ปี 2025 ผ่านพ้นไป พร้อมกับปีใหม่ 2026 สำหรับแฟนกีฬาทั้งไทย-เทศ ยังมีช่วงเวลาอันน่าตื่นเต้นมากมายรอคุณอยู่ตลอดทั้งปีนี้ กีฬาเดลินิวส์ พยายามรวบรวมมาให้แล้วว่ามีอะไรที่ต้องติดตามกันบ้าง

ประเดิมด้วยกีฬาหวดก้านเหล็ก “จีโน่” อาฒยา ฐิติกุล โปรสาวหมายเลข 1 ของโลก กวาดรางวัลความสำเร็จส่งท้ายปีก่อนอย่างมากมาย นอกจากผงาดแชมป์ 3 รายการ จีโน่ แสดงให้เห็นถึงความคงเส้นคงวา จบท็อป 10 ได้ถึง 13 จาก 20 รายการที่ลงเล่น น่าเสียดายที่ยังมีถ้วยแชมป์เมเจอร์ส่งเสริมความยิ่งใหญ่ แต่เชื่อว่าโปรสาวราชบุรีอาจนับหนึ่งในปีนี้ก็เป็นได้ จีโน่ เผยแล้วว่าอาจจะลงแข่งราว 20-22 จากทั้งหมด 32 รายการ เตรียมออกสตาร์ตด้วยศึก “ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์” ระหว่าง 19-22 ก.พ.

กุลวุฒิ วิทิตศานต์ นักแบดมินตันชายเดี่ยวอันดับ 2 ของโลก ดีกรีแชมป์โลกปี 2023 กวาดความสำเร็จในปีก่อนด้วยการเป็นแชมป์ สิงคโปร์ แบดมินตัน โอเพ่น, โตโยต้า ไทยแลนด์ โอเพ่น, แบดมินตัน เอเชีย แชมเปียนชิพ, อินโดนีเซีย มาสเตอร์ส นอกจากต้องป้องกันแชมป์ แฟนกีฬายังต้องส่งใจเชียร์ “เจ้าวิว” ในกีฬาเอเชียน เกมส์ 2026 ด้วย

แต่ไม่ใช่แค่ กุลวุฒิ ทัพแบดมินตันยังมีนักกีฬาที่โดดเด่นอีกมากมาย รวมทั้ง “บาส-เฟม” หรือ เดชาพล พัววรานุเคราะห์ และ ศุภิสรา เพียวสามพราน ที่จับคู่รีดฟอร์มสุดยอดคว้าแชมป์ไปได้ถึง 5 รายการเมื่อปีที่แล้ว และทั้งคู่ยังคงมุ่นมั่นคว้าแชมป์ และภารกิจสุดท้าทายในการบินให้สูงกว่ามืออันดับ 3 ของโลก

อีกหนึ่งดาวเด่นของนักกีฬาไทย ภูริพล บุญสอน มนุษย์คนแรกในอาเซียนทลายกำแพง 10 วินาทีในการวิ่ง 100 เมตร จะบินไปเก็บตัวที่สหรัฐอเมริกา ตั้งเป้าทำสถิติใหม่ให้ตัวเองให้ได้ในเวลา 9.80 วินาที แน่นอนว่ารายการใหญ่ของปีหน้าคือ เอเชียน เกมส์ 2026 ถึงเวลานั้นเชื่อว่า ภูริพล จะมีโอกาสหยิบเหรียญทองมาครองได้สำเร็จ

ส่วนแวดวงกำปั้นนาทีนี้ต้องยกให้ “วัน แชมเปียนชิพ” ที่สร้างฐานจนทำให้แฟนมวยติดงอมแงม ไม่ว่าจะเป็น “วัน ลุมพินี” ที่แลกเดือดกันวันศุกร์แทบสัปดาห์ รวมถึง ONE Fight Night และ ONE (ตัวเลข) ที่ล้วนถ่ายทอดสดไปทั่วโลก สำหรับปีนี้ไฮไลท์ยังต้องติดตาม ตะวันฉาย พีเค.แสนชัย แชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นเฟเธอร์เวต ว่าจะหายเจ็บกลับมาคืนสังเวียนอีกเมื่อไร และจะลองท้าทายกติกาคิกบ็อกซิ่งอีกหรือไม่ นาบิล อานาน, ซุปเปอร์เล็ก ซุปเปอร์เล็กมวยไทย, รถถัง จิตรเมืองนนท์ หรือ พระจันทร์ฉาย พีเค.เอซีไอ.ป๋องสุพรรณ เหล่านี้ก็ต่างมีแฟนคลับติดตามเหนียวแน่น

ขณะที่แวดวงกีฬาต่างประเทศ ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกจะเป็นกีฬาที่แฟนบอลชาวไทยสนใจมากที่สุด “ปืนใหญ่” อาร์เซนอล จะสิ้นสุดการรอคอยคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกครั้งแรกนับแต่ฤดูกาล 2003-04 ได้หรือไม่ หรือจะปล่อยให้ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี ปาดหน้าไปได้อีกครั้ง ปลายเดือนพ.ค. นี้จะเป็นอันได้รู้กัน

จากนั้นพักหายใจหายคอกันไม่เท่า ศึกฟุตบอลโลก 2026 ที่แคนาดา, เม็กซิโก, สหรัฐอเมริกา เป็นเจ้าภาพ ได้ฤกษ์เปิดฉากระหว่าง 11 มิ.ย.-19 ก.ค. ซึ่งเป็นครั้งแรกที่มีถึง 48 ชาติในรอบสุุดท้าย หวดกันสนั่นมากถึง 104 แมตช์ ในเวลา 38 วัน เทียบกับครั้งก่อนที่กาตาร์ 2022 หวดกัน 64 แมตช์ใน 28 วัน นับเป็นฟุตบอลโลกที่ยาวนานสุดในประวัติศาสตร์ เวลาการแข่งขันมีตั้งแต่ดึกไปจนถึงเช้า แฟนลูกหนังเตรียมวอร์มร่างกายให้พร้อมกันได้เลย

ส่วนมหกรรมกีฬาเอเชียน เกมส์ 2026 ระหว่าง 19 ก.ย.-4 ต.ค. ที่ไอจิ-นาโกยา ประเทศญี่ปุ่น ชิงชัย 42 ชนิดกีฬา รายงานระบุว่าเจ้าภาพทุ่มงบประมาณไปมากกว่า 20,000 ล้านบาท (ซึ่งคงเทียบไม่ได้กับซีเกมส์ 2025 ที่ประเทศไทยใช้งบไปแค่ราว 2,000 ล้านบาท) ดังนั้นรอชมความยิ่งใหญ่อลังการในการเป็นเจ้าภาพของญี่ปุ่นกันได้เลย ส่วนชาวไทยเตรียมเอาใจช่วยทัพไทย หลังจากที่คว้าไป 13 ทอง 21 เงิน 20 ทอง รั้งอันดับ 8 ในเอเชียนเกมส์ครั้งก่อน นับเป็นความท้าทายอย่างยิ่ง เพราะเอเชียนเกมส์คืออีเวนท์ใหญ่ระดับของจริง เป็นรองก็แค่โอลิมปิคเท่านั้น

นอกจากนี้ยังมีอีกสารพัดกีฬาให้ลุ้นกันไม่ได้ขาด ไม่ว่าจะเป็นเทนนิสที่แข่งกันทั้งปี เช่นเดียวกับ การแข่งขันฟอร์มูล่า วัน และ โมโต จีพี ที่สนามแรกจะแข่งกันที่บุรีรัมย์, ช่วงกลางเดือนเม.ย. สนุ้กเกอร์ชิงแชมป์โลก ที่ครูซิเบิล เธียเตอร์ และฟุตบอลลีกยุโรปก็จะกลับมาเปิดฤดูกาลใหม่ในเดือนส.ค. ไม่นานหลังฟุตบอลโลกจบลง

สรุปแล้วสีสันกีฬามีให้ติดตามกันทั้งปี ไม่มีเหงาแน่นอน.