เมื่อเวลา 08.30 น. ที่สำนักงาน กสทช. สมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิตอล (ประเทศไทย) นำโดย นายอดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ กรรมการสมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิตอล (ประเทศไทย) ได้เข้ายื่นหนังสือถึง ศาสตราจารย์คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และกรรมการ กสทช. รวมทั้ง 7 คน ก่อนการประชุม กสทช. ท่ามกลางข้อกังวลเกี่ยวกับสถานะและการปฏิบัติหน้าที่ของประธาน กสทช. ภายหลังมติคณะกรรมการสรรหาเมื่อวันที่ 17 ก.ค. ที่ผ่านมา โดยมี นายรัชตะพงศ์ พินทุเสนีย์ ผู้อํานวยการส่วนประจําสํานักงาน รักษาการแทน ผู้อํานวยการสํานักสื่อสารองค์กร สํานักงาน กสทช. เป็นผู้รับมอบ

นายอดิศักดิ์ กล่าวว่า สมาคมฯ มีข้อกังวล การประชุมและลงมติในวาระสำคัญในการประชุมบอร์ด ในขณะช่วงที่ยังมีข้อถกเถียงทางกฎหมายเกี่ยวกับคุณสมบัติของประธาน กสทช. อาจนำไปสู่ข้อโต้แย้งต่อความชอบด้วยกฎหมายของมติในภายหลังได้ โดยเฉพาะในประเด็นเกี่ยวกับคุณสมบัติของประธาน กสทช. แม้เรื่องดังกล่าวยังมีกระบวนการตามกฎหมายที่ต้องดำเนินการต่อ แต่สมาคมฯ เห็นว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอาจทำให้เกิดข้อถกเถียงเกี่ยวกับการเรียกประชุม การทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ตลอดจนการร่วมพิจารณาและลงมติในเรื่องสำคัญ ซึ่งหากการประชุมจะดำเนินต่อไป ในความเห็นส่วนตัว กสทช. ทั้ง 6 คน ประชุม โดยทางประธานไม่ควรเข้าร่วมประชุมและลงมติในวาระต่างๆ 

ทั้งนี้ การประชุม กสทช. วันที่ 27 ก.ค. ถูกจับตาเป็นพิเศษ เนื่องจากมีเรื่องสำคัญที่เกี่ยวข้องกับอนาคตอุตสาหกรรมโทรทัศน์ ได้แก่ Digital TV Roadmap และ National Streaming Platform (NSP) ซึ่งจะมีผลต่อทิศทางการเปลี่ยนผ่านของกิจการโทรทัศน์ไทยในระยะต่อไป

โดยเฉพาะ Digital TV Roadmap ซึ่งก่อนหน้านี้ที่ประชุม กสทช. ได้กำหนดให้สำนักงาน กสทช. นำกลับมาเสนอเพื่อพิจารณาภายใน 30 วัน และขณะนี้ครบกำหนดแล้ว ขณะที่ผู้ประกอบการต้องการความชัดเจนเพื่อเตรียมการก่อนใบอนุญาตโทรทัศน์ดิจิทัลปัจจุบันสิ้นสุดลงในปี 2572

ส่วน National Streaming Platform เป็นอีกเรื่องสำคัญต่อการวางโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการเผยแพร่คอนเทนต์ของอุตสาหกรรมโทรทัศน์ผ่านระบบออนไลน์ รองรับพฤติกรรมผู้ชมที่เปลี่ยนจากการรับชมผ่านโทรทัศน์ภาคพื้นดินไปสู่การรับชมผ่านอินเทอร์เน็ตและแพลตฟอร์มดิจิทัลมากขึ้น

ทั้งนี้ในหนังสือระบุว่า สมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิตอล (ประเทศไทย) มีสมาชิกเป็นผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิทัล ทั้งประเภทบริการทางธุรกิจและบริการสาธารณะ รวม 15 ใบอนุญาต จึงเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการกำหนดทิศทาง Digital TV Roadmap และนโยบายที่เกี่ยวข้องกับอนาคตอุตสาหกรรม

หนังสือยังอ้างถึงมาตรา 23 แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งกำหนดหลักเกี่ยวกับการประชุมและการลงมติของ กสทช. รวมถึงกรณีที่มีการพิจารณาเรื่องที่กรรมการผู้ใดมีส่วนได้เสีย ซึ่งกรรมการผู้นั้นไม่มีสิทธิเข้าประชุม

สมาคมฯ จึงเห็นว่า ก่อนเข้าสู่การพิจารณาและลงมติวาระสำคัญ ควรมีความชัดเจนในข้อกฎหมายเกี่ยวกับสถานะและการปฏิบัติหน้าที่ของประธาน กสทช. เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่มติซึ่งเกิดขึ้นอาจถูกโต้แย้งในภายหลัง

อย่างไรก็ตาม สมาคมฯ ยืนยันว่าไม่ได้ต้องการให้ปัญหาเกี่ยวกับคุณสมบัติของประธาน กสทช. กลายเป็นเหตุให้การทำงานของ กสทช. หรือการกำหนดอนาคตของอุตสาหกรรมต้องหยุดชะงัก

โดยเฉพาะ Digital TV Roadmap ที่สมาคมฯ เห็นว่าจำเป็นต้องเดินหน้าและไม่ควรถูกเลื่อนออกไปอีก แต่การพิจารณาและลงมติต้องอยู่ภายใต้กระบวนการที่มีความชัดเจนและมั่นคงทางกฎหมาย เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถใช้เป็นกรอบวางแผนการดำเนินงานในระยะต่อไป

สมาคมฯ จึงเสนอให้กรรมการ กสทช. ทั้ง 7 คน พิจารณา 3 ประเด็น คือ ตรวจสอบความชัดเจนทางกฎหมายเกี่ยวกับสถานะและการปฏิบัติหน้าที่ของประธาน กสทช. ภายหลังมติคณะกรรมการสรรหา เร่งพิจารณา Digital TV Roadmap ตามกรอบ 30 วันที่กำหนดไว้ และทำให้การประชุมและลงมติในวาระสำคัญดำเนินไปโดยปราศจากข้อสงสัยทางกฎหมาย