สรุปผลรางวัล Golden Globe Awards ครั้งที่ 83 (ลูกโลกทองคำ ประจำปี 2026) ที่เพิ่งประกาศไปเมื่อเช้าวันที่ 12 มกราคม 2569 (ตามเวลาประเทศไทย) ณ โรงแรมเบเวอร์ลี ฮิลตัน รัฐแคลิฟอร์เนีย

ปีนี้ถือเป็นปีทองของหนังอินดี้และงานสายคุณภาพ โดยเฉพาะภาพยนตร์เรื่อง “One Battle After Another” ที่กวาดรางวัลใหญ่ไปมากที่สุดถึง 4 รางวัล และเป็นประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญของคนไทยที่ ลิซ่า (ลลิษา มโนบาล) เป็นคนไทยคนแรกที่ได้ขึ้นทำหน้าที่ผู้ประกาศรางวัล

สรุปรายชื่อผู้ชนะรางวัลสาขาภาพยนตร์ (Motion Picture)
ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม (ดราม่า): Hamnet
ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม (มิวสิคัล/ตลก): One Battle After Another
ผู้กำกับยอดเยี่ยม: Paul Thomas Anderson — One Battle After Another
นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม (ดราม่า): Wagner Moura — The Secret Agent
นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม (ดราม่า): Jessie Buckley — Hamnet
นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม (มิวสิคัล/ตลก): Timothée Chalamet — Marty Supreme
นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม (มิวสิคัล/ตลก): Rose Byrne — If I Had Legs I’d Kick You
นักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม: Stellan Skarsgård — Sentimental Value
นักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม: Teyana Taylor — One Battle After Another
บทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม: Paul Thomas Anderson — One Battle After Another
ภาพยนตร์แอนิเมชันยอดเยี่ยม: KPop Demon Hunters
ภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยม: The Secret Agent (บราซิล)
ดนตรีประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม: Ludwig Göransson — Sinners
เพลงประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม: “Golden” — KPop Demon Hunters
รางวัลความสำเร็จด้านบ็อกซ์ออฟฟิศ: Sinners

สรุปรายชื่อผู้ชนะรางวัลสาขาโทรทัศน์ (Television)
ซีรีส์ยอดเยี่ยม (ดราม่า): The Pitt
ซีรีส์ยอดเยี่ยม (มิวสิคัล/ตลก): The Studio
ซีรีส์จำกัดตอน/ภาพยนตร์โทรทัศน์ยอดเยี่ยม: Adolescence
นักแสดงนำชาย (ดราม่า): Noah Wyle — The Pitt
นักแสดงนำหญิง (ดราม่า): Rhea Seehorn — Pluribus
นักแสดงนำชาย (มิวสิคัล/ตลก): Seth Rogen — The Studio
นักแสดงนำหญิง (มิวสิคัล/ตลก): Jean Smart — Hacks
นักแสดงนำชาย (ซีรีส์จำกัดตอน): Stephen Graham — Adolescence
นักแสดงนำหญิง (ซีรีส์จำกัดตอน): Michelle Williams — Dying for Sex
นักแสดงสมทบชาย (โทรทัศน์): Owen Cooper — Adolescence (สร้างประวัติศาสตร์ผู้ชนะอายุน้อยที่สุดในสาขานี้ด้วยวัย 16 ปี)
นักแสดงสมทบหญิง (โทรทัศน์): Erin Doherty — Adolescence
การแสดงตลกเดี่ยว (Stand-Up Comedy): Ricky Gervais
พอดแคสต์ยอดเยี่ยม (รางวัลใหม่): Good Hang with Amy Poehler

ไฮไลต์สำคัญ:

Lisa’s History: ลิซ่าสร้างประวัติศาสตร์เป็นศิลปิน K-Pop และคนไทยคนแรกที่ขึ้นประกาศรางวัลบนเวทีนี้ โดยเธอเป็นผู้เชิญรางวัลแรกของค่ำคืน (Best Female Actor – TV Series Musical/Comedy) ร่วมกับ Priyanka Chopra ซึ่งได้รับคำชมอย่างมาก เรื่องจังหวะการพูดที่ลื่นไหล และดูเป็นธรรมชาติสุด ๆ

Timothée Chalamet: คว้าลูกโลกทองคำตัวแรกในชีวิตจาก Marty Supreme หลังจากเข้าชิงมาหลายครั้ง และสร้างสถิติเป็นหนึ่งในผู้ชนะที่อายุน้อยที่สุดในสาขานี้

KPop Demon Hunters: สร้างปรากฏการณ์ด้วยการชนะทั้งสาขาแอนิเมชันยอดเยี่ยม และเพลงประกอบยอดเยี่ยม (เพลง “Golden”) ตอกย้ำกระแส K-Pop ในระดับโลกได้เป็นอย่างดี

Adolescence: เป็นซีรีส์ที่กวาดรางวัลฝั่งโทรทัศน์ไปมากที่สุดถึง 4 รางวัลในค่ำคืนนี้.

ภาพจาก : AFP, gettyimage