนเป็นของเล่นในช่วงวัยเด็ก ทำให้เกิดเป็นความหลงใหลในการทอผ้า และลายผ้า ประกอบกับความโชคดีที่ได้เรียนรู้ภูมิปัญญาการทอผ้าแบบดั้งเดิม จาก “วิมลพรรณ แก้วจำปาสี” ทายาทช่างศิลปะหัตถกรรม ปี 2563 ที่สอนตั้งแต่การสืบหูก การกรอฝ้าย ย้อมสีธรรมชาติ และการจกลวดลาย รวมถึงการทอกี่กระตุกด้วย ซึ่งเป็นหัวใจของผ้าซิ่นตีนจกไท – ยวน และหลังจากได้เรียนรู้การทอเพียง 1 สัปดาห์ ก็เข้าใจและสามารถทอด้นสดโดยไม่ต้องดูลายได้ใน 1 เดือน และสามารถออกแบบลวดลายผ้าได้เอง จดงานด้วยขนเม่นแบบด้นสด สร้างสรรผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ให้ทันสมัย เช่น ผ้าคลุมไหล่ทอมือ งานผ้าถุง ผ้าตัดเสื้อ ที่ประยุกต์ลวดลายและสีสันให้ทันยุคสมัย

“รชต” บอกด้วยว่า ผ้าซิ่นตีนจกไท–ยวนราชบุรี คือ อัตลักษณ์ของชาวไท – ยวนที่สืบทอดมานาน โดดเด่นด้วยเทคนิค “จก” ที่ต้องใช้ความประณีตสูง มี 8 ลาย เช่น ลายเซียซ้อนหัก ลายหน้าหมอน ลายโก้งเก้ง เป็นต้น ถูกออกแบบและถ่ายทอดด้วยสายตาและหัวใจของช่างทอ ความงามของผ้าซิ่นตีนจกที่ราชบุรีโดดเด่นไม่เหมือนใคร เพราะมีเอกลักษณ์ทั้ง “สีสัน” และ “จังหวะลาย” ที่ปรับให้ลงตัวจนกลายเป็นงานศิลป์ที่ใครเห็นก็จำได้ ส่วนผลงานที่ประทับใจ คือ การได้ร่วมประกวดทอผ้าลายผ้าพระราชทาน ลายดอกรักราชกัญญา เป็นการประกวดครั้งแรกในวัยเพียง 14 ปี และได้ผ่านคัดเลือกเข้ารอบระดับภาค ส่วนรางวัลที่เคยได้รับ อาทิ ได้รับการเชิดชูเกียรติเป็นทายาทช่างศิลปหัตถกรรม ปี 2568 จากสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (Sacit) รางวัลวัฒนคุณาธร ปี 2563 จากกระทรวงวัฒนธรรม รางวัลระดับพลอย จากโครงการเด็กอวดทำดี ใบประกาศเกียรติคุณจากสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ผู้เข้ารอบการประกวดระดับภาค

ในวัย 16 ปี ที่เข้าสู่ช่วงวัยรุ่นอย่างเต็มตัว แต่ “รชต” เลือกที่จะเดินในเส้นทางสืบสานศิลปหัตถกรรมพื้น เพื่อเป็นแบบอย่างให้เยาวชนรุ่นใหม่ หันมาสนใจในความงดงามของงานหัตถกรรมพื้นบ้าน และช่วยกันสืบสานให้คงอยู่ต่อไป