บางครั้ง ความดีไม่ได้เริ่มจากหน้าที่ แต่เริ่มจากหัวใจที่ “ไม่อาจเมินเฉย” ต่อความเดือดร้อนของใครบางคน

หลังจากเหตุการณ์จักรยานถูกขโมยในยามดึก เจ้าของรถทำได้เพียงโพสต์ตามหา ผ่านโลกออนไลน์ พร้อมความหวังเพียงเล็กน้อยว่า อาจมีใครสักคนเห็น อาจมีใครสักคนช่วย

และ “ใครสักคน” คนนั้น ก็ปรากฏตัวขึ้นจริง ๆ ในคราบของพนักงานเซเว่นธรรมดาคนหนึ่ง

เจษฎา มลิราช ผู้ช่วยผู้จัดการเซเว่น สาขาหน้าโรงเรียนธัมมสิริศึกษา รู้เรื่องราวนี้ผ่านโซเชียล และจำได้ว่าเจ้าของจักรยานคือหนึ่งในลูกค้าที่คุ้นเคย

ไม่ใช่ญาติ ไม่ใช่คนสนิท แต่เป็น “คนในชุมชน” ที่เขาเลือกจะใส่ใจ

ตั้งแต่วันนั้น ทุกครั้งที่เขาขี่รถจักรยานยนต์ออกไปส่งสินค้า สายตาจะคอยมองสองข้างทาง ไม่ใช่เพราะเป็นหน้าที่ แต่เพราะอยากช่วยให้ใครสักคนได้ทรัพย์สินที่รักกลับคืนมา

จนกระทั่งวันหนึ่ง จักรยานคันหนึ่งจอดนิ่งอยู่ริมรั้วหน้าตลาดสดรัตนากร ลักษณะคล้ายกับรถที่หายไปอย่างไม่น่าเชื่อ

เขาถ่ายภาพ ส่งไปให้เจ้าของดู และเมื่อคำยืนยันกลับมาว่า “ใช่คันนั้นจริงๆ” เจษฎา ไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียว

จักรยานถูกยกขึ้นวางท้ายรถมอเตอร์ไซค์ ผูกรัดอย่างแน่นหนา แล้วขี่ฝ่าระยะทางหลายกิโลเมตร เพื่อไปส่ง “ความสบายใจ” คืนให้กับเจ้าของถึงหน้าบ้าน

ภาพการส่งมอบจักรยานในวันนั้น ไม่ได้มีพิธีรีตอง มีเพียงรอยยิ้ม น้ำตาคลอ และอ้อมกอดแห่งความขอบคุณ

สำหรับเจ้าของจักรยาน มันไม่ใช่แค่การได้ของคืน แต่คือการได้ศรัทธาในน้ำใจมนุษย์กลับมาอีกครั้ง

และสำหรับผู้ที่ได้เห็นเหตุการณ์นี้ มันคือบทพิสูจน์ว่า องค์กรหนึ่งจะยิ่งใหญ่ได้ ไม่ใช่แค่จากสาขาที่มีอยู่ทั่วประเทศ แต่จาก “คนเล็กๆ” ที่ถูกปลูกฝังให้เป็นคนดีของสังคม

จักรยานหนึ่งคัน อาจไม่ใช่ทรัพย์สินที่มีมูลค่าสูง แต่ความดีที่เกิดขึ้นจากการไม่เพิกเฉย มีคุณค่าเกินกว่าจะประเมินได้

เพราะในวันที่ใครสักคนเดือดร้อน การมี “พนักงานเซเว่น” คนหนึ่ง ที่ดูแลลูกค้าดุจญาติมิตร อาจเป็นเรื่องราวดีๆ ที่จดจำไปได้ทั้งชีวิต.
……………………………………….
คอลัมน์ “เรื่องราวดีๆ ของสังคม”
โดย “เสือสมุทร”
ข้อมูล-ภาพ “ณัฐภูมินทร์ ปานรักษ์” ผู้สื่อข่าวเดลินิวส์ จ.ชลบุรี
อ่านเรื่องราวดีๆ ของสังคม ได้ที่นี่..