@การเมืองใน”โหมด” ของการ”เลือกตั้ง” เรื่องการ”บริหารประเทศ”ของ”รัฐบาลรักษาการ” วาง”น้ำหนัก”อ ในเรื่องของ”ความมั่นคง” นั้นคือ สถานการณ์ การ”สู้รบ” ระหว่าง”กองทัพไทย”กับ”กองทัพกัมพูชา”เป็น”ด้านหลัก” แม้ว่า”ยุทธการ” และ ”ยุทธวิธี” เป็น ”หน้าที่” ของ”กองทัพ” ที่รวมพลังกันทั้ง “ทัพบก,ทัพอากาศ” และ”ทัพเรือ” แต่” หลักใหญ่ใจความ” ยังเป็น ”บทบาท” ของ”รัฐบาล” ในการ”สั่งการ” และการ”ตัดสินใจ” รวมทั้งเรื่องของ”การทูต” ที่ต้องสร้างความ”เข้าใจ” กับ” นานาชาติ”  ซึ่งแม้ว่า ”สีหนาท พวงเกตุแก้ว “ รองนายกรัฐมนตรี” และ”รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ” และ”คณะ  จะมีความ ”รวดเร็ว” ในการ”ตอบโต้” กับ”ข้อมูลข่าวสาร” ที่”เป็นเท็จ” ของ”กัมพูชา”รวมทั้ง”ไทย” มี”หลักฐาน” ที่”รวบรวม” จาก ” ที่”สู้รบ”  ที่”กัมพูชา” ยิง”กระสุน” ใส่”พลเรือน” ใน หลายพื้นที่ของ 7 จังหวัด ด้าน”ตะวันออก” เพื่อ แสดงให้”นานาชาติ” ได้เห็น ถึงการที่”กัมพูชา” กระทำต่อ”พลเรือน” หรือ”ประชาชนไทย”…..แต่ ก็ต้องตั้งเป็น”ข้อสังเกต”ว่า “อากัปกิริยา” ของประเทศต่างๆ ก็”รับฟัง” แต่ไม่ แสดงเจตนา ให้”ขัดเจน” ว่า”กัมพูชา” คือผู้”ก่อสงคราม” และ”รัฐบาล”ต้อง”สั่งการ” ให้ ”กองทัพ” ตอบโต้ เพื่อ ”ปกป้อง” อธิปไตย” และความ”ปลอดภัย”ของ”ประชาชน” และดูเหมือน”นานาชาติ” จะ”โน้มเอียง” ไปทางฝั่ง”กัมพูชา” และ”พยายาม” ที่จะ”ส่งเสียง” ให้”รัฐบาลไทย” สั่งให้”กองทัพ” เร่ง”ยุติ” การ”สู้รบ” และกลับมาสู่โต๊ะการ ”เจรจา”ทำไม”อากัปกิริยา” ขอ ง” นานาชาติ” จึงเป็นเช่นนี้ เรื่องนี้ต้อง”วิเคราะห์” เพื่อหา”บทสรุป” เพราะหากยังปล่อยให้เป็นเช่นนี้ จะไม่เป็น”ผลดี” กับ”ประเทศไทย” ใน”เวทีสากล” และจะเป็น”ความจริง” ที่ว่าการ”สู้รบ” ระหว่าง ”ไทย” กับ ”กัมพูชา” ไทยชนะศึก” แต่ ”แพ้สงคราม”…..

@ข้อเท็จจริง”สันดานเขมร” เป็นอย่างไรก็”เห็นชัด” จากการ” เจรจา” ครั้งล่าสุด เมื่อวันที่ 25 -27 ที่”จันทบุรี” ที่”ทางหนึ่ง” มีการ”เจรจา” เพื่อ”ยุติ”การ”สู้รบ” แต่”ทางหนึ่ง” กัมพูชา”ยังใช้”อาวุธหนัก” ยิงใส่”พื้นที่พลเรือน” และ”โหมกำลัง” เพื่อ” ยึดพื้นที่ต่างๆ เช่น”ภูมะเขือ” และ”อื่นๆ ที่อยู่ในการ”ยึดครอง”ของ”ทหารไทย” ซึ่งเป็นการ”ชี้ชัด”ว่า” สันติภาพ” ไม่มี”อยู่จริง” และการ”เจรจา” ครั้งนี้ ระหว่าง”ไทย”กับ”กัมพูชา” ควรจะเป็นการ”เจรจา” ของ”สองฝ่าย”  เป็นครั้ง”สุดท้าย” ถ้า “กัมพูชา” ยังไม่”จริงใจ”  ไม่ ปฏิบัติตามข้อ”ตกลง” ไม่ควรมีการ”เจรจา” ครั้งต่อไป มีทางเดียวคือการ”ใช้กำลัง” ในการ”ทำลาย” ให้”อำนาจทางทหาร”ของ”กัมพูชา” หมด”ศักยภาพ” ในการ”คุกคาม” ความ”มั่นคง” ของ”ประเทศไทย”  เป้าหมาย” ที่ต้อง”ทำลาย” คือ”คลังอาวุธคลังกระสุน”และ”คลังน้ำมันเชื้อเพลิง” …..ติดตามการ”สู้รบ” ของ”กัมพูชา” มาแต่ต้น พบว่า”กระสุนปืน”ที่เป็น”อาวุธหนัก”ของ”กัมพูชา” ใช้ยิงอย่าง”ฟุ่มเฟือย” แสดงให้เห็นว่ามี”คลังกระสุน” ให้ใช้แบบ”ไม่ขาดมือ” รวมทั้ง”น้ำมันเชื้อเพลิง” ที่มีการ”สำรอง”ไว้อย่าง”เหลือเฟือ” ถ้าไม่ใช่เป็นการเตรียมการทำ”สงคราม” มาก่อน คงจะไม่เป็นเช่นนี้   หากไม่มีการ”เตรียมการ”หรือ”วางแผน”มาก่อน ก็ แสดงให้เห็นว่ามี”ประเทศที่สาม” เป็นผู้”สนับสนุนเรื่อง”กระสุนปืน” และ”ยุทธโธปกรณ์” รวมทั้งในเรื่อง”น้ำมันเชื้อเพลิง” ที่หลังจาก” พล.ท.วีรยุทธ์ รักศิลป์” แม่ทัพภาคที่ 2 ให้”อำนาจ” สั่ง”ระงับ” การส่ง”น้ำมัน”ให้”กัมพูชา” กัมพูชา ก็ไม่ได้”สะทกสะท้าน” เพราะ”กัมพูชา” ซื้อน้ำมันจาก” สปป.ลาว” ที่”พ่อค้าน้ำมันไทย” ไปขายให้กับ” สปป.ลาว” โดยไม่ต้อง”รับรู้” ว่า”ผู้ค้าน้ำมัน” ใน”สปป.ลาว” จะส่งไปให้”กัมพูชา” หรือไม่ เพราะ”พ่อค้า” ย่อมมอง”กำไร” เป็นที่ตั้ง  รวมทั้งสามารถ”ตะแบง” ได้ว่า ไม่ได้”ส่งขาย” ให้”กัมพูชา” แต่ขายให้”สปป.ลาว” ต่างหาก และอีก 2 เส้นทางในการ”ซับพอร์ต” น้ำมันเชื้อเพลิงให้”กัมพูชา” ทำ”สงคราม”กับ”ประเทศไทย” โดยไม่”ขาดแคลนน้ำมัน” ทั้งที่”กัมพูชาไม่มีการ”ขุดเจาะน้ำมัน” และไม่มี”โรงกลั่น” น้ำมันที่ “กัมพูชา” ใช้มาจาก” สิงคโปร์” ซึ่งมี”จ็อบเบอร์” ที่เป็น”คนไทย” เป็นผู้”ส่งออก” และ”น้ำมันเถื่อน” ของ”เครือข่ายเสี่ยโจ้” ที่ส่ง”น้ำมันจาก”มาเลเซีย”และ”สิงคโปร์” ให้กับ”กัมพูชา” โดยที่” กองทัพเรือ” และ”ศรชล” นั่งมอง”ตาปริบๆ” โดยอ้างว่า “เส้นทางน้ำมันเถื่อน” เป็น”น่านน้ำสากล” ไม่ได้เข้ามาใน”น่านน้ำไทย” ดังนั้นถ้า”แหล่งทุน” ของ”กัมพูชา” คือ”สแกรมเมอร์”ยังไม่ถูก”ทำลาย”ให้”หมดสิ้น” กัมพูชา” ยังมี”เงินสีดำ” ในการซื้อ”อาวุธ” และ”น้ำมัน” มาเพื่อ”รุกรานไทย” ได้อย่างไม่”ขัดสน” ในขณะที่”กองทัพไทย” ต้อง”แบกรับ” งบประมาณ ที่ต้องใช้ในการ”สู้รบ” อย่าง”ระมัดระวัง”…..

@ข่าวว่า”จีน” ซึ่งยังมีลักษณะ” อีหลักอีเหลื่อ” ทั้งความ”สัมพันธ์” กับ”ไทย” และ”กัมพูชา” แบบ”รักพี่เสียดายน้อง” มีการ “ส่งสาร” ให้” รัฐบาลไทย” และ”กัมพูชา” ไป”เจรจาต้าอ่วย”กันที่”คุณหมิง” สาธารณรัฐประชาชนจีน” เมื่อวันที่ 28 ธ.ค.ที่ผ่านมา เพราะ”จีน” ที่ยังมี”ผลประโยชน์”ใน”กัมพูชา” ต้องการให้ทั้ง”ไทย” และ”กัมพูชา” ยุติการ”สู้รบ” และหันมา”โอโลมปฏิโลม” บนโต๊ะ”เจรจา” กันอีกรอบ โดย”จีน” รับเป็น”คนกลาง” เรื่องนี้ถ้า”จีน” ต้องการ”ช่วยไทย” จริง ก็ไม่”เหลือบ่ากว่าแรง” ของ”รัฐบาลจีน” เพราะ”จีน” มี”อิทธิพล” ที่สามารถ”บีบคอ” ของ” ฮุนเซ็น” และ”ฮุนมาเน็ต” สองพ่อลูก ที่เป็นผู้นำ”กัมพูชา” อยู่แล้ว เช่นเดียวกับ” สหรัฐอเมริกา” ที่หากมีความ”จริงใจ” กับ”ไทย” ที่เป็น”พันธมิตร”กันมาเกือบ 100 ปี ก็สามารถที่จะ”บีบ” ให้”กัมพูชา” หยุดการ”รุกรานอธิปไตย” ของ”ประเทศไทยได้ แต่ ทั้ง”สองมหาอำนาจ” ไม่ทำ เพราะ”มหาอำนาจ” ก็มีเรื่อง”ผลประโยชน์”ของ”ตนเอง” เข้ามาเกี่ยวข้อง นั้นเอง…..แต่ไม่ว่าจะอย่างไร การ”เจรจา” ที่เกิดขึ้นมา และมาจาก”สองมหาอำนาจ” ทั้ง”จีน”และ”อเมริกา” รวมทั้งอาจจะมาจาก”ประธานอาเซียนคนใหม่”คือ” ประธานาธิบดีประเทศฟิลิปปินส์” ที่มาแทน” อันวาร์ อิบราฮิบ” นายกรัฐมนตรีประเทศมาเลเซีย ที่ต้องพ้นตำแหน่งในปี 2568 สิ่งที่”รัฐบาล” และ”กองทัพ” ต้อง”ยอมไม่ได้”คือการ”ถอนทหาร” กลับจากพื้นที่ซึ่ง”ไทยยึดได้” กลับมายัง”จุดเดิม” ตามข้อเรียกร้องของ”กัมพูชา”เพราะถ้าทำเช่นนั้น “รัฐบาล” และ”กองทัพ” จะมีคำตอบกับ” ทหารหาญ” ผู้”พลีชีพ” และ”ผู้”บาดเจ็บ พิการ”ได้อย่างไร ทุกอย่างที่”โถม” ลงไปทั้ง”งบประมาณ” และ”กำลังทหาร” จะ”เสียเปล่า” อย่างนั้นหรือ….

@รู้นะว่า วันนี้”อนุทิน ชาญวีรกุล” นายกรัฐมนตรี รวมทั้ง”ผู้นำกองทัพ” ถูก”บีบ” จาก”มหาอำนาจ” จน”หน้าเขียว” ในการให้”รัฐบาล” และ”กองทัพ” ยุติการ”สู้รบ” และ เชื่อว่า”ทั้งรัฐบาล” และ”กองทัพ” รวมทั้ง”ประชาชน” ใน”แนวชายแดน” ที่ได้รับความ”เดือดร้อน” จากการ”สู้รบ” ต้องการเห็นความ”สงบ “กลับคืนมา แต่ความ”สงบ”และ”สันติ” ที่ได้มา”ประเทศไทย” ต้องไม่”สูญเปล่า” กับ”ชีวิต”ของ”ทหารหาญ” และ”งบประมาณแผ่นดิน” ในการทำ”ศึกสงคราม” ครั้งนี้ นั้นคือ”รัฐบาล” และ”กองทัพ” ต้องไม่ยอมให้ประเทศ”มหาอำนาจ” บีบบังคับให้ต้องทำตามที่”เขาต้องการ” แต่ ต้องทำตามสิ่ง”เราต้องการ” โดย เราต้องไม่”ถอย”จาก”พื้นที่” ที่เรา”ยึดครอง”ได้ทั้งหมด ถ้าไม่เป็นไปอย่างนั้น”รัฐบาล” และ”กองทัพ” ก็ต้อง”ยกระดับ” ในการ”สู้รบ” เพื่อให้”แตกหัก” เชื่อว่า”คนไทยทั้งแผ่นดิน” เห็นด้วย…..โดยเฉพาะ”งบกลาง” 500 ล้านบาทที่”รัฐบาล” อนุมัติให้”กองทัพ” ใช้ในการ”ปกป้องอธิปไตย” และความ”ปลอดภัย”ของ”ประชาชน”ใน”แนวชายแดนภาคตะวันออก” ที่มีการ”ต่อสู้” ต้องใช้ให้”เป็นประโยชน์” และต้องให้”รวดเร็ว” ทัน”สถานการณ์” ไม่ใช่ไปติด”ระเบียบ” การ”จัดซื้อ จัดจ้าง” ที่”หยุมหยิม” ผ่านหลายขั้นตอน ต้อง”ยกเว้นขั้นตอนเหล่านั้น” เพราะ”สถานการณ์”ไม่”ปกติ” แต่”ขุนทหาร” ก็อย่าได้”ฉวยโอกาส” ที่ไม่”ปกติ” ทำในสิ่งที่เรียกว่า”บังหลวง”ท่ามกลาง”ศึกสงคราม” ซึ่งหากเป็นใน”อดีต”ต้องมีการ”ตัดหัวเจ็ดชั่วโครต…. และแม้ว่าในการ”เจรจา GBC  ระหว่าง รัฐมนตรีกลาโหม “ พล.อ.ณัฐพงศ์ นาคพาณิชย์” กับ”ตัวแทนของ “กองทัพกัมพูชา” จะมีการ”ลงนาม” เพื่อ”ยุติการสู้รบ” หรือ”หยุดยิง” ตั้งแต่ เที่ยงวัน” ของวันที่ 27 ธ.ค. เป็นต้นไป แต่ก็ยังไว้วางใจไม่ได้ว่า”สันติภาพ” จะ”กลับคืนมา” เพราะ”สันดาน”ของ”เชื้อสายพระยาละแวก” อย่าง”กัมพูชา” สามารถที่จะ”ตระบัดสัตย์”ตลอดเวลา ดังนั้น”สามเหล่าทัพ” ยังต้อง”พร้อมรบ” เพื่อ”ปกป้องอธิปไตย” และความ”ปลอดภัย”ของ”ประชาชน……..

@ฤดูกาล”สาดโคลน” ทางการเมืองเริ่มแล้ว จะเห็นว่าหลังเข้าสู่”โหมดเลือกตั้ง” ทุกพรรคการเมืองต่าง”งัดวิชามาร” มาใช้ในการโจมตี”กันอย่าง”ถึงพริกถึงขิง” มีการใช้”วาทกรรม” ในการ”หาเสียง” กับ”ประชาชน” เช่น”อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รีบ”ทิ้งไพ่ใบสุดท้าย”ก่อนที่จะ”มีการสมัคร” ด้วยการ”แยกฝ่าย” ไม่ร่วม”รัฐบาล”ที่มี”พรรคกล้าธรรม” เป็น”พรรคร่วม” เพื่อแสดงให้ว่าเป็น”พรรคเทพ” ที่ไม่มีการ”สังฆกรรม”กับ”พรรคมาร” เป็นการ”แบ่งฝ่าย” เพื่อหวัง”คะแนนเสียง” แต่จะได้”คะแนน” หรือ”เสียคะแนน ยังไม่เห็น”ปรากฎการณ์” ของ”แรงกระเพื่อม” ที่ ชัดเจน และต้อง”ติดตาม”ต่อไปว่า “สุดท้ายแล้ว” ใน”พรรคประชาธิปัตย์” ผู้”สมัคร” เป็น”เทพ”โดยไม่มี”มาร” ปะปนอยู่จริงหรือไม่ เรื่องนี้ไม่ต้อง”เป็นห่วง” เพราะพอขึ้น”เวทีลุยไถ” จะมี”คู่ต่อสู้” มาบอกประชาชนเองว่า “ผู้สมัคร” แต่ละคน เป็น”ลูกเต้าเหล่าใคร” บอกแม้กระทั่ง”ปู่ทวด”เคยทำอะไรไว้บาง…. ส่วน”พรรคเพื่อไทย” มา”สไตล์เดิม” นั้นคือ”รวมได้กับทุกพรรค” เพราะเห็นชัดว่าหลังเลือกตั้ง”สมการ”ทางการเมือง” มี”ทางออก” ไม่มากนั้น การ”ปิดกั้น” ตนเอง” ตั้งแต่ยังไม่รู้ว่า”พรรคจะได้กี่เสียง” เป็น”ลำดับที่เท่าไหร่” เป็นการ”เล่นการเมือง” ที่”ฉลาดน้อย” เชื่อเถอะ “พรรคเพื่อไทย” พร้อมที่จะ”จับมือ” กับ”ภูมิใจไทย” และ”กล้าธรรม” ในการ”จัดตั้งรัฐบาล” อยู่แล้ว….ส่วน กรณี ของ”พรรคประชาชน” และ”ภูมิใจไทย” ที่ประกาศ”แยกขั้ว” ตั้งแต่ยังไม่ถึงวัน”แพ้-ชนะ” ก็ทราบกันดีอยู่แล้วว่า”พรรคประชาชน”นั้น ถ้ามี”ที่นั่ง”ไม่ถึง 250 เสียง คงไม่มีมีพรรคไหนร่วมในการ”จัดตั้งรัฐบาล”ด้วยอยู่แล้ว…..และ เชื่อว่า”ในการ”เลือกตั้ง” ครั้งนี้ แม้”หัวหน้าเท้ง” หรือ” ณัฐพงศ์ เรืองปัญญาวุธ” จะ”พูดบ่อย” ว่า”พรรคประชาชน” จะมา”ที่หนึ่ง” แต่สุดท้ายต้องดูว่า”ที่หนึ่ง” ที่ว่า คือ”กี่เสียง” เพราะฟังจาก”กูรูทางการเมือง” และติดตาม”กระแส” ของ”พรรคในหลายพื้นที่ ยังเชื่อว่า” ที่หนึ่ง” ของ”พรระประชาชน” จะมี”ที่นั่ง” ที่”น้อยกว่า” การ เลือกตั้งครั้งที่แล้ว…..

@การเมือง ในการ”เลือกตั้ง”ครั้งนี้ แม้จะเป็น”การเมือง” ที่”บิดเบี้ยว” ไม่เป็นไปตาม”ระบอบประชาธิปไตย” เพราะเป็นการเมือง”บ้านใหญ่” ที่ใช้”บารมี” และ”อิทธิฤทธิ์” รวมทั้ง”กระสุนดินดำ” เป็น”ใบเบิกทาง” นำผู้”สมัคร”ไปยัง”สภาผู้แทนอันทรงเกียรติ” และ”ประชาชน” ส่วนใหญ่ยัง”ยอมรับ” และตกอยู่ใน”อาณัติ” ใน”กติกาบูดเบี้ยว” นี้ เพราะ”ประชาชน” ยังไม่ถูกจุด”อิ่มตัว” กับการ”ซื้อสิทธิ์-ขายเสียง” ก็”ภาวนานะ” ว่าขอให้การ”เลือกตั้ง”แบบ”บ้านใหญ่” จบแค่การ”เลือกตั้งครั้งนี้ โดย”ประชาชน” ควรที่จะ”ตาแจ้ง” กับ”การเมือง”แบบ”บ้านใหญ่” ที่”สืบทอด” การเป็น”ผู้แทน” ของ”ครอบครัว” ที่ทำให้”การเมือง”ยังเป็นเรื่อง”น้ำเน่า” และนำพา”ประเทศ”ไปสู่ความ”ล้าหลัง” และ”ฉ้อราษฎร์บังหลวง” อย่างไม่มีที่สิ้นสุด…..ดังนั้น พรรคการเมืองเล็กๆ ที่ส่ง”ผู้สมัคร” ลงรับ”เลือกตั้ง” เพื่อให้เป็น”ทางเลือก” ของ”ประชาชน” ที่ต้องการหนีการเลือกตั้งแบบ”น้ำเน่า” จึงยังไม่มี”โอกาส” ที่จะส่ง”ผู้สมัคร” ให้เป็น” ผู้แทนฯ” จำนวน สส.ของ”พรรคเล็ก” จึง”กระปริดกระปรอย” ได้มีไม่ถึง 25 เสียง ไม่สามารถเสนอ”กฎหมาย” และไม่สามารถเสนอตัวเป็น”นายกรัฐมนตรี” สุดท้าย หลัง”เลือกตั้ง” สส.จาก”พรรคเล็ก พรรคน้อย” ก็ถูก”ซื้อ” หรือ”รับจ้าง” ในการ”ยกมือ” ที่เรียกว่า”กินกล้วย”…..

@ดูการส่ง”ผู้สมัคร” ของ”พรรคประชาธิปัตย์” ทั้งประเทศ และที่”ภาคใต้” ซึ่งเป็น”ฐานเสียงเดิม”ของ”พรรคแม่ธรณีบีบมวยผม” ครั้งนี้เป็น”เลือดใหม่” เกือบ 100 % เป็นการ”ถ่ายเลือด” ทาง”การเมือง” อย่าง”แท้จริง” และเป็นการ”ท้าทาย”ของ”กระแสการเมือง” ว่า”แนวทาง”การเมือง”สุจริต”ของ”อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” หัวหน้าพรรค สามารถ”ตอบโจทย์” ของ”การเมือง”ณ วันนี้ได้หรือไม่  โดยเฉพาะที่”ภาคใต้” อดีต สส.ของ”ประชาธิปัตย์” เหลือเพียงไม่กี่คน อาทิ “ศักดิ์สิทธ์ ขาวทอง” ใน เขต 9 สงขลา  และที่ จ.นครศรีธรรมราช”ที่ยังมี”สองพี่น้องเดชเดโช” ที่ยังอยู่กับ”ประชาธิปัตย์”และที่ เขต 4 จ.ตรัง บ้าน”นายหัวชวน” ที่ยังเหลือ “กาญจณ์ ยังปอง” ที่”โกหน่อ” สมชาย สถาพรธิพิธ” เหลือไว้ให้ ส่วนที่”พัทลุง” ทั้ง”ร่มธรรม” ขำนุรักษ์” อดีต สส.เขต 3 และ”สุพัชรี ธรรมเพชร” คนหนึ่งไป”ภูมิใจไทย” คนหนึ่งไป”กล้าธรรม”  ที่ “พัทลุง” ต้อง”จับตาเป็นพิเศษ” เพราะ”บ้านใหญ่ธรรมเพชร” ส่งผู้สมัคร 2 คน 2 พรรคใหญ่ “สุพัชรี ธรรมเพชร” ลงเขต 1 ในขณะที่”นิธิศักดิ์ ธรรมเพชร” ลูกชาย นายก อบจ.พัทลุง อดีต “สส.พรรครวมไทยสร้างชาติ” ลงเขต 2 ซึ่งคู่ต่อสู้ก็คือ”ผู้การจุน”ที่เป็น”มวยสร้าง” ของ”ภูมิใจไทย” และ”ปลัดเม่น” เป็นการ”ประชันขันแข่ง”ของ”บ้านใหญ่ธรรมเพชร” และ”บ้านใหญ่”นาที รัชกิจประการ”หรือ”มนตรี” ซึ่งครั้งนี้”ภูมิใจไทย” ไม่ได้หวังเพียง 2 เขต แต่ต้องการ”กวาด” ทั้ง 3 เขต ข่าวว่า” มือทำงาน” มีงานทำแล้ว ตำรวจ และ กกต. เห็นความ”ความผิดปกติ” มั้งแล้วม้าย” ให้ดี” พล.ต.ต. เชาวลิตร เลี้ยงสุพงศ์” ผบก.ภ.จว.พัทลุง ทำแผน”กวาดล้างอาวุธสงคราม” แต่ เนินๆ ก็น่าจะดี….

@จับตาอีกหนึ่งพรรค ที่การเลือกตั้งครั้งก่อนเป็น”แชมป์” ในพื้นที่”ปลายด้ามขวาน” นั้นคือ”พรรคประชาชาติ” ที่ ณ วันนี้มี “ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง” เป็น”หัวหน้าพรรค ครั้งนี้”มักน้อย” ส่ง”ผู้สมัคร”เพียง 15 เขต คือ”13 เขต ของ”ปัตตานี ยะลา นราธิวาส” และ”เขต 7 เขต 8 ของ จ.สงขลา และ ตรวจดู”รายชื่อ” กรรมการบริหารพรรค ที่ไม่มี”นายทุน” ให้การ”สนับสนุน” เหมือนการ”เลือกตั้ง” 2 ครั้งที่ผ่านมา รวมทั้งความ”คึกคัก” ในการ”รับศึก” ที่ครั้งนี้”หนักหนาสาหัส”กว่า 2 ครั้งที่ผ่านมา ก็ค่อนข้าง”เงียบเหงา” ใน พื้นที่ ปัตตานี และ นราธิวาส “คู่แข่ง” จาก” กล้าธรรม” และ”ภูมิใจไทย” แข็งแกร่ง”  เหลือเพียง”จ.ยะลา” ที่”ประชาชาติ เหนือกว่า แต่”ไม่มาก” ดู”สถานการณ์” ของ”ประชาชาติ” น่าจะ”เหนื่อย”กับการ”ต่อสู้”ยิ่งต้องเสีย”มิตรร่วมรบ” ทั้ง”เศรษฐ์ อัลยุฟรี” นายก อบจ.ปัตตานี “มุข สุไลมาน” และ”อารีเพ็ญ อุตรสินธุ์” และที่ “สำคัญ” ที่ไม่เป็นไปตาม”ดีล”คือ” กูเซ็ง ยาวอหะซัน” นายก อบจ.ตลอดกาล ที่ ครั้งแรก คาดว่าจะเป็น”หัวหอก” ในการ”เพิ่ม” จำนวน สส.ให้กับ”ประชาชาติ” และหลังการ”ถอนตัวของกลุ่มทุน” ทุกอย่าง”ล้มเหลว” จำนวน สส.ของ”ประชาชาติ” จะได้ไม่เท่าเดิม ที่”สำคัญ” คะแนนปาร์ตี้ลิสต์ 6 แสนกว่าของ”ประชาชาติ” จะ สามารถ”รักษา”ไว้ได้หรือไม่ เพราะ”คะแนนปาร์ตี้ลิสต์” เกี่ยวกับ”ตำแหน่ง สส.”ของ”หัวหน้าพรรค” ซึ่งหากเห็น”บัญชีรายชื่อ” ของ”ประชาชาติ” ที่” พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง”เป็นอันดับ 1 และ “วันมูหะมัดนอร์ มะทา” ประธานที่ปรึกษาพรรคเป็นอันดับ 2 ก็ พอเข้าใจได้ว่า”ในพรรคเอง” ก็รู้ว่า”อะไรเป็นอะไร” และ”ศึก” ครั้งนี้ อาจจะเป็น”ครั้งสุดท้าย” สำหรับ”วันมูหะมัดนอร์ มะทา” ก่อนที่จะ”ส่งไม้” ให้กับ”ทายาท” ทาง”การเมือง” ต่อไป….. เดิน”หมากเกมการเมืองชั้นสุดยอด” ต้องยกให้”เดชอิศม์ ขาวทอง” อดีต เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์” และ” อดีต สส.เขต 5 สงขลา ที่ประกาศยุติไม่ลงรับสมัครเลือกตั้งในครั้งนี้แต่ส่ง”ลูกชาย 3 คน” ลงสมัครพรรค”ประชาธิปัตย์”เขต 9  1 คน และสมัคร “เขต 5 และ เขต 6” อีก 2 คนของ”พรรคกล้าธรรม” ที่ จ.สงขลา โดยมี” เดชอิศม์ –และ”สุภาพร” เป็นผู้”บัญชาการ” ในการ”เลือกตั้ง” และยังอยู่”เบื้องหลัง” ในการ”สนับสนุน”ผู้”สมัครพรรคกล้าธรรม” อีก”หลายเขต” ใน”หลายจังหวัด” ถ้า”ผู้สมัคร” ใน”คาถา” ของ”เดชอิศม์” เข้าเป้า ในการจัดตั้ง”รัฐบาล” เก้าอี้รัฐมนตรี” ไม่ไปไหนเสีย….

@ชุด”ภัยแทรกซ้อน” ที่แต่งตั้งโดย” พล.ท.นรธิป โพยนอก” แม่ทัพภาคที่ 4 / ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 ถูก”ร้องเรียน” ว่ามี ”หัวเบี้ย” ใน จ.สงขลา เรียกให้”ผู้ขายบุหรี่ไฟฟ้า บุหรี่ สุรา หนีภาษี” ที่”ค้าน้ำมันเถื่อน” และ “ร้ายขายน้ำกระท่อม” ไปพบที่”เซฟเฮาส์” ใน”หาดใหญ่” เพื่อขอตั้ง”รายการ” หรือ” ส่วย”ประจำเดือนๆละ 35,000-75,000 บาท และขอเก็บ”ล่วงหน้า” 2 เดือน หากใครไม่”โอเค” ขึ้นปี 2569 จะมีการ”เข้าจับกุม” …. ตัว”ละคร” ที่ “สำคัญ” ในการทำหน้าที่”ชี้เป้า” เพื่อ ”เก็บส่วย” ครั้งนี้คือ”จ่าปอง” อดีต “ตำรวจนอกราชการ”  และ”จ่าโรจน์” ทหารนอกราชการ มี”ตำรวจ”ระดับสารวัตร” ของ”เมืองชายแดน” เป็นผู้”ร่วมก๊วน” ใน”ฐานะมือกฎหมาย”  โดยมีผู้ถูก”เรียกตัว”ไปพบ และมีผู้ถูก”รีด” หลังหาร”จับกุม”ไปแล้ว หลายราย” เช่น”จ่ารัล กอง 6”  และ ”เสี่ยหยอย”ที่ถูกจับบุหรี่หนีภาษี” และ”ก๊ะไหม” ผู้ค้าน้ำมันเถื่อน และ”หัวเบี้ย” ยัง บอกกับ”ผู้ค้าของเถื่อน” ว่าต้อง”ส่งเงิน” ให้”นาย” เดือนละ 3 กิโล “นาย” คนนั้นเป็นใคร “พล.ท.นรธิป โพยนอก” แม่ทัพภาคที่ 4 ที่เป็น” ผู้เซ็น” แต่งตั้งชุด”ภัยแทรกซ้อน” ต้องไป”สืบหา” เอาเอง เพราะเรื่องนี้เป็นความ”เสื่อม”ของ”กอ.รมน.ภาค 4” และ”เสื่อม”ถึง” กองทัพบก” ที่ต้อง”ฝาก” ให้” พล.ท.พนา แคล้วปลอดทุกข์” ผบ.ทบ. ต้อง”เร่งสอบสวน” เพื่อหา”ข้อเท็จจริง…..เช่นเดียวกับ”ส่วย ตำรวจ” ที่”จ.นครศรีธรรมราช”ของ”กองบัญชาการตำรวจภูธร 8 “ ที่มี”คลิปเสียง” ในการ”ส่งส่วย” หาก”โรงพัก”ได้”แต่”ผู้การ”ไม่ได้ จะต้อง”ระเนระนาด” แม้ว่า”ผู้การ” จะถูก” เตะโด่ง” ออกจาก”พื้นที่” แล้ว แต่ ขบวนการ”ส่วยภาค 8” ยังไม่ถูก”ทำลาย” ฝากให้” พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร” ผบ.ตร. ตรวจสอบให้ดีจะพบว่าเรื่อง”ส่วย”ของ”ภาค 8” ไม่ได้มีแค่” จ.นครศรีธรรมราช” แต่มีทุก”พื้นที่” โดยเฉพาะ”เมืองท่องเที่ยว” หรือ”พื้นที่”เศรษฐกิจ” และที่”สำคัญ” ไม่ได้มีเฉพาะ” ส่วยตำรวจภูธร” แต่มี”ทุกหน่วย” ที่เข้าไป”เก็บส่วย” จาก”ธุรกิจสีเทา” เรื่องนี้คือ”หายนะ”ของ”ประเทศชาติ”ที่ทุก”รัฐบาล” ไม่เคยให้ความ”สนใจ” ในการ”แก้ปัญหา”…..

@แม้จะขึ้นปีใหม่ 2569 แล้ว แต่”หาดใหญ่” ที่”ประสบภัยน้ำท่วม” หนักที่สุด ในรอบ  50 ปี ยัง”ไม่ฟื้น”  กองขยะ ที่มีให้เห็น”ทั่วเมือง” เกิดจาก” เจ้าของบ้าน” เพื่อจะ”ทำความสะอาดบ้านเรือน”บริษัท ห้างร้าน “กว่าครึ่ง” ยัง”ปิดเงียบ” เพราะ”ไม่พร้อม”ในเรื่องที่จะ”ไปต่อ” แม้แต่”โรงแรมซากุระ” ที่อยู่”กลางเมืองหาดใหญ่” ก็”ประกาศปิดกิจการ” วันนี้”หาดใหญ่” มี”โรงแรมร้าง” เป็นจำนวนมาก จาก”ผลพวง”ของ”โควิต 19” มาถึง”น้ำท่วมใหญ่” ครั้งนี้”หายนะ” ของ”หาดใหญ่”อย่างแท้จริง และหลังปีใหม่อีก 6 เดือน”หาดใหญ่” ถึงจะ”ฟื้น” แต่ถ้า”รัฐบาล” เชื่องช้า ในเรื่อง”มาตรการ”ของการ”อัดฉีด” เพื่อการ”ฟื้นฟู” หาดใหญ่จะ”ฟุบยาว” ทั้งในการ”ท่องเที่ยว” และ”เศรษฐกิจ”การค้า”การลงทุน”…..”ปลัดแป้น” ณรงค์พร ณ พัทลุง”  จัดงาน”เคาท์ดาวน์” ต้อนรับ”ปีใหม่ 2569 เพื่อหวังฟื้น”หาดใหญ่” หวังให้” ชาวมาเลเซีย” มา”เที่ยวหาดใหญ่” เป็น”ความคิดดี” แต่ปรากฎ”ว่า” โรงแรม” ใน”หาดใหญ่” ต่าง”ขึ้นราคาค่าห้อง”ไปเรียบร้อยโรงเรียนโรงแรม” แล้ว เพราะ”โรงแรม” ที่พร้อมรับนักท่องเที่ยวมี”ไม่มาก” เรื่องนี้เป็นการ”ฉวยโอกาส” หรือไม่อย่างไรฝากให้” รัฐศาสตร์ ชิดชู” ผวจ.สงขลา แก้ปัญหาด้วย แต่ถ้า“ให้ดี” “ปลัดแป้น” และ”ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา” ควรจะทำพิธี” ทำบุญใหญ่” รวมทุก”ศาสนา” เพื่อเป็นการ”สร้างขวัญ” และ”กำลังใจ” ให้กับ”ชาวหาดใหญ่” ในการ”ไปต่อ” น่าจะเป็น”มงคล” กับ”หาดใหญ่” ยิ่งกว่างาน”เคาท์ดาวน์” ด้วยซ้ำ….

@บรรทัดนี้ ขอแสดงความยินดีกับ”นายแพทย์ประวิทย์ วรรณโร รองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ โรงพยาบาลหาดใหญ่” ที่ได้รับความไว้วางใจจาก สมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์โรงพยาบาลหาดใหญ่ จำกัด ให้เป็น”ประธานสหกรณ์ฯ” เป็นคณะกรรมการชุดที่ 25  ด้วย”ฝีมือ” ความสามารถ และ”ประสบการ” และ”ความเป็นคนดี” เชื่อได้ว่า “สหกรณ์ออมทรัพย์ โรงพยาบาลหาดใหญ่ จำกัด ต้องมีความ”ก้าวหน้า” กว่าเดิม…..แล้วพบกันใหม่ วันศุกร์หน้า สวัสดีครับ

ไชยยงค์ มณีพิลึก

————————————————————————

//////////////////////////////////////////

พระราชทานเพลิงศพ.พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบช.ภ.9/ผบ.กกล.ตร.จชต. เป็นผู้แทน พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร./ผบ.ศปก.ตร.สน. เป็นประธานในพิธีพระราชทานเพลิงศพ ด.ต.สังเวียน แก้วเพชร ผบ.หมู่ กก.ตชด.43 (เป็นกรณีพิเศษ) ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ก่การร้ายใน จ.ยะลา พร้อมมอบเงินช่วยเหลือ ณเมรุวัดนาหว้า ต.ฉาง อ.นาทวี จ.สงขลา

/////////////////////////////////////////

ให้โอวาส.  มุขตาร์ มะทา นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลา เป็นประธานกล่าวพบปะและให้โอวาทแก่ผู้เข้าร่วม โครงการอบรมการสอนอ่านอัลกุรอานระบบกิรออาตี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 กิจกรรมอบรมพัฒนาศักยภาพผู้สอนอ่านอัลกุรอานระบบกิรออาตี รุ่นที่ 1 เพื่อพัฒนาความรู้ ทักษะ และเพิ่มศักยภาพครู รวมถึงอาสาสมัครผู้สอนอ่านอัลกุรอาน ให้สามารถถ่ายทอดความรู้ได้อย่างถูกต้องตามหลักวิชาการของระบบกิรออาตี ณ สนง.คณะกรรมการอิสลามจังหวัดยะลา

//////////////////////////////////////////

ตรวจเยี่ยม.  ก้องสกุล จันทราช ผวจ.ยะลา และคณะผู้บังคับบัญชา หน่วยงานตำรวจ ทหาร ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานประจำจุดตรวจท่าสาป ต.สะเตง และจุดคลองทรายใน (ตชด.) ต.ตาเซะ ในโอกาสนี้ ผู้ว่าฯ ยะลา ได้มอบสิ่งของอุปโภคบริโภคเพื่อสร้างขวัญกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ ณ ต.สะเตง ต.ตาเซะ อ.เมือง จ.ยะลา

/////////////////////////////////

เยี่ยมจุดตรวจ. สนั่น สนธิเมือง รอง ผวจ.ปัตตานี พร้อมด้วย หัวหน้าส่วนราชการ และคณะทำงานฝ่ายติดตามฯ คณะที่ 2 ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมเจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2569 “ขับขี่ปลอดภัย ลดความเร็ว ลดอุบัติเหตุ ” ณ อ.ยะหริ่ง แม่ลาน โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี

//////////////////////////////////////////////

มอบทุน .  ภานุพงศ์ ศรีเกตุ รองอธิบดีกรมสรรพสามิต มอบทุนการศึกษาให้นักเรียนโรงเรียนบ้านหินคอกควาย สพป.ตรัง เขต 1 จำนวน 22 ทุน มูลค่า 44,000 บาท พร้อมอุปกรณ์กีฬา มูลค่า 20,000 บาท และทุนสนับสนุนซื้อเครื่องดนตรี 30,000 บาท (รวม 94.000 บาท)โดยมีนายอาคม บริสุทธิ์ ผอ.โรงเรียนเป็นผู้รับมอบ

////////////////////////////////////

กวาดล้าง.   พล.ต.ต.ภาสกร ภักดีวานิ ผบก.ภ.จว.ตรัง พร้อมด้วย พ.ท.สมจิตร ปัมทโมรา หัวหน้าฝ่ายการข่าว กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดตรัง (ฝ่ายทหาร) พ.ต.อ.อภิชัย กรอบเพชร รอง ผบก ฯและคณะร่วมแถลงข่าว กวาดล้างอาชญากรรม อาวุธสงคราม ยาเสพติด และจับตามหมายจับ ณ บก.ภว.จว.ตรัง

////////////////////////////////////////

มอบถุงยังชีพ.  ชาร์รีฟท์ สือนิ  ศึกษาธิการ จ.นราธิวาส ลงพื้นที่ ตรวจเยี่ยม รร.บ้านตันหยงลิมอ หมู่ 7 ต.ตันหยงลิมอ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส, โรงเรียนบ้านบ่อทอง หมู่ 13 ต.ตันหยงมัส อ.ระแงะ จ.นราธิวาส สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานราธิวาส เขต 3 และโรงเรียนบ้านกูแว (ประชาอุทิศ) ต.ลุโบะบายะ อ.ยี่งอ จ.นราธิวาส สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานราธิวาส เขต 1 เพื่อมอบถุงยังชีพ ธารน้ำใจช่วยผู้ประสบอุทกภัย ในพื้นที่ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส

//////////////////////////////////////////

เยียวยา. นิพนธ์ ชายใหญ่ ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. (สป.มท.) พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่กลุ่มงานเยียวยา ศอ.บต. ลงพื้นที่เข้าร่วมมอบเงินช่วยเหลือเยียวยาและเยี่ยมครอบครัว อับดุลกอหา อิแตโกะ เหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนลอบยิง บริเวณใกล้ร้านน้ำชาในหมู่บ้าน บ้านกาโดะ หมู่ที่ 4 ต.รือเสาะออก อ.รือเสาะ  จ.นราธิวาส ณ ที่ว่าการอำเภอรือเสาะ จ.นราธิวาส

///////////////////////////////////////////

เปิดงาน . คณิต คงช่วย ผวจ.สตูล เป็นประธานในพิธีเปิดงานโครงการ “สตูลเอกวัฒนธรรม (Satun Friendly Countdown 2026) ” พร้อมด้วย วิชญศากรณ์  วีระพันธุ์  นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสตูล ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสตูล นายกเทศบาลเมืองสตูล หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนเข้าร่วมงาน โดยมี นายดำรงศักดิ์  แก้วดวง รอง ผวจ.ร่วมในพิธี ณ ถนนราษฎร์อุทิศ ต.พิมาน อ.เมือง จ.สตูล

////////////////////////////////////////

แถลงข่าว. พ.อ.ยุทธนาม เพชรม่วง โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า  ว่าที่ พ.ต.อ.หญิง เสาวลักษณ์ ตรีมรรค หน.งานกิจการพลเรือน ตำรวจจังหวัดชายแดนใต้ นอ.จักรพงษ์ อภิมหาธรรม ผอ.ยุทธศาสตร์ฯ ศอ.บต. ร่วมแถลงข่าว ผลปฏิบัติงานในรอบ 3 เดือนสรุปสถานการณ์ดีขึ้น ณ ห้องประชุม กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ค่ายสิรินธร อ.ยะรัง จ.ปัตตานี

/////////////////////////////////////////

วิทยากร.   ดร.นพ.สมหมาย บุญเกลี้ยง ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. ทำหน้าที่วิทยากร ตามคำเชิญของ สนง,สาธารณสุข อ.สะเดา จ.สงขลา ตามโครงการฝึดอบรมเสริมสร้างศักยภาพ บุคลากรเพื่อการพัฒนาองค์กร สำนักงานสาธารณสุข อ.สะเดา จ.สงขลา

//////////////////////////////////////////////

สวัสดีปีใหม่.  รอมดอน หะยีอาแว รอง ผวจ.สงขลา เข้าพบ ไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล นายกสมาคมหนังสือพิมพ์ภาคใต้แห่งประเทศไทย เพื่อ สวัสดีปีใหม่ 2569 ณ สำนักงาน ถนนไทยอาคาร อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

//////////////////////////////////////////

ลดอุบัติเหตุ.   สุริยัน ราชผล นายกองค์การบริหารส่วนตำบลวัดขนุน ในฐานะประธาน กต.ตร. สภ. ม่วงงามได้ร่วมเปิดศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่พ.ศ. 2569 ณ หน่วยบริการประชาชน สภ.ม่วงงาม เพื่อลดอุบัติเหตุและอำนวยความสะดวกต่อผู้สัญจรพร้อมทั้งได้มอบ เงินสนับสนุนเป็นค่า อาหารว่างและ อาหารกลางวันสำหรับเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ฯ

/////////////////////////////////////////////////

เปิดอาคารเรียน.  ดร.ตรัยภูมินทร์ ตรีตรีศวร รองนายกเทศมนตรี ตำบลสทิงพระ เป็นประธาน ในพิธีเปิดอาคารเรียนใหม่ 3 ชั้น 12 ห้องเรียน และ ร่วมทำบุญตักบาตร ข้าวสาร อาหารแห้ง  พร้อมด้วย คณะผู้บริหาร  ประธานสภา สมาชิกสภา ผอ.กองการศึกษา คณะครู คณะกรรมการสถานศึกษา ผู้ปกครองนักเรียนและประชาชนในพื้นที่ ณ สนามโรงเรียนอนุบาลเทศบาลตำบลสทิงพระ อ.สทิงพระจ.สงขลา

//////////////////////////////////////////

เปิดจุดตรวจ.  ศศิพงศ์ ชูเชิด นายอำเภอสทิงพระ ประธานเปิดจุดตรวจหลักของอำเภอสทิงพระ ของเทศกาลปีใหม่ ระหว่างวันที่ 30 ธันวาคม 2568-5 มกราคม  2569   เน้นย้ำขับขี่ปลอดภัย ลดอุบัติเหตุ ผู้บาดเจ็บ ผู้เสียชีวิต  ให้พี่น้องประชาชน เดินทางปลอดภัย ทั้งชีวิตและทรัพย์สิน กันทุกคน ณหน้าสถานีตำรวจภูธรสทิงพระ จ.สงขลา

////////////////////////////////////////////