นครหลวงเวียงจันทน์ เมืองหลวงของลาวที่ปกติจะเงียบสงบ กลับคึกคักอย่างแปลกตา เต็มไปด้วยธงและแผงขายเสื้อยืด เนื่องปีนี้ตรงกับวาระรำลึกครอบรอบ 50 ปี แห่งการสถาปนาประเทศ เมื่อวันที่ 2 ธ.ค. แต่สำหรับคนหนุ่มสาวหลายคน ประวัติศาสตร์กลับมีความสำคัญเพียงเล็กน้อย
ขบวนการเคลื่อนไหวคอมมิวนิสต์ที่รู้จักกันในชื่อ “ปะเทดลาว” (Pathet Lao) สถาปนาสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว หรือ สปป.ลาว เมื่อวันที่ 2 ธ.ค. 2518 หลังสงครามกลางเมืองที่ยาวนานหลายสิบปี และเพียงไม่กี่เดือนหลังรัฐบาลที่ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐ พ่ายแพ้ในเวียดนามใต้ ซึ่งเป็นความขัดแย้งที่ทำให้ลาวได้รับความเสียหายอย่างหนักจากการทิ้งระเบิดของอเมริกา
ลาว อดีตอาณานิคมของฝรั่งเศส กลายเป็นรัฐคอมมิวนิสต์ที่มีพรรคการเมืองพรรคเดียว ขณะที่สมเด็จพระเจ้าศรีสว่างวัฒนา เสด็จสวรรคตระหว่างทรงถูกคุมตัว และการวางแผนเศรษฐกิจแบบรวมศูนย์ถูกบังคับใช้ ส่งผลให้ลาว ซึ่งไม่มีทางออกโดยตรงสู่ทะเล และห่างไกล กลายเป็นประเทศที่โดดเดี่ยวมากขึ้น
แม้ในเวลาต่อมา ลาวได้เปิดประเทศ และยอมรับการปฏิรูปตลาด แต่ยังคงเป็นหนึ่งในประเทศยากจนของเอเชีย และชาวลาวรุ่นใหม่ไม่รู้สึกเชื่อมโยงอย่างลึกซึ้งกับอดีตของประเทศตัวเองมากนัก
“แน่นอนว่า เราเรียนประวัติศาสตร์ในโรงเรียน แต่เราไม่พูดถึงมันมากนัก” นายทีระเดด คำหอง นักศึกษาชาวลาวคณะเศรษฐศาสตร์ในประเทศไทย กล่าว ซึ่งเขาเป็นผู้ร่วมก่อตั้งแพลตฟอร์ม “เพรปพาธ” (PrepPath) ที่ช่วยเหลือนักเรียนมัธยมปลายชาวลาว สำรวจอาชีพและวางแผนอนาคตของพวกเขา
การเมืองเป็นหัวข้อที่ละเอียดอ่อนในลาว และการวิพากษ์วิจารณ์นโยบายของรัฐบาลและผู้นำอย่างเปิดเผย เป็นสิ่งที่ไม่ค่อยเกิดขึ้น โดยหนุ่มสาวบางคนเลือกที่จะไม่เปิดเผยตัวตน เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงของการตอบโต้
อย่างไรก็ตาม การไม่เร่งรีบ ไม่ได้หมายความว่าลาวจะพัฒนาไม่ได้ เนื่องจากมันเป็นเรื่องเกี่ยวกับการหาจุดแข็ง การทำในสิ่งที่ถนัด และพัฒนาต่อยอดจากจุดนั้น ซึ่งเขามองว่า ลาวจะเปลี่ยนแปลงในอีก 50 ปีข้างหน้า อย่างช้า ๆ แต่มั่นคง
ทั้งนี้ การย้ายถิ่นฐานมาทำงานในประเทศไทย ถือเป็นเรื่องปกติ และนักศึกษาชาวลาวหลายพันคนเดินทางไปต่างประเทศทุกปี โดยมีสิ่งจูงใจเป็นการศึกษาระดับนานาชาติ และโอกาสในการทำงานที่ดีกว่า
จีน เป็นพันธมิตรทางเศรษฐกิจที่สำคัญของลาว ผ่านการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน ไม่ว่าจะเป็น เส้นทางรถไฟที่เชื่อมต่อนครหลวงเวียงจันทน์กับเมืองคุนหมิง ในมณฑลยูนนาน และระเบียงเศรษฐกิจที่กว้างขวาง
อีกทั้งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา การส่งออกไฟฟ้าพลังน้ำ กลายเป็นปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญ ขณะที่โรงงานตัดเย็บเสื้อผ้า โรงงานประกอบชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และบริษัทการผลิตแบบเบาอื่น ๆ ต่างพึ่งพาตลาดอเมริกา
กระนั้น ลาวมีการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัว และอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้น ส่วนผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ต่อหัว ยังคงอยู่ที่ประมาณ 2,100 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 67,200 บาท)
ในตอนนี้ ลาวเผชิญกับภาษีของสหรัฐในอัตราสูงสุดถึง 40% ซึ่งบางคนมองว่า แรงกดดันเหล่านี้ทำให้ทัศนคติของคนรุ่นใหม่เปลี่ยนไป และผู้กำหนดนโยบายควรรับฟังข้อกังวลหรือปัญหาของคนกลุ่มนี้มากขึ้น เพื่อการกำหนดนโยบายที่เหมาะสมยิ่งขึ้นกับยุคปัจจุบัน และในอนาคต.
เลนซ์ซูม
เครดิตภาพ : AFP



