ผลเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ได้กลับมาบริหารเมืองหลวงอีกครั้งตามคาด ผิดคาดคือ ที่คิดว่าชัชชาติต้องลุ้นคะแนนให้ถึงล้าน ปรากฏ ชัชชาติรีเทิร์นกวาดไปถึง 1,537,784 คะแนน (เทียบ 4 ปีก่อนที่แลนด์สไลด์ 1.3 ล้านคะแนน) ทิ้งอันดับ 2 ติ่ง มัลลิกา มหาสุข บุญมีตระกูล (อิสระ) ที่ 304,494 คะแนน, “ดร.โจ” ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร พรรคประชาชน 188,144 คะแนน และ อนุชา บูรพชัยศรี ประชาธิปัตย์ 106,739 คะแนน มีผู้มาใช้สิทธิ 2.3 ล้านคน หรือ 52.79% คนมาใช้สิทธิน้อยลง แต่ ชัชชาติได้คะแนนมากขึ้น ได้ไป 65.77% ของผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง
กินน้ำ “ใบบัวบก” ไม่พ้น ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ความเห็นหลังรู้ผล พูดอะไรก็ถูก แต่ยังน่าสนใจอยู่ดี มากสุด คือ พรรคส้มผิดทั้งยุทธศาสตร์และยุทธวิธี ส่ง ดร.โจ ลงแข่งทั้งที่รู้ผล แม้หลายคนเสนอไม่ให้ส่งผู้ว่าฯ ให้โฟกัสที่เลือก สก.อย่างเดียว แต่ผู้นำระดับสูงไม่ยอมฟัง มั่นใจตนเองเกินไป ขณะ ดร.โจ มาช้า (เพราะหาใครไม่ได้) พูดไม่เก่ง ไม่หวือหวา นโยบายไม่โดดเด่น โจมตีเรื่องทุจริตคอร์รัปชัน กระทั่ง ปมตั้ง ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ เป็นประธานทีมที่ปรึกษา
จะวิจารณ์ส้มพ่ายเรื่องไหน ก็อาจมีส่วนทั้งนั้น เป็นอีกบทเรียนที่ส้มต้องไปทบทวน (รวมทั้งกรณีพ่ายยับการเลือกนายกเมืองพัทยาและ สม.เมืองพัทยาด้วย) แต่เราเห็นต่าง กรณีจิกกัด “คอร์รัปชัน” ไม่ใช่เหตุนำการพ่ายแพ้มาให้ส้ม การเอาขยะขึ้นมาบนพรม อย่าง 27 โครงการซื้อ “ลู่วิ่ง” ที่แสนแพง 7-8 แสนต่อเครื่อง ทั้งที่ซื้อจริงไม่ถึงแสน ตรวจแค่ 14 เรื่องลงโทษปรับแค่ 600 บาท สมควรถูกด่านะ ไม่ใช่อคติ โจมตีเรื่อยเปื่อย ชัชชาติทำเรื่องนี้น้อยไปจริง ก็ถูกแล้วที่หลังชัยชนะใหม่ ชัชชาติยัน 4 ปีหลังจะปราบทุจริตให้เข้ม นอกจากเรื่องจะทำ 100 วันแรกใน 250 แผนงานที่ตั้งไว้
แต่ก็อย่าลืม แม้แพ้ยับเลือกผู้ว่าฯ กทม.แต่พรรคส้มก็คว้า สก.ได้ 22 ที่ จากทั้งหมด 50 ที่นั่ง แม้ไม่ถึงครึ่ง ก็ไม่น่าเกลียด เพราะอารมณ์ก่อนเลือกตั้ง ใครลงสมัครอิสระได้เปรียบเห็น ๆ ผู้สมัคร สก. หลายคนถอดสีเสื้อเก่าทิ้งมาสวมเสื้ออิสระ โหนกระแส เพราะรู้คนเบื่อการเมือง นักการเมือง กี่โพล ก็อยากได้ ผู้สมัครอิสระ หากไม่ใช่กระแสพรรคส้มที่ทำหน้าที่ฝ่ายค้านได้แข็งแกร่ง จุดยืนประชาธิปไตยยังเข้มข้นแล้ว ส้มไม่ได้ สก. 22 ที่นั่งหรอก
ปัญหาคือ พรรคส้ม จะคว้าเก้าอี้ประธานสภา กทม.ไว้ได้หรือไม่ หลังได้ สก.มากสุด (ส้ม 22, เพื่อไทย 4, คนทำงาน 11, อิสระ 3, ปชป. 8, เบ็ตเตอร์กรุงเทพ 2 คน ) บทเรียนราคาแพงตอนเสียเก้าอี้ประธานสภาให้ “วันนอร์” นั้นไม่ควรโง่ซ้ำซากอีก อย่าให้คนตราหน้า ส้มทำงานกับใครก็ไม่ได้?!?
คลิกดูผลการนับคะแนนเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.และ สก.
กลับมาที่ ซูเปอร์แลนด์สไลด์ สรุปย่อจาก FB ธีรภัทร เจริญสุข 1 ในทีมทำงาน ชัชชาติ ทำให้เห็นเบื้องหลังการทำงานที่ละเอียด ประณีต ไม่ประมาท นอกจากผลงาน 4 ปี ที่คนกรุงสัมผัสได้ ทั้งจุดน้ำท่วมซ้ำซากแห้งเร็วขึ้น ฟุตปาธเรียบขึ้น สวนหย่อมมากขึ้น เก็บขยะตรงเวลาขึ้น แผ่นดินไหว ตึก สตง.ถล่ม ถนนยุบ ชัชชาติ ลุยปัญหาถึงที่แล้ว…
ความประณีต ยังไปถึงสถิตินอกกรอบ เช่น เพจ TRAFFY FONDUE ทีมงานคำนวณว่า มีคนร้องเรียนมา 1.3 ล้านเรื่อง ปรากฏ 8 แสนคนให้คะแนนพึงพอใจมากถึง 80% 80% ของ 8 แสนเรื่อง คือ 6.4 แสนเรื่อง ถ้าร้องมาคนละ 2 เรื่องก็ 3.2 แสนคน เท่ากับชัชชาติตุนไว้แล้ว 3.2 แสนคะแนน หรือ การตื่นตี 4 วิ่งออกกำลัง (แทบ) ทุกเช้าจากทองหล่อไป กทม. เสาชิงช้า ตลอด 4 ปี สมมุติสัมผัสผู้คนตัวเป็น ๆ ตลอดทางวันละ 50 คน แปรผลได้อีก 6-7 หมื่นคะแนน
“ทีมแคมเปญ ทีมเก็บสถิติ ทีมผลงาน ทีมพื้นที่ ทีมกฎหมาย ทีมพีอาร์ ทีมครีเอทีฟ ทำงานวันต่อวัน ชั่วโมงต่อชั่วโมง รับมือความแปรผันและวิกฤติ ตลอดเวลาของการเตรียมเลือกตั้ง” นี่คือ เบื้องหลัง 1.5 ล้านคะแนน
ชัยชนะของชัชชาติ เที่ยวนี้สถานีต่อไปคือ เก้าอี้นายกรัฐมนตรี แม้เจ้าตัวจะโบกมือปฏิเสธลั่น ไม่ไหวไกลไป ขอลุย
งาน กทม. ดีกว่า แต่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ หลายคนมองข้ามช็อต…ไปถึงเลือกตั้งสนามใหญ่แล้ว.
ดาวประกายพรึก



