ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้เผยแพร่ภาวะเศรษฐกิจไทยเดือนมิ.ย. ทรงตัวจากเดือนก่อน โดยภาพรวมเศรษฐกิจทั้งไตรมาส 2 ปีนี้ ถือว่าเป็นไตรมาสที่เศรษฐกิจขยายตัวต่ำที่สุดแล้วในปีนี้ และในไตรมาส 3 หวังว่าจะผ่อนคลายและจะขยายตัวมากกว่าในไตรมาส 2 จากมาตรการกระตุ้นของรัฐ ที่ได้เริ่มตั้งแต่เดือน มิ.ย.-ก.ย.69
ขณะที่ดุลบัญชีเดินสะพัด ในช่วงเดือนมิ.ย.69 ขาดดุล 3,500 ล้านดอลลาร์ ลดลงจากเดือนก่อนหน้าที่อยู่6,400 ล้านดอลลาร์ จากดุลบริการ รายได้และเงินโอนที่ปรับดีขึ้นหลังหมดช่วงส่งกลับกำไร และเงินปันผล ส่วนดุลการค้ายังขาดดุลใกล้เคียงกับเดือนก่อน อยู่ที่ 2,700 ล้านดอลลาร์ จากหมวดพลังงานที่ทยอยลดลงจากเดือนก่อน เพราะราคาลดลง แต่เดือน มิ.ย. ราคาทองคำปรับลดลง และทำให้นำเข้าทองคำเร่งขึ้น
ด้านค่าเงินบาทอ่อนค่าช่วงที่ผ่านมา จากผลธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟด ในเดือนมิ.ย. สะท้อนดำเนินนโยบายเข้มงวด และอาจปรับขึ้นดอกเบี้ยในช่วงครึ่งหลังของปี และอ่อนค่าจากการปิดรับความเสี่ยงของนักลงทุน (risk off) หลังสงครามสหรัฐและอิหร่านกลับมามีความตึงเครียด ทำให้ดัชนีค่าเงินบาท (NEER) เดือนมิ.ย. และเดือนก.ค.69 อ่อนค่ามากกว่าคู่ค้าคู่แข่ง จากความน่ากังวลของตลาดที่คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันกลับมาสูงขึ้น
น.ส.ชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายองค์กรสัมพันธ์ และโฆษก ธปท. ระบุว่า จากการที่กระทรวงการคลังสหรัฐ (U.S. Treasury) ทำการประเมินนโยบายการค้าและอัตราแลกเปลี่ยนของประเทศคู่ค้าสำคัญทุกครึ่งปี (ใช้ข้อมูล 12 เดือน) โดยจะพิจารณาจากเกณฑ์ 3 ด้าน ได้แก่ 1.การเกินดุลการค้าสินค้าและบริการกับสหรัฐฯ อย่างมีนัยสำคัญ คือ มากกว่า 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ 2.การเกินดุลบัญชีเดินสะพัดมากกว่า 3% ของจีดีพี และ 3.การแทรกแซงค่าเงินอย่างต่อเนื่องหรือไม่
สำหรับประเทศไทยในรอบการประเมินล่าสุด ประเทศไทยยังอยู่ในการเฝ้าระวังบิดเบือนค่าเงิน หรือ Monitoring List แม้จะเข้าเกณฑ์เหลือเพียง 1 ใน 3 เท่านั้น ลดลงจาก 2 ใน 3 ในรอบก่อนหน้าซึ่งเป็นเกณฑ์กำหนดให้เป็นประเทศที่ถูกเฝ้าระวัง โดยสหรัฐระบุว่าถ้าจะทำให้ถอดออกจาก Monitoring List จะต้องผ่านเกณฑ์อย่างน้อย 2 รายงาน เพื่อติดตามการทำนโยบายประเทศนั้นอย่างใกล้ชิด
อย่างไรก็ตามถ้าหากพิจารณาไม่ติดเกณฑ์เพิ่มขึ้น คาดว่าในรายงานฉบับถัดไปของประเทศไทยที่จะใช้ข้อมูลเดือน ก.ค. 68-มิ.ย. 69 ซึ่งติด 1 ใน 3 เกณฑ์เหมือนเดิม จะทำให้ไทยพ้นการเฝ้าระวังในการรายงานรอบถัดไป โดยจะติดตามการประเมิน Currency Manipulator ของ U.S.Treasury ต่อไป



