เรียกได้ว่าเป็นอีกการสูญเสียที่ทั้งวงการเกมใจหาย หลังจากที่ Vince Zampella นักออกแบบเกมจากสตูดิโอดังประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์และเสียชีวิตในวัย 55 ปี ที่ลอสแองเจลิสเมื่อวันที่ 21 ธันวาคมที่ผ่านมา ทำให้วงการเกมสูญเสียบุคลากรมือดีที่มีผลงานระดับโลกไปอย่างน่าเสียดาย
เพื่อเป็นอนุสรณ์แก่ชายผู้นี้ เราจะพาไปเจาะประวัติของ Vince Zampella นักออกแบบเกมชาวอเมริกันให้ทุกคนได้รู้จักกันมากขึ้นในบทความนี้
ประวัติส่วนตัว

Vincent Walter Zampella II (วินเซนต์ วอลเทอร์ แซมเพลลาที่ 2) หรือที่รู้จักในชื่อว่า Vince Zampella เป็นนักออกแบบเกม (Game Designer) สัญชาติอเมริกัน เขาเกิดเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 1970 โดยเขาเป็นที่รู้จักในฐานะผู้ร่วมก่อตั้งและหัวหน้าสตูดิโอของทั้ง Infinity Ward (ปัจจุบันอยู่ภายใต้ Activision) และ Respawn Entertainment (ปัจจุบันอยู่ภายใต้ Electronic Arts) ก่อนที่จะมาเป็นซีอีโอของ Ripple Effect Studios ภายใต้ EA
การที่เขาจะมาอยู่ในจุดนี้ได้ก็ไม่ง่าย แต่มันมาได้เพราะเขาเป็นคนหลงรักเกม! โดยเกมแรกที่เขาโปรดปรานในวัยเด็ก คือเกม Donkey Kong และ Counter-Strike แต่ด้วยชีวิตการเรียนของเขาที่ไม่ประสบความสำเร็จในรั้วของ Broward College ในรัฐฟลอริดา ทำให้เขาตัดสินใจลาออกและเริ่มทำงานเป็น ‘ช่างซ่อมสารพัด’ อยู่ช่วงหนึ่ง ก่อนที่วันหนึ่งเพื่อนของเขาได้แนะนำให้เขาไปทำงานกับบริษัทเกม “GameTek”
หลังจากนั้น เขาก็เริ่มให้ความสนใจกับการทำงานในวงการเกม ด้วยการย้ายไป Atari ในแผนกพีซี ตามด้วยการโยกย้ายไปทำให้กับบริษัทด้านเกมอีกหลายที่ อย่าง Panasonic Interactive Media, Ripcord Games ก่อนที่จะมาพบกับ SegaSoft (บริษัทที่เคยควบรวม SEGA และ SCSK ในสหรัฐอเมริกา) และที่แห่งนี้ทำให้เขาได้พบกับ “Jason West” ก่อนที่ทั้งคู่จะพูดคุยและแชร์แนวทางที่น่าสนใจในวงการเกมร่วมกัน แล้วได้ร่วมกันก่อตั้ง Infinity Ward พร้อมกับ “Grant Collier” ขึ้นมาในปี 2002 และมันกลายเป็นจุดเริ่มต้นการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัย “เกม FPS Shooter” ตั้งแต่ตอนนั้น
Medal of Honor: Allied Assault คือเกมแรกที่เปลี่ยนชีวิตเขา

ในช่วงก่อนที่แซมเพลลาจะมาก่อตั้ง Infinity Ward เขาเคยทำงานให้กับสตูดิโอที่ชื่อว่า “2015 Inc.” เมื่อช่วงปี 1999 โดยในช่วงเวลานั้น ทางสตูดิโอกำลังพัฒนาซีรีส์เกม “Medal of Honor” ให้กับทางค่ายเกม Electronic Arts อยู่ แล้วในช่วงนั้น Zampella มีโอกาสได้ขึ้นเป็นผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาในปี 2001 พร้อมกับได้รับบทบาทใหม่ในการเป็นนักออกแบบเกม Medal of Honor: Allied Assault ร่วมกับเพื่อนของเขา Jason West และกลายเป็นอีกหนึ่งในเกมที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก หลังจากเกมได้วางจำหน่ายเมื่อปี 2002
สิ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับเกม Medal of Honor: Allied Assault คือ เกมนี้เป็น ‘เกมแรก’ ที่ทาง Zampella สร้างชื่อให้ตัวเองในฐานะหัวหน้านักออกแบบเกมที่ได้รับคำวิจารณ์ยอดเยี่ยม นอกจากนี้ เกมดังกล่าวยังได้รับการเขียนบทโดย “Steven Spielberg” ผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดังเจ้าของผลงานเรื่อง Jaws (1975), Indiana Jones ไตรภาค, The Terminal และอีกมากมาย!
อย่างไรก็ดี ชีวิตของเขากับทาง “2015 Inc.” ก็จบลงในช่วงปี 2002 หลังจากที่ทาง EA ตัดสินใจนำแฟรนไชส์เกม Medal of Honor ไปพัฒนาด้วยสตูดิโอของตัวเอง ทำให้ตัวเขากับ Jason West ตัดสินใจลาออกและก่อตั้งสตูดิโอ Infinity Ward ขึ้นมาในเดือนพฤษภาคม 2002 (โดยมี Grant Collier มาร่วมก่อตั้งด้วย) โดยในช่วงหลังจากก่อตั้งไม่นาน พวกเขาก็ได้เซ็นสัญญากับทาง Activision เพื่อสร้างเกมที่พวกเขาตั้งสมญานามไว้ว่า “Medal of Honor Killer”
เกม Call of Duty เปลี่ยนทั้งชีวิตของเขาและวงการเกมทั่วโลก!
หลังจากที่ทาง Infinity Ward ได้เซ็นสัญญากับ Activision เรียบร้อย ทาง Zampella และเพื่อน ๆ ได้เริ่มเฟ้นหาผู้คนในอุตสาหกรรมมาได้รวมทั้งหมด 21 คน เพื่อสร้างโปรเจกต์ “Medal of Honor Killer” ร่วมกัน (ก่อนจะมีสมาชิกเพิ่มเป็น 27 คนในปี 2003) โดยพวกเขาได้ตั้งชื่อให้กับเกมนี้ว่า “Call of Duty” ในเวลาต่อมา!

“Call of Duty” ได้รับการพัฒนาโดยเอนจิน id Tech 3 เวอร์ชันปรับปรุงแล้วที่ทาง id Software เคยใช้พัฒนาเกม Quake III Arena ส่วนโจทย์หลักของเกมคือการสร้างเกมให้เป็นแบบ First-Person Shooter (เกมยิงแบบมุมมองบุคคลที่หนึ่ง) พร้อมกับใช้ธีมเป็น ‘สงครามโลกครั้งที่ 2’ โดยพวกเขามีการศึกษาทั้งประวัติศาสตร์สงคราม อาวุธ ยานพาหนะ และปัจจัยอื่น ๆ ที่มีอยู่จริงเพื่อนำไปสร้างเกมให้มีความสมจริง โดยทั้งหมดนี้ใช้งบประมาณสูงถึง 4.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือเทียบเป็น 139.6 ล้านบาทในปัจจุบัน

ไฮไลต์สำคัญของเกม Call of Duty ที่แตกต่างจากเกมแนว FPS ในยุคนั้น คือระบบการใช้ AI มาควบคุมตัวละครอื่น ๆ ในเกมให้สามารถ ‘สนับสนุน’ ผู้เล่นและโต้ตอบกับสิ่งที่เกิดขึ้นในเกมได้ ระบบนี้เข้ามาลบภาพจำของแนวเกมแบบเล่นคนเดียว (Singleplayer) ที่ผู้เล่นรู้สึกว่าต้องอยู่ ‘คนเดียว’ ไปเลย นอกจากนี้ ตัวเกมยังมีการนำเสนอแคมเปญหลักถึง 3 แบบ คือ แคมเปญกองทัพอเมริกัน บริติช และโซเวียต ทำให้ผู้เล่นจะได้สัมผัสถึงสงครามโลกครั้งที่สอง ผ่านมุมมองของทหารทั้งสามชาติที่ต้องร่วมกันต่อสู้กับกองทัพเยอรมันในเกมได้ด้วย ทั้งสองปัจจัยนี้ทำให้เกม Call of Duty กลายเป็นเกมที่เข้ามาเปลี่ยนวงการเกม FPS โดยเฉพาะเกมธีมสงครามโลกอย่างแท้จริง
ที่สำคัญยิ่งกว่า Call of Duty กลายเป็นที่ประสบความสำเร็จอย่างมากทั้งในด้านเกมเพลย์ คำวิจารณ์ และยังได้เข้าชิงรางวัลเกมแห่งปีอีกมากมาย ก่อนที่ตัวเกมจะมี ‘ภาคเสริม’ อย่าง Call of Duty: United Offensive ที่ได้ทาง Gray Matter Studios มาช่วยพัฒนา

หลังจากนั้น Zampella ก็ได้รับโอกาสในการส่ง Infinity Ward ไปเซ็นสัญญาเป็นสตูดิโอภายใต้ Activision แล้วได้ไปพัฒนาเกมภาคต่ออย่าง Call of Duty 2, Call of Duty 4: Modern Warfare และ Call of Duty: Modern Warfare 2 จนกลายเป็นเกมที่ประสบความสำเร็จทั่วโลก พร้อมกับสถาปนาตัวเองเป็นหนึ่งในแฟรนไชส์ที่ยิ่งใหญ่ของวงการเกมด้วย
แต่ปัญหามันก็ตามมาอีกครั้ง! เพราะเขาและ Jason West ถูกทาง Activision ปลดออกจากบริษัทหลังจากที่เกม MW2 ประสบความสำเร็จ พร้อมกับปฏิเสธที่จะจ่ายโบนัสและค่าชดเชยรวมกันถึง 36 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำให้ทั้งสองร่วมกันฟ้องร้องบริษัทในข้อหา “การเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรม” และเรียกร้องค่าเสียหายถึง 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยคดีนี้ก็ได้จบลงเมื่อปี 2012 คดีความได้จบลงด้วยการที่ Activision จ่ายค่าชดเชยแบบไม่ระบุตัวเลขให้กับทั้งสอง รวมถึงพนักงานคนอื่น ๆ ที่ถูกปลดในช่วงเวลาเดียวกัน
แม้ว่าเส้นทางของ Zampella (และ West เพื่อนของเขา) กับเกม Call of Duty ที่เขาเริ่มสร้างขึ้นจะจบลงที่ภาค Modern Warfare 2 แต่เราก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการมาของเกมเหล่านี้ที่พวกเขาสร้างทำให้โลกของเกมเปลี่ยนไป
ก่อตั้ง Respawn Entertainment และหวนคืน EA อีกครั้ง!

หลังจากที่ Zampella และ West แยกทางกับ Activision และเสียสิทธิการควบคุม Infinity Ward ไป พวกเขาก็ได้เริ่มก่อตั้งสตูดิโอ Respawn Entertainment ขึ้นมาเมื่อปี 2010 พร้อมกับมีการเชิญทีมงานบางส่วนที่ถูกปลดจาก Activision และ Infinity Ward มาร่วมงานด้วยกันอีกครั้ง และมีการไปเซ็นสัญญากับ Electronic Arts ที่พวกเขาคุ้นเคยกันดีอีกครั้งเพื่อพัฒนาเกมรูปแบบใหม่ ๆ ให้ โดยเกมที่พวกเขาได้เริ่มพัฒนาให้กับทางค่ายภายใต้สตูดิโอใหม่คือ “Titanfall”
การสร้างเกม Titanfall ทำให้ทาง EA มองเห็นศักยภาพของพวกเขา และทำให้ทางค่ายตัดสินใจเซ็นสัญญากับทาง Respawn Entertainment โดยการร่วมกันระหว่างทั้งสองก็ทำให้พวกเขามีเกมใหม่ ๆ อย่าง Apex Legends, Star Wars Jedi: Fallen Order, Star Wars Jedi: Survivor โดยทั้งหมดนี้เป็นเกมที่ประสบความสำเร็จในด้านเกมเพลย์และการตลาด รวมถึงยังทำให้ Respawn Entertainment เป็นที่รู้จักมากขึ้นด้วย
ต่อมา Zampella ได้รับบทบาทที่ท้าทายชีวิตมากยิ่งขึ้น โดยทาง EA ได้มอบหมายให้เขาไปเป็นผู้บริหารของสตูดิโอ DICE สาขาลอสแองเจลิสในปี 2020 หลังจากที่การพัฒนาปล่อยเกม “Battlefield 2042” ภายใต้การดูแลของ Oskar Gabrielson เกิดปัญหาและไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร ทำให้ชายคนนี้ต้องลาออกไปกลางคัน ทาง Zampella ก็ได้เข้ามารับตำแหน่งนี้แทน โดยทาง EA ‘คาดหวัง’ ว่าเขาจะมาช่วยกอบกู้ชื่อเสียงของแฟรนไชส์กลับมาได้ในภายหลังจากนี้ แต่มันก็อาจสายไปสำหรับเขา

หลังจากนั้นเป็นต้นมา สตูดิโอ DICE สาขาลอสแองเจลิส ได้เปลี่ยนชื่อเป็น Ripple Effect Studios ในปี 2021 ก่อนที่เกม Battlefield 2042 จะวางจำหน่าย โดย Zampella ที่เข้ามาระหว่างทางก็ได้ก้าวขึ้นเป็น CEO พร้อมกับดูแลการพัฒนาโปรเจกต์ใหม่ของแฟรนไชส์ Battlefield จนกลายเป็น Battlefield 6 ที่วางจำหน่ายในปี 2025 นี้ขึ้นมา!
การจากไปแบบไม่มีวันกลับของนักออกแบบเกมดัง

เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2025 Zampella เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ขณะขับรถ Ferrari 296 GTS รุ่นปี 2026 โดยหลังออกจากอุโมงค์บนถนน Angeles Crest Highway ในเทือกเขา San Gabriel ทางตอนเหนือของลอสแอนเจลิส เขาเสียหลักพุ่งออกนอกถนนและชนเข้ากับแผงคอนกรีตด้วยความเร็วสูง จากนั้นรถเกิดไฟลุกไหม้ ทำให้เขาเสียชีวิต ผู้โดยสารที่นั่งมาด้วยอีกคนถูกเหวี่ยงออกจากรถและเสียชีวิตเช่นกัน
หลังจากข่าวการเสียชีวิตของเขาได้เผยแพร่ออกไป ทาง Electronic Arts รวมถึงทางบัญชีอย่างเป็นทางการของ Battlefield, Apex Legends และสตูดิโอ Respawn Entertainment ออกแถลงการณ์เพื่อรำลึกและสดุดีเขาในฐานะเพื่อน เพื่อนร่วมงาน ผู้นำ และผู้สร้างสรรค์ที่มีวิสัยทัศน์ พร้อมระบุว่าอิทธิพลของเขาต่ออุตสาหกรรมวิดีโอเกมนั้นลึกซึ้งและกว้างขวาง
ในขณะที่ทาง Infinity Ward สตูดิโอที่เขาเคยมีส่วนร่วมในฐานะผู้ร่วมก่อตั้ง ได้ออกมาแสดงความอาลัย โดยกล่าวว่ามรดกของเขาในการสร้างสรรค์ผลงานบันเทิงระดับตำนานนั้นประเมินค่าไม่ได้ พร้อมแสดงความเสียใจต่อครอบครัวและผู้ใกล้ชิดของเขา ขณะที่ Treyarch ก็ออกแถลงการณ์เช่นกันว่า “เรารู้สึกเสียใจอย่างยิ่งต่อการจากไปอย่างน่าเศร้าของ Vince Zampella มรดกของเขาในฐานะหนึ่งในผู้ก่อตั้ง Call of Duty และตำนานของอุตสาหกรรมนี้จะไม่มีวันถูกลืม”
นอกจากนี้ การเสียชีวิตของเขายังมีส่วนสำคัญที่ทำให้เกมเก่า ๆ ที่เขาเคยมีส่วนร่วมในการพัฒนา รวมถึงเกมที่ยังเปิดให้บริการในปัจจุบันกลายเป็นที่กล่าวถึงในโลกอินเทอร์เน็ตและมีผู้เล่นให้ความสนใจมากขึ้น ผู้เล่นบางส่วนได้ไปร่วมรำลึกถึงเรื่องราวของเขาและมีการนำสิ่งที่เขาเคยสร้างให้กับโลกใบนี้มากล่าวถึง ทำให้หลายคนได้รู้จักเรื่องราวของชายคนนี้มากขึ้นและทำให้เขา ‘ไม่ถูกลืม’ อย่างจริงจัง
เดลินิวส์ออนไลน์ ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวและเพื่อนผู้ใกล้ชิดของ Vince Zampella ต่อการสูญเสียในครั้งนี้ด้วย
——————————————–
THE GAMER LIFE / Dailynews Gaming Exclusive Content
บทความโดย: ภาริช ต่อพิมาย (FLINT)
ขอฝากทุกท่านเข้าไปติดตามเพจ Facebook อย่างเป็นทางการของ Dailynews Gaming – เดลินิวส์เกมมิ่ง เพื่อติดตามข่าวสารและคอนเทนต์คุณภาพเกี่ยวกับวงการเกมกันได้!
.



