การแสดงโขน เรื่องรามเกียรติ์ “กษิรชลมณโฑ” ในตอนนี้ซึ่งแสดงถึงความรักของนางมณโฑ ผู้เป็นมารดาที่มีต่ออินทรชิตโอรสของตน โดยนางมณโฑ ได้รับพรจากพระอุมาให้มีน้ำนมที่สามารถรักษาพิษและรักษาแผลจากศาสตราวุธได้ หลังจากอินทรชิตต้องศรของพระลักษมณ์ อินทรชิตได้กลับไปดื่มนมจากนางมณโฑจึงสามารถถอนพิษจากศรของพระลักษมณ์ได้ เป็นหนึ่งชุดการแสดงใน โครงการดนตรีสำหรับประชาชน ปีที่ 69 หรือที่รู้จักกันในชื่อ “สังคีตศาลา” โดยการกลับมาเปิดการแสดงนาฏศิลป์ ดดนตรีไทย ดนตรีสากลครั้งนี้จะมีขึ้นทุกวันอาทิตย์ ในระหว่างอาทิตย์ที่ 1 กุมภาพันธ์ถึงอาทิตย์ที่ 15 มีนาคม ณ เวทีสังคีตศาลา บริเวณพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร

โครงการดนตรีสำหรับประชาชน ปีที่ 69 “สังคีตสุนทรีย์ถวายพระบรมราชชนนีพันปีหลวง” เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมด้านดนตรีและนาฏศิลป์ครั้งนี้ นำการแสดงหลากหลายประเภทจัดแสดง ทั้ง การแสดงโขน การแสดงละคร การแสดงวิพิธทัศนา การบรรเลงและขับร้องดนตรีไทย การบรรเลงและขับร้องดนตรีสากล สลับสับเปลี่ยนกันไปในทุกวันอาทิตย์ เวลา 17.30 น. เป็นต้นไป ณ สังคีตศาลา บริเวณพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร

นอกจากการแสดงโขน ในวันนี้ยังมี รำถวายอาลัย “พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ดวงประทีปทองส่องแผ่นดิน” ระบำวานรพศ์ โดยระบำวานรพงศ์จัดแสดงครั้งแรกในแสดงโขน เรื่องรามเกียรติ์ ชุดหนุมานชาญสมร ณ โรงละครแห่งชาติ ปี 2527 ปรากฏอยู่ในการแสดงช่วงที่หนุมานนำไพร่พลวานรมาสวามิภักดิ์ต่อพระราม
การแสดงชุดนี้เป็นการแสดงแนะนำตัวละครฝ่ายพลับพลา ซึ่งเป็นเหล่าไพร่พลวานรทั้งสองเมือง รำถวายมือองค์ปะตาระกาหลา (แต่งกายแบบชวา) สร้างสรรค์สร้างจากบทละคร เรื่องอิเหนา พระราชนิพนธ์ของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รวมถึง การบรรเลง ขับร้องดนตรีสากล ขับร้องเพลงไทยสากล ฯลฯ

ส่วนการแสดงนาฏศิลป์ ดนตรี เผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมตลอดการแสดงสังคีตศาลา นำการแสดงบางส่วนมาให้ชม อาทิ รายการ “สืบสานภูมิปัญญา ศาสตร์วิทยาดุริยางคศิลป์” นำเสนอความไพเราะของดนตรีไทย ลักษณะวงดนตรีไทยประเภทต่าง ๆ ดังเช่น การบรรเลงเพลงพม่าห้าท่อนเถา บรรเลงด้วยวงเครื่องสายเครื่องเดี่ยว การบรรเลงเพลงแขกโอดสามชั้น บรรเลงด้วยวงปี่พาทย์ไม้แข็ง การบรรเลงเพลงเรื่องนางหงส์หกชั้น ออกเพลงชุดสิบสองภาษา บรรเลงด้วยวงปี่พาทย์นางหงส์ ฯลฯ
“ลูกทุ่งออร์เคสตรา” บรรเลงและขับร้องโดยใช้วงออร์เคสตราบรรเลง และ“ลมหวน ชวนคิดถึง เพลงวันวาน” นอกจากนี้มี รายการวิพิธทัศนา “ระบำบานไม้ประดับมุก สุขศรีญี่ปุ่น – ไทย” ซึ่งสร้างสรรค์ขึ้นใหม่ที่กล่าวถึงความงามของบานไม้ประดับมุกศิลปะสกุลช่างของญี่ปุ่น ซึ่งบูรณาการกับศิลปะสกุลช่างของไทยอย่างสวยงาม ลงตัว

ละครเบิกโรง เรื่องนิลบรรพตเทพสุดา เทพเจ้าแห่งงานช่างสตรี สร้างสรรค์ขึ้นใหม่เช่นกัน โดยการแสดงนำเสนอให้เห็นถึงประวัติความเป็นมาและการประทานพรของนางนิลบรรพตเทพสุดา นอกจากนี้ยังมีการนำกระบวนท่ารำเพลงหน้าพาทย์ของคุณหญิงนัฏกานุรักษ์ (เทศ สุวรรณภารต) อดีตผู้ควบคุมหมวดนาฏศิลป กรมศิลปากร ซึ่งใกล้สูญหายนำมาประกอบอยู่ในการแสดง
การกลับมาเปิดม่านจัดแสดง ในปีนี้ยังมี ละครพันทาง เรื่องผู้ชนะสิบทิศ ตอนบ้านขุนวัง โดย ผู้ชนะสิบทิศบทประพันธ์ของยาขอบ ถูกนำมาสร้างเป็นการแสดงละครพันทางของกรมศิลปากร โดย อาจารย์เสรี หวังในธรรม ศิลปินแห่งชาติ และปิดท้ายด้วย การแสดงโขน เรื่องรามเกียรติ์ ชุดอานุภาพรามราชจักรี โดยตอนนี้ กล่าวถึงพระอิศวรมีเทวะบัญชาให้พระนารายณ์อวตารไปเป็นพระราม เพื่อปราบบรรดาอสูรและมารร้ายที่เบียดเบียนมนุษย์โลก พร้อมประทานพรให้จักร สังข์ ตรี บัลลังก์นาค และคทา ไปจุติเป็นโอรสของท้าวทศรถแห่งกรุงศรีอยุธยา ฯลฯ ร่วมเผยแพร่ สืบสานศิลปวัฒนธรรม



