มหกรรมกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 เปิดฉากชิงชัยอย่างเป็นทางการแล้ว โดยพิธีเปิด “อาเซียนพาราเกมส์ 2025” ครั้งนี้เป็นไปอย่างยิ่งใหญ่อลังการตระการตา เจ้าภาพจังหวัดนครราชสีมา จัดเต็มแสง สี เสียง ผ่านการแสดงที่จะนำเสนอศิลปะวัฒนธรรมและความเป็นไทยออกสู่สายตาอาเซียนและทั่วโลก ท่ามกลางความอบอุ่นและประทับใจอย่างยิ่ง

“อาเซียนพาราเกมส์ 2025” ระหว่างวันที่ 20-26 ม.ค.นี้ จัดแข่งขันทั้งหมด 19 ชนิดกีฬา ประกอบด้วย กรีฑา, ยิงธนู, แบดมินตัน, ฟุตบอล 5 คน, บอคเซีย, หมากรุกสากล, จักรยาน, ฟุตบอล 7 คน, โกลบอล, ยูโด, ยกน้ำหนัก, ว่ายน้ำ, เทเบิลเทนนิส, วอลเลย์บอลนั่ง, ยิงปืน, วีลแชร์บาสเกตบอล, วีลแชร์ฟันดาบ, วีลแชร์เทนนิส และโบว์ลิ่ง รวมชิงชัยมากกว่า 480 เหรียญทอง

ซึ่งทันทีที่การแข่งขันเปิดฉากชิงชัยเหรียญทองกันนั้น “ทัพพาราไทย” ไม่ทำให้กองเชียร์ต้องผิดหวัง เพราะแต่ละชนิดกีฬาต่างเดินหน้าคว้าชัยชนะ คว้าเหรียญทองกันทันที เพื่อกรุยทางไปสู่เจ้าเหรียญทอง สมัยที่ 7 ตามที่ การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.), คณะกรรมการพาราลิมปิกแห่งประเทศไทย และสมาคมกีฬาที่เกี่ยวข้อง ได้ตั้งเป้าเอาไว้

นอกจากการแข่งขันในสนามที่เข้มข้นแล้ว ศึกอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 กกท. ยังได้มีการเปิดศูนย์ปฏิบัติงานให้บริการด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา (Thai House) ขึ้นมารองรับนักกีฬาไทยอีกด้วย โดย “ไทยเฮาส์” ตั้งอยู่ที่อาคารที่พักนักกีฬา 200 เตียง สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 จังหวัดนครราชสีมา

พิธีเปิดได้รับเกียรติจาก นางสาววนิดา พันธ์สอาด รองปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธาน ร่วมด้วย ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการ กกท., พล.อ.ดร.สุภมนัส ภารพบ คณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ, นายมีชัย อินวู๊ด รองผู้ว่าการ กกท. ฝ่ายบริหาร, นายธัชนาถ ทองประกอบ รองผู้ว่าการ กกท. ฝ่ายยุทธศาสตร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ และคณะผู้บริหาร กกท. เข้าร่วม

การจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติงานให้บริการด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา หรือ “Thai House” ในครั้งนี้ จะมีบริการด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา สำหรับนักกีฬาทีมชาติไทย ระหว่างวันที่ 19-26 ม.ค.69 เพื่อให้บริการด้านจิตวิทยาการกีฬา, โภชนาการการกีฬา, การรักษาการบาดเจ็บ, กายภาพบำบัด และฟื้นฟูสภาพร่างกาย รวมทั้งการนวดทางการกีฬา สำหรับการให้บริการทั้งหมดนี้ล้วนเป็นปัจจัยที่ส่งเสริมให้นักกีฬาไทยมีความพร้อมทั้งทางกายและจิตใจ ให้สามารถแสดงศักยภาพได้อย่างเต็มที่ในตลอดของช่วงเวลาการแข่งขัน

ดร.ก้องศักด ยอดมณี เผยว่า ที่ผ่านมานั้น ฝ่ายวิทยาศาสตร์การกีฬา กกท. ได้มีการจัดตั้งศูนย์ Thai House เพื่อให้บริการแก่นักกีฬาทีมชาติไทย ในการแข่งขันกีฬาระดับนานาชาติมาอย่างต่อเนื่อง และทำให้เกิดความต้องการในการเข้ารับบริการของนักกีฬาเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ สะท้อนให้เห็นได้ว่า วิทยาศาสตร์การกีฬามีความสำคัญในทุก ๆ ช่วงการแข่งขัน

“การกีฬาแห่งประเทศไทย ขอเชิญชวนนักกีฬาทีมชาติไทย ในการแข่งขันกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 เข้ารับบริการจากศูนย์ Thai House อย่างเต็มที่ เพื่อเสริมสร้างความพร้อมของร่างกายและจิตใจให้สมบูรณ์ พร้อมปฏิบัติหน้าที่ในนามประเทศชาติ และมุ่งสู่ความสำเร็จในการแข่งขันอย่างภาคภูมิ” บิ๊กก้อง กล่าว

นอกจาก ศูนย์ Thai House แล้ว กกท. ยังมีการจัดนิทรรศการ Green Pavilion ในการแข่งขันอาเซียนพาราเกมส์ 2025 อีกด้วย

นายปรีชา ลาลุน รองผู้ว่าการ กกท. ฝ่ายกีฬาเป็นเลิศและวิทยาศาสตร์การกีฬา กล่าวว่า นิทรรศการ Green Pavilion เกิดขึ้นจากความตั้งใจในการพัฒนาวงการกีฬาไทยให้ก้าวสู่มาตรฐานใหม่ ภายใต้แนวคิด “Play Forward เล่นกีฬาไปพร้อมกับการรักษ์โลก” ที่สะท้อนความเชื่อที่ว่า กีฬา ความยั่งยืน และคุณภาพชีวิตที่ดี สามารถเดินหน้าไปพร้อมกันได้อย่างแท้จริง

“การเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 เป็นโอกาสสำคัญที่ประเทศไทย จะได้แสดงศักยภาพ ไม่เพียงด้านการจัดการแข่งขันกีฬาเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการแสดงให้เห็นว่า ประเทศไทย สามารถจัดงานที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และการออกแบบเพื่อการเข้าถึงสำหรับ ทุกคนได้อย่างเต็มรูปแบบ”

นายปรีชา ระบุต่อว่า ในฐานะเจ้าภาพ ประเทศไทย ได้ดำเนินการปรับปรุงสนามแข่งขันและสนามฝึกซ้อม ทั้งด้านโครงสร้างและระบบอำนวยความสะดวก ภายใต้แนวคิด “เพื่อทุกคน” (Universal Design) ครอบคลุมทางลาด ห้องน้ำ พื้นที่บริการ นักกีฬา ศูนย์ประสานงานสื่อมวลชน กีฬาอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 (Main Press Center ASEAN PARA GAMES 2025) รวมถึงระบบป้ายสัญลักษณ์และการสื่อสารภายในสนาม เพื่อให้การใช้งานเป็นไปอย่างสะดวกปลอดภัย และเท่าเทียมสำหรับทุกคน ควบคู่การเตรียมความพร้อมด้านสถานที่แข่งขัน

ขณะเดียวกัน กกท. ยังได้จัดนิทรรศการ Green Pavilion เพื่อสื่อสารแนวคิดการจัดการแข่งขันกีฬาที่คำนึงถึงความยั่งยืน การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และการออกแบบพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้คนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงและมีส่วนร่วมได้อย่างแท้จริง ตอกย้ำบทบาทของกีฬาในฐานะพลังขับเคลื่อนสังคมแห่งความเท่าเทียม

สำหรับนิทรรศการ Green Pavilion ถูกออกแบบให้เป็นพื้นที่เรียนรู้และแรงบันดาลใจ เปิดโอกาสให้ประชาชน เยาวชน นักกีฬา และสื่อมวลชน ได้เห็นมิติใหม่ของวงการกีฬาไทย ที่ผสานความสนุก ความหมาย และความรับผิดชอบต่อ สังคมไว้ด้วยกัน พร้อมสะท้อนแนวคิดของอาเซียนพาราเกมส์ ในฐานะมหกรรมกีฬาที่มากกว่าการแข่งขัน แต่คือเวทีสร้างความเข้าใจ ความเท่าเทียม และคุณภาพชีวิตที่ดีในสังคม เปิดให้ประชาชนได้เข้ารับชมและร่วมเล่นกิจกรรมได้ตั้งแต่วันที่ 18-26 ม.ค.69 ณ อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี (ลานย่าโม) จังหวัดนครราชสีมา