กลายเป็นอีกคดีสะเทือนวงการ เมื่อกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) เปิดปฏิบัติการทลายล้างเครือข่าย “เงินบุญ”แอบอ้างสถาบันเบื้องสูง ธนาคารโลก และโครงการรัฐบาล หลอกข้าราชการเกษียณและผู้สูงอายุร่วมลงทุนเพียงหลักพัน แต่“ขายฝัน”ว่าจะได้รับผลตอบแทนถึง“หลักล้าน” มีเหยื่อจำนวนมาก ความเสียหายกว่า 600 ล้านบาท
ความน่ากลัวของขบวนการไม่เพียงมูลค่าความเสียหาย แต่คือพฤติกรรมสุดแสบที่เหยื่อบางรายถึงขั้นหมด ซ้ำถูกบีบจนผันตัวไปชักชวนคนใกล้ชิดมาติดหล่ม “ทีมข่าวอาชญากรรม”สอบถามเบื้องหลังจากแกะรอย สู่ทลายขบวนการกับ พ.ต.อ.สุริยศักดิ์ จิราวัสน์ ผกก.3 บก.ป. หนึ่งในชุดจับกุม

พันแลก-ล้าน การลงทุนที่ไม่มีอยู่จริง
พ.ต.อ.สุริยศักดิ์ ยืนยันตามหลักการลงทุนไม่มีธุรกิจหรือกองทุนใดในโลกที่สามารถเปลี่ยนเงิน 1,000 บาท ให้กลายเป็น 1,000,000 บาท ได้ภายในระยะเวลาเพียงหนึ่งเดือน คนทั่วไปก็รู้ดี แต่ที่คนยังเชื่อเป็นเพราะความเปราะบางของเศรษฐกิจ โดยเฉพาะกลุ่มผู้เกษียณและผู้สูงอายุในแถบภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่รายได้น้อย หรือข้าราชการเกษียณบางรายติดหนี้สหกรณ์กลับมาด้วย จึงต้องดิ้นรนหาเงิน
เมื่อมีคนมาเสนอคำพูด“เพ้อฝัน”ว่าจะเอาเงินทุนจากต่างประเทศเข้ามาแบ่งกันคนละล้าน ประกอบกับความลำบากที่มีอยู่ จึงยอมเสี่ยงลองลงทุน แต่พอเงินไม่กลับมาก็จะถูกโครงการใหม่หลอกซ้ำอีก จนเกิดการถลำตัว (Sunk Cost) สุดท้ายจำเป็นต้องไปหาสมาชิกรายใหม่ให้ตัวเองได้รับเงินคืนบ้าง ลักษณะจึงกลายเป็น“แชร์ลูกโซ่”ในที่สุด

กลลวง โลภ-เชื่อ-กลัว
พ.ต.อ.สุริยศักดิ์ ชี้การที่มิจฉาชีพเลือกใช้ประเด็น“เงินบุญ” และการแอบอ้างผู้มีอำนาจเป็นแรงผลักให้เหยื่อเชื่อว่าโครงการรัฐอาจเกิดขึ้นจริง กลไกเริ่มต้นจาก“ความโลภ” ที่อยากพลิกชีวิต นำไปสู่“ความเชื่อ” ในคำแอบอ้าง และจบลงด้วย“ความกลัว”
“ตนเห็นหลายคนในแววตาของเขาที่ลำบากอยู่ หวังจะพลิกชีวิตให้ดีขึ้นด้วยเงินหนึ่งล้านบาท แต่เมื่อหลงเชื่อแล้วจะถูกกดดันด้วยคำว่า งานด่วน งานลับ หรือขู่ว่าจะถูกตัดสิทธิ์หากไม่โอนเพิ่ม ทุกคนต้องตั้งสติและตัดกิเลสออกให้ได้ เพราะยิ่งเรากลัวจนไปกู้หนี้ยืมสิน ความเดือดร้อนก็จะยิ่งบานปลาย”

เสียงจากเหยื่อ 10 ปีในวังวน“ตาบอด” เงินก้อนสุดท้าย
พฤติการณ์ดังกล่าวสอดคล้องกับเรื่องราวความอัดอั้นของ คุณบี(นามสมมุติ) ตัวแทนผู้เสียหายที่ติดอยู่ในวังวนนี้มาเกือบ 10 ปี เริ่มต้นจากคนรู้จักชักชวนด้วยโปรโมชันเย้ายวนใจ ลงทุน 1,000 บาท แลกปันผล 1,000,000 บาท หวังมีเงินใช้บั้นปลายชีวิต จึงยอมลงทุนในครั้งแรก
แต่เมื่อครบกำหนดกลับถูกบ่ายเบี่ยง อ้างปัญหาเทคนิคแล้วขุดมุกใหม่มาหลอกให้ลงทุนเพิ่ม บอกมีเงินเท่าไรให้ลงเท่านั้น เพื่ออัปเกรดเป็น VIP ตั้งแต่หลักร้อยถึงหลักหมื่น ซ้ำข่มขู่ใครไม่โอนเพิ่มจะถูกเตะออกจากห้องไลน์ ต้องสละสิทธิ์รับเงินทั้งหมด ทำให้กลัวและยอมโอนซ้ำเพราะเสียดายเงินเก่า
พร้อมยอมรับตลอด 10 ปี ที่ผ่านมาเหมือนคนตาบอดเดินอยู่ในวังวนเดิมๆ สูญเงินไปกว่า 400,000 บาท โดยไม่เคยได้รับเงินปันผลกลับมาแม้แต่บาทเดียว จนเริ่มตาสว่าง จึงตัดสินใจเข้าแจ้งความเป็นอุทาหรณ์ว่าการลงทุนแบบนี้ไม่มีอยู่จริงในโลก

มรดกหนี้ เมื่อสูงวัย
พ.ต.อ.สุริยศักดิ์ ทิ้งท้ายครอบครัวที่ต้องทิ้งพ่อแม่ไว้บ้านตามลำพังในชนบทว่า ท่ามกลางยุคโซเชียลที่ผู้สูงอายุเข้าถึงง่ายแต่ขาดทักษะตรวจสอบ หน้าที่ลูกหลานคือต้องดูแลใกล้ชิด หมั่นพูดคุยเรื่องการเงิน เพราะจากหลักฐานพบว่า “เส้นทางการเงินไม่ได้โกหกใคร” เงินทั้งหมดไหลขึ้นไปหา“หัวสาย” เพื่อนำไปสร้างธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และร้านอาหารของตัวเองภายในประเทศเท่านั้น ไม่ได้หมุนออกไปต่างประเทศ เพื่อลงทุนอะไรตามที่อ้างถึงเลย
บทเรียนคดี“เงินบุญ”ครั้งนี้ กำลังส่งเสียงเตือนดังถึงประชาชนตระหนักรู้และหยุดฝัน ก่อนเงินก้อนสุดท้ายจะมลายสิ้นไปกับความเชื่อที่มิจฉาชีพสร้างขึ้น ที่น่าตกใจคือปัจจุบันตำรวจยังมีข้อมูลจ่ออีก 4 ขบวนการ ที่มีพฤติการณ์เดียวกัน.
ทีมข่าวอาชญากรรม รายงาน



